เลิกลา

“ฟางจือหยู หลังจากที่เราทะเลาะกันในวันนั้น ฉันก็ได้ไปนั่งดื่มเบียร์อยู่ในสวนสาธารณะของมหาวิทยาลัยเพียงลำพัง ฉันดื่มหนักมากจนไม่สามารถเดินตัวตรงได้ แต่ฉันได้ผู้ชายคนหนึ่งที่บังเอิญเดินผ่านมาช่วยเอาไว้ เขาพาฉันไปที่บ้านและคอยดูแลฉันทั้งคืน แน่นอนว่าเขาไม่ได้ทำอะไรที่น่ารังเกียจกับฉันในคืนนั้นเลย แต่การดูแลเอาใจใส่ของเขาทำให้ฉันหวั่นไหวและอดไม่ได้ที่จะรู้สึกดี ต่อมา เขาก็ได้สารภาพว่าเขาชอบฉัน และฉันก็เพิ่งจะตกลงคบกับเขาเมื่อวานนี้…นายอย่ามาหาฉันอีกเลยนะ”

  

หลังจากที่อ่านข้อความของแฟนสาวแล้ว ความรู้สึกโศกเศร้าก็ถามโถมเข้ามาในใจของฟางจือหยูทันที เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเพราะเรื่องเล็กน้อยที่ทะเลาะกันในครั้งนั้น จะส่งผลให้แฟนสาวที่อยู่กับเขามาสองปีทิ้งเขาและหนีไปมีแฟนใหม่แบบนี้

  

“นี่คือคำตอบของเธออย่างงั้นหรอ?” ฟางจือหยูรู้สึกเจ็บปวดเหมือนกับถูกตบหน้าอย่างแรง

  

แฟนสาวของเขาชื่อว่าเจียงหยวน เธอเป็นรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยเจียงหนาน ทั้งสองได้พบกันที่งานปฐมนิเทศของมหาวิทยาลัย ซึ่งพวกเขาต่างก็รู้สึกดีต่อกันและพัฒนาเป็นคู่รักที่น่าอิจฉาได้อย่างรวดเร็ว

  

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เจียงหยานและฟางจือหยูได้ทะเลาะกันเพราะเรื่องกดตั๋วคอนเสิร์ตไม่ทัน




ต้องรู้ว่าคอนเสิร์ตนี้เป็นคอนเสิร์ตของนักร้องชั้นนำอย่างซูหลุน ซึ่งบัตรคอนเสิร์ตของเขานั้นได้ถูกซื้อไปจนหมดทันทีหลังจากที่เปิดวางขายได้สิบวินาที




เจียงหยวนเป็นคนงอแงเอาแต่ใจ ส่วนฟางจือหยูนั้นเป็นคนที่ตามใจเธอมาโดยตลอด




แต่อย่างไรก็ตาม คราวนี้เจียงหยวนนั้นงี่เง่าเกินกว่าจะฟางจือหยูจะสามารถเข้าใจได้ เป็นผลให้ความโกรธของเขาระเบิดออกมาและได้มีปากเสียงกับเธอ

  

วันรุ่งขึ้น เจียงหยวนส่งข้อความมาบอกกับเขาว่าเธออยากจะขอเลิก แต่ฟางจือหยูคิดว่าเธอแค่โกรธและอยากจะให้เขาสนใจ ดังนั้น ฟางจือหยูจึงได้ขอโทษและทำการพิมพ์ข้อความง้อเธออยู่เป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม เจียงหยวนไม่ได้ส่งข้อความกลับมาหาเขาแม้แต่ประโยคเดียวเลย

  

จนกระทั่งผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ข้อความดังกล่าวก็ถูกส่งมา ฟางจือหยูไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าความสัมพันธ์ของเขาจะจบลงแบบนี้

  

“เฮ้ทุกคน ออกไปดื่มเบียร์กับฉันหน่อยสิ!” เบียร์ไม่ใช่สิ่งที่ดี แต่เป็นการเยียวยาที่ดีที่สุดสำหรับคนที่รู้สึกเศร้าใจ โชคดีที่เขาได้พบกับเพื่อนที่ดีหลายคนในช่วงสองปีที่ผ่านมา การชวนในครั้งนี้จึงไม่ได้ถูกเมินเฉยอย่างไร้เยื่อใย

  

ด้วยเหตุนี้เอง ทุกคนจึงไปยังบาร์ที่ใกล้ที่สุดและสั่งเบียร์มามากมาย

  

ชายร่างอ้วนชี้มาที่ฟางจือหยูและพูดว่า “จือหยู คนอย่างนายไม่เหมาะกับการจะมาเศร้าแบบนี้หรอกนะ!”




ชายอ้วนมีชื่อว่าฟู่จุน เขาเป็นเพื่อนร่วมห้องมัธยมปลายของฟางจือหยู และปัจจุบันก็ยังคงเป็นเพื่อนร่วมห้องของเขาในมหาวิทยาลัย กล่าวได้เลยว่าเขาคือเพื่อนสนิทที่แท้จริง

  

ฟางจือหยูมีหน้าตาที่ใช้ได้ มีส่วนสูงที่มากกว่าค่าเฉลี่ยของคนทั่วไป และครอบครัวของเขาก็มีฐานะที่ถือว่าดี นอกจากนี้เขายังเล่นไวโอลินและเปียโนเป็นตั้งแต่ในสมัยที่อยู่ประถม ดังนั้นเขาจึงไม่เคยขาดเรื่องของผู้หญิง

  

แต่อย่างไรก็ตาม เขาแทบจะไม่เคยสมหวังในความรักเลย

  

ครั้งแรกที่เขามีความรักคือตอนที่อยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 แต่หลังจากที่สารภาพรักและเป็นแฟนกับผู้หญิงที่เขาชอบได้สองวัน ฟางจือหยูก็ถูกฝ่ายหญิงขอเลิกอย่างไร้เยื่อใย โดยเหตุผลก็คือเธอกลัวว่ามันจะกระทบกับผลการเรียนของเธอ

  

การถูกทิ้งในเวลาสองวันกลายเป็นเรื่องเจ็บปวดและน่าอายมากที่สุดของฟางจือหยู และในตอนนั้นเพื่อนร่วมห้องที่ชือว่าเจียงอี้ก็ได้เข้ามาพูดกับเขาเอาไว้ว่า "ความรักก็เหมือนกับหวย โอกาสที่นายจะได้เจอกับผู้หญิงดีๆมันมีเพียงแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ หากนายคิดจะมีความรัก นายก็คงจะต้องทนเจ็บปวดต่อไป สู้ๆเข้าล่ะ!”

  

คำพูดนี้ราวกับว่าได้ออกมาจากปากของพระเจ้า เพราะหลังจากนั้น เขาก็ต้องเสียใจกับเรื่องผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิตตลอดเลย

  

เหตุการณ์ทั้งหมดทำให้ฟางจือหยูเริ่มสงสัยว่าชีวิตที่แล้วของเขาเคยทำอะไรไม่ดีกับผู้หญิงเอาไว้หรือเปล่า? ในชีวิตนี้เขาถึงต้องมาเจอกับผู้หญิงใจร้ายและไม่เคยสมหวังในความรัก

  

จนกระทั่งเขาได้พบกับเจียงหยวน ความคิดของเขาก็ค่อยๆเปลี่ยนไป เขาคิดว่าเขาได้พบกับรักแท้ที่ตามหามาอย่างนาวนาน




ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เขามีความสุขมากที่ได้อยู่กับเจียงหยวน และเขาก็ทุ่มเททั้งหัวใจให้กับเธอ

  

แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคืออะไร?




ในเวลานี้ เขารู้สึกว่าโลกทั้งใบของเขากำลังจะพังทลายลง

  

“ฟางจือหยู ฉันว่าฉันมีเรื่องที่ต้องบอกนาย” หลังจากลังเลอยู่เป็นเวลานาน ถิงหมิงหุย เพื่อนร่วมห้องของเขาก็ตัดสินใจพูดออกมา

  

“นายจะพูดอะไรก็พูดเถอะ มันคงไม่มีเรื่องอะไรที่จะทำให้ฉันเสียใจไปได้มากกว่านี้แล้วล่ะ!” ฟางจือหยูพูด จากนั้นเขาก็ยกขวดเบียร์ขึ้นและเทเข้าไปในปากของตัวเอง

  

“ฉันรู้มาว่าผู้ชายที่อยู่กับเจียงหยวนชี่อหวางซวน เขาเป็นลูกของครอบครัวที่มีชื่อเสียงและร่ำรวย พ่อของเขาดูเหมือนจะเป็นประธานของเครือข่ายจำหน่ายตั๋วไรซ์” ถิงหมินหุยพูดต่อ "สองสัปดาห์ก่อนฉันเห็นเขากับเจียงหยวนกินข้าวด้วยกัน แต่ตอนนั้นฉันคิดว่าเขาเป็นแค่คนรู้จักกัน เลยไม่ได้เอาเรื่องนี้มาบอกกับนาย"

  

“ขายตั๋ว?” ฟางจือหยูเข้าใจเรื่องทุกอย่างในทันที “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ฉันเข้าใจแล้ว มันเป็นแบบนี้นี่เอง”

  

เครือข่ายจำหน่ายตั๋วไรซ์ เป็นศูนย์จำหน่ายตั๋วที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เกือบ 80% ของตั๋วจะจัดจำหน่ายผ่านช่องทางนี้ ดังนั้นในฐานะที่เป็นลูกชายของผู้นำสูงสุด หวางซวนจึงสามารถซื้อตั๋วของซูหลุนได้อย่างไม่มีปัญหา




“จือหยู นายอย่ามาเสียใจให้กับผู้หญิงแบบนี้เลย” เฉิงไคเป็นเพื่อนอีกคนหนึ่งของฟางจือหยู เขาอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศเลยพูดออกมาว่า “ตอนนี้ฉันมีรายชื่อสาวสวยในมหาวิทยาลัยของเราที่ยังโสดอยู่มากมายเลย ให้ฉันแนะนำให้เอามั้ย”

  

...

  

กลางดึก ฟางจือหยูกลับมาที่ห้องนอนและผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว

  

เช้าวันถัดไป




“กริ๊ง”




เสียงโทรศัพท์มือถือได้ปลุกให้ฟางจือหยูตื่นจากการหลับไหล เขาเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์และพูดขึ้น "สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าผมคุยกับใครอยู่"

  

"นี่แม่เอง" เสียงแม่ของฟางจือหยูดังออกมาจากทางโทรศัพท์ "เมื่อไรลูกจะกลับมาที่บ้านสักที แม่เห็นลูกของเพื่อนบ้านที่เรียนอยู่ในหยานจิงกลับมาแล้ว ลูกไม่คิดจะกลับมาบ้านเลยหรือยังไง?”

  

“ผมกะว่าจะกลับไปตอนบ่ายโมง!” ขณะเดียวกับที่พูด ใบหน้าที่สวยงามของเฉาหลานผู้เป็นแม่ก็ปรากฏขึ้นมาในใจของเขา




โดยแม่ของเขานั้นเป็นผู้หญิงที่ไม่เหมือนกับผู้หญิงในวัยสี่สิบหรือห้าสิบปีเลย ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เพราะว่าใบหน้าของแม่ดูเด็กกว่าปกติแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะใบหน้าและรูปร่างของแม่เขาสวยเกินกว่าจะบรรยาย

  

และก็ไม่เพียงแต่เฉาหลานเท่านั้นที่เป็นแบบนี้ แต่ฟางฮุย พ่อของเขาก็มีหน้าที่เด็กกว่าอายุเช่นกัน แถมดูเหมือนว่ากาลเวลาจะไม่เคยทิ้งรอยย่นไว้บนใบหน้าพ่อแม่ของเขาได้เลยตั้งแต่จำความได้ ที่แปลกไปกว่านั้นก็คือที่บ้านพ่อแม่ของเขาไม่มีผลิตภัณฑ์ดูแลผิวใดๆเลย

  

“โอเค รีบๆกลับมาด้วยล่ะ คืนนี้พ่อกับแม่มีเรื่องอะไรจะบอก!” หลังจากพูดจบ เฉาหลานก็กดวางสายไปทันที

ตอนก่อน

จบบทที่ เลิกลา

ตอนถัดไป