การต่อสู้ที่รุนแรง

หลังจากโจมตีใส่จิ้งจอกสุดแรง ฝ่ามือของหลินเฟิงยังไม่อาจทำลายหัวของมันได้ แต่มันก็ทำให้กระโหลกศีรษะของจิ้งจอกจ่าฝูงยุบลงไปอย่างน่ากลัว สร้างบาดแผลสาหัสให้กับมันจนต้องร้องทรมานออกมา!





เมื่อเห็นว่าการโจมตีของเขายังไม่สามารถฆ่าจิ้งจอกจ่าฝ่าได้ หลินเฟิงไม่รอช้า เขาพุ่งตามร่างที่กระเด็นไปของจิ้งจอกและตบฝ่ามือออกไปอีกครั้ง!





หลินเฟิงไม่ได้ออมพลังเอาไว้แม้แต่น้อย เพราะเขารู้ดีว่าถ้าปล่อยให้สัตว์ร้ายวิวัฒนาการขั้นสองอย่างจ่าฝูงจิ้งจอกมีเวลาตั้งตัวได้นั้นจะทำให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากแทน และหลินเฟิงยังเป็นห่วงเรื่องพลังฟื้นฟูของมัน ไม่รู้ว่าพลังฟื้นฟูตัวเองของจิ้งจิกจ่าฝูงจะน่ากลัวกว่าลูกสมุนจิ้งจอกขนาดใหน!





ร่างที่ลอยอยู่กลางอากาศของจิ้งจอกที่ไม่มีแรงส่งและเป็นเหมือนเป้านิ่งอยู่กลางอากาศ มันหมดสิทธิ์ที่จะหลบจากฝ่ามือนี้ไปได้!





ปัง!





ฝ่ามือเข้าปะทะไปที่หัวของจิ้งจอกจ่าฝูงอีกครั้ง เกิดเสียงดังลั่นไปทั่ว เลือดสีแดงสดไหลออกมาเหมือนกับลำธารสายหนึ่ง





อย่างไรก็ตาม จิ้งจอกจ่าฝูงเป็นถึงสัตว์ร้ายวิวัฒนาการขั้นสอง ขนาดโดนการโจมตีอันทรงพลังของหลินเฟิงเข้าไปที่หัวถึงสองครั้งก็ยังไม่อาจสังหารมันได้!





แววตาของหลินเฟิงกลายเป็นดุร้ายยิ่งกว่าเดิม แต่ขณะที่กำลังจะโจมตีออกไปอีกครั้ง ลูกสมุนจิ้งจอกจำนวนมากก็เข้ามาขวางเขาไว้ ดูก็รู้ว่าพวกมันต้องการจะถ่วงเวลาเขาเอาไว้เพื่อให้จิ้งจอกจ่าฝูงได้มีเวลาฟื้นฟูตัวเอง





เมื่อเห็นจิ้งจอกจำนวนมากขวางทางของเขาอยู่ หลินเฟิงแค่นเสียงหึขึ้นคำหนึ่ง"ฆ่า!"





ทันใดนั้น!





เงาสีดำหลายสิบร่างก็วิ่งผ่านร่างเขาไปด้วยความเร็ว แววตาของแร็พเตอร์เปล่งประกายบ้าคลั่งแล้วใช้กรงเล็บที่แทบจะฉีกอากาศได้โจมตีใส่ฝูงจิ้งจอกอย่างโหดเหี้ยม! ช่วยเปิดทางให้กับหลินเฟิงได้อย่างรวดเร็ว





หลินเฟิงแทบไม่ได้สนใจจิ้งจอกพวกนี้ด้วยซ้ำ ในความคิดของเขาตอนนี้คือต้องกำจัดปัญหาที่ร้ายแรงที่สุดอย่างตัวจ่าฝูงที่เป็นสัตว์วิวัฒนาการขั้นสอง ถ้าปล่อยให้มันมีเวลาฟื้นฟูตัวเอง หลินเฟิงก็ไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะมันได้ร้อยเปอร์เซ็น!





ความจริงแล้วผู้วิวัฒนาการขั้นหนึ่งยังไม่แข็งแกร่งพอจะทำอันตรายให้กับจิ้งจอกจ่าฝูงเลยด้วยซ้ำ!





ถ้าเปลี่ยนเป็นผู้วิวัฒนาการขั้นหนึ่งคนอื่นมาต่อสู้กับสัตว์ร้ายวิวัฒนาการขั้นสอง คนๆนั้นก็คงจะถูกฆ่าภายในการโจมตีเดียว! แต่กับหลินเฟิงนั้นต่างออกไป เริ่มแรกเขาได้รับการปรับร่างกายจากฐานการผลิต ต่อมาก็ผสานเข้ากับยีนไปถึงสามครั้งจนทำให้ร่างกายของหลินเฟิงแข็งแกร่งขึ้นมาก แถมหลังจากรวมเข้ากับยีนของแร็พเตอร์ความเร็วก็กลายเป็นจุดเด่นของเขา!





จากนั้นก็ฝึกวิชาฝ่ามือเหล็กจนสำเร็จขั้นแรกของวิชา ทั้งเส้นเอ็นและกระดูกในร่างแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่า! ในเวลาเดียวกันพลังที่หลงเหลือในร่างพลันปะทุขึ้นมาจนทำลายประตูกั้นแล้วกลายเป็นผู้วิวัฒนาการขั้นหนึ่งในที่สุด! ทำให้ตอนนี้ความแข็งแกร่งของหลินเฟิงเหนือกว่าผู้วิวัฒนาการขั้นหนึ่งไปไกลและพอจะสู้กับสัตว์ร้ายขั้นสองได้!





หลังจากให้แร็พเตอร์ช่วยเปิดทางให้ หลินเฟิงวิ่งด้วยความเร็วไปที่จิ้งจอกจ่าฝูงอย่างแน่วแน่ ถึงลูกสมุนจิ้งจอกจะช่วยถ่วงเวลาไว้ให้เพียงไม่กี่ลมหายใจ แต่พลังฟื้นฟูของมันกลับทำให้ร่างที่บาดเจ็บอย่างหนักก่อนหน้านี้ดูดีขึ้นมาก!





ช่างเป็นพลังที่น่าตกใจจริงๆ หลินเฟิงคิดแล้วแค่นเสียงเย็นชาขึ้นทีหนึ่ง พลังในร่างพลันปะทุออกมาอย่างท่วมท้น คลื่นพลังอันแข็งแกร่งกระจายออกไปจากตัวของเขาอย่างรุนแรง





ฉับพลันหลินเฟิงกลับตบฝ่ามือออกไป! ฝ่ามือนี้ทรงพลังเหมือนกับเป็นภูเขาลูกใหญ่ที่กำลังกดทับผู้ที่ต่อต้านมันให้แหลกสลายไป! วิชาฝ่ามือเหล็กพลันสำแดงฤทธิ์เดชของมันออกมันจนถึงขีดสุด!





ฝ่ามือแผ่แรงกดทับอันหนักหน่วงออกมาโถมเข้าใส่จิ้งจอก แต่จิ้งจอกจ่าฝูงก็ไม่โง่ เมื่อเห็นพลังที่เกินจะต้านทานนี้ มันแทบจะไม่ต้องคิดและขยับร่างกายหลบอย่างรวดเร็ว ทำให้ฝ่ามือของหลินเฟิงพลาดเป้าไป!





หลังจากหลบการโจมตีสำเร็จ จิ้งจอกไม่รอช้ามันแทงกรงเล็บเข้าใส่หลินเฟิงอย่างรวดเร็ว พลังในร่างของจิ้งจอกระเบิดออกมา กรงเล็บที่แหลมคมเหมือนจะตัดผ่านได้ทุกสิ่งแฝงไว้ด้วยพลังทำลายอันน่ากลัว





รังสีพลังที่ก่อตัวขึ้นเป็นรูปธรรมนั้นทำให้ปรากฏรอยสีแดงขึ้นบนผิวหนังของหลินเฟิงไม่หยุด แต่เพราะเขาโจมตีออกไปสุดแรงทำให้ไม่อาจเก็บฝ่ามือกลับมาป้องกันการโจมตีของจิ้งจอกได้ทัน!





แต่ฉับพลัน!





ฝ่ามือที่ควรจะพลาดเป้าหมายไปแล้วพลันเคลื่อนไหวอย่างแปลกประหลาด แขนของหลินเฟิงเหมือนกับไม่มีกระดูกและขยับเหมือนงูพิษตัวหนึ่งพุ่งไปปะทะกับกรงเล็บของจิ้งจอก!





ตูม!





การปะทะครั้งนี้ทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน ทันทีที่พลังยิ่งใหญ่สองสายได้ปะทะกัน แรงปะทะได้ทำให้สิ่งมีชีวิตที่อยู่รอบๆเหมือนถูกพายุพัดลอยออกไป เศษก้อนหิน ฝุ่น เลือด และสิ่งต่างๆถูกพัดลอยขึ้นไปในอากาศอย่างรุนแรง ราวกับเกิดพายุทอร์นาโดขึ้นในระยะสิบเมตรโดยมีหลินเฟิงและจิ้งจอกจ่าฝูงเป็นศูนย์กลาง!





มันเป็นพายุแห่งความตายที่น่าเกรงขาม แม้ว่าจิ้งจอกจ่าฝูงจะมีพลังที่แข็งแกร่ง แต่ท่ามกลางสายลมที่โหมกระหน่ำ ร่างของมันก็ยังถูกคลื่นกระแทกพัดร่างให้ถอยกลับไป!





ไม่ว่าจะเป็นสมุนจิ้งจอกหรือว่าแร็พเตอร์ต่างก็ถูกพัดให้ถอยหลังไปในอากาศประหนึ่งใบไม้ปลิวตามสายลม จิ้งจอกจ่าฝูงคิดจะใช้ช่วงเวลานี้ทำการฟื้นฟูร่างกายให้มากที่สุด แต่ก่อนที่มันจะเริ่มทำการรักษาบาดแผล ทันใดนั้นกลิ่นอายที่อันตรายมหาศาลก็ได้เข้าปกคลุมร่างของจิ้งจอกไว้!





รังสีสังหารที่มาพร้อมกับฝ่ามืออันแข็งแกร่งปรากฏขึ้นตรงหน้าของมัน ฝ่ามือนั้นตรงไปที่หัวของจิ้งจอกอย่างรวดเร็วประดุจสายฟ้า





ไม่น่าเชื่อ! มนุษย์ตรงหน้าของมันต้านรับแรงกระแทกมหาศาลของพายุแห่งความตายนั้นด้วยพละกำลังของตัวเอง เขายืนรับแรงฉีกกระชากภายในพายุ แม้ว่าบนร่างของเขาจะเต็มไปด้วยเลือด แต่ทว่า ตั้งแต่ต้นจนจบดวงตาของเขาก็ยังฉายแววให้เห็นถึงความมุ่งมั้นที่จะฆ่า





จิ้งจอกจ่าฝูงต้องยอบรับว่าตัวมันดูถูกหลินเฟิงเกินไป แม้ว่ามันจะคาดการทุกอย่างเอาไว้อย่างดีแล้วก็ยังตามหลังหลินเฟิงอยู่ก้าวหนึ่งตลอด!





ฝ่ามือของหลินเฟิงราวกลับยมทูตที่ค่อยๆย่างกรายเขาหาจิ้งจอก การโจมตีนี้แฝงไปด้วยความอันตรายถึงขีดสุด เพียงพริบตาก็ตบไปที่หัวของจิ้งจอกจ่าฝูงอีกครั้ง





ปัง!





หัวของจิ้งจอกยุบลงไปอย่างน่ากลัว เลือดไหลทะลักออกมาจากหัวของมัน อย่างไรก็ตาม ถึงจะโดนการโจมตีนี้ไป หลินเฟิงก็ยังไม่อาจทำลายหัวของมันได้





แววตาของหลินเฟิงเปลี่ยนเป็นดุร้ายยิ่งกว่าเดิมแล้วตบฝ่ามือออกไปอีกครั้ง





ปัง!





สิ้นเสียงนี้หลินเฟิงก็เตรียมจะโจมตีออกไปอีกครั้ง แต่ว่า.. กร๊อบ...! เสียงกระดูกหักดังขึ้นตามมาแทบจะทันที คอของจิ้งจอกพับลงเหมือนไม่มีกระดูกและล้มลงพื้นไป!





ถึงการโจมตีของหลินเฟิงจะทำลายหัวของจิ้งจอกไม่ได้ แต่แรงกระแทกผสมกับแรงบิดที่แฝงมาในฝ่ามืออย่างมหาศาลได้ทำให้คอของจิ้งจอกหักลงในที่สุด!





แต่หลินเฟิงก็ยังไม่หยุด เขาตบฝ่ามือไปที่หัวของจิ้งจอกอีกรอบ พลังในการตบครั้งนี้ก็ไม่ได้ด้อยกว่าครั้งที่แล้วเลย พลังนี้กดทับจนหัวของจิ้งจอกแหลกเละไป!





โผล๊ะ!





เสียงกระโหลกศีรษะของจ่าฝูงจิ้งจอกระเบิดออก เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณสร้างความโกลาหลให้กับลูกสมุนจิ้งจอกที่เหลือ เมื่อเห็นหัวหน้าของมันถูกฆ่าตายอย่างโหดร้าย จิ้งจอกที่เหลือก็ไม่เหลือความกล้าที่จะสู้อีกและเริ่มวิ่งหนีกันทันที





แต่!





หลินเฟิงจะปล่อยพวกมันไปเหรอ? แน่นอนว่าไม่! พวกมันเป็นเหมือนขุมสมบัติสำหรับเขา เนื้อของมันมีประโยชน์อย่างมาก ขนของพวกมันก็มีคุณสมบัติต้านทานไฟแถมยีนที่ได้จากพวกมันยังน่าจะเป็นประเภทฟื้นฟูร่างกายอีก! ที่สำคัญคือคริสตัลชีวิตที่อยู่ในร่างของพวกมัน หลินเฟิงมองไปที่ศพนับไม่ถ้วนที่อยู่ตรงพื้น ศพหนึ่งศพหมายถึงคริสตัลชีวิตหนึ่งอัน นั้นหมายถึงตอนนี้เขามีคริสตัลชีวิตหลายพันอันอยู่ในมือและนั้นยังหมายถึงพลังงานฐานจำนวนมหาศาลอีกด้วย!





โฮกกก!





แร็พเตอร์ยี่สิบแปดคำรามและไล่ฆ่าในทันที นักล่าพวกนี้เป็นมืออาชีพในเรื่องการไล่ล่าเหยื่อที่กำลังหลบหนีอยู่แล้ว จากนั้นฉากที่โหดร้ายก็ปรากฏขึ้น เสียงร้องแห่งความเจ็บปวดยังคงดังขึ้นต่อเนื่อง...





อีกด้านหนึ่ง หลังจากที่นักรบไดโนเสาร์เข้าต่อสู้กับฝูงจิ้งจอก จีกัวเลินก็เข้าไปช่วยหู่หยางออกมาจากพื้นที่ต่อสู้ คนในหมู่บ้านทั้งหมดจดจ่ออยู่กับการต่อสู้ของทั้งสองฝ่าย พวกเขายืนนิ่งคล้ายวิญญาณหลุดออกจากร่าง เริ่มแรกก็ยินดีเนื่องจากเห็นไดโนเสาร์ฆ่าจิ้งจอกอยู่ฝ่ายเดียว จากนั้นก็รู้สึกกดดันและสิ้นหวังตอนเห็นจิ้งจอกจ่าฝูง แล้วเปลี่ยนเป็นตะลึงค้างในตอนที่หลินเฟิงปรากฏตัว!





ปากของพวกเขาทุกคนอ้าค้างจนหุบไม่ได้เมื่อเห็นว่าหลินเฟิงฆ่าจิ้งจอกอย่างไร ดวงตาของพวกเขายังคงมองไปที่หลินเฟิงตาไม่กระพริบ





เสื้อของหลินเฟิงขาดกระจุยไปตั้งแต่อยู่ในพายุ ทำให้เผยกล้ามเนื้อที่เต้งตึงออกมา ร่างกายและสัดส่วนที่สวยงามของหลินเฟิงถูกย้อมด้วยแสงสีเหลืองทองของพระอาทิตย์ ยิ่งส่งเสริมร่างกายที่สมบูรณ์ให้เด่นชัดขึ้น!





คลาบเลือดบนเส้นผมและใบหน้าไหลหยดลงพื้นอย่างเชื้องช้า... ฉากนี้ทำให้หลินเฟิงดูองอาจเหมือนกับเทพเจ้าแห่งสนามรบในตำนาน!





ชาวบ้านถูกภาพที่ชวนให้หลงไหลนี้ดึงสติไปจนหมด แม้แต่หู่หยางก็ลืมความเจ็บปวดในร่างไปหมดสิ้น พวกเขาคล้ายพบที่ยึดเหนียวทางจิตใจ ในสายตากลับเผยความเคารพและศรัทธาออกมา!











_________________________________













ตอนก่อน

จบบทที่ การต่อสู้ที่รุนแรง

ตอนถัดไป