ผู้ช่วย

“เสี่ยวยี่ ตอนนี้ฉันทำภารกิจที่นายบอกเสร็จแล้ว แต่ทำไมฉันถึงยังไม่ได้รับรางวัลใดๆเลยล่ะ?” ฟางจือหยูออกจากแพลตฟอร์มถ่ายทอดสดก่อนจะถามออกมา




“รอสักครู่” เสี่ยวยี่พูด “ภารกิจในขั้นแรกเสร็จสมบูรณ์ ค่าความสำเร็จภารกิจเพิ่มขึ้น 2% ความคืบหน้าของภารกิจในตอนนี้คือ 2% รางวัลที่ได้รับคือ ค่าสมรรถภาพทางกายเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า!”




ทันใดนั้นเอง ฟางจือหยูก็รู้สึกราวกับว่ามีกระแสไฟฟ้าไหลเข้าสู่ร่างกาย เขารู้สึกถึงพลังงานลึกลับที่พุ่งออกมาจากทุกเซลล์ในร่างกายของเขา พลังงานนี้ทำให้กล้ามเนื้อและกระดูกทุกส่วนของเขาแข็งแรง แม้แต่จิตใจก็เช่นกัน




“เจ๋งโคตร!” ความรู้สึกผ่อนคลายที่ช่วยให้จิตวิญญาณสดชื่นทำให้ฟางจือหยูอดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมา




สถานะนี้กินเวลาถึงห้านาที ฟางจือหยูรู้สึกว่าร่างกายของเขานั้นแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง




“โฮสต์ ตอนนี้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความแข็งของกระดูก การทำงานของเซลล์สมองและค่าทางกายภาพอื่นๆของคุณเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเรียบร้อยแล้ว!”




“นี่เรื่องจริงหรอเนี่ย!” ฟางจือหยูรู้สึกถึงความแตกต่างในร่างกายของตัวเองได้อย่างชัดเจน “เสี่ยวยี่ ไอความรู้สึกอบอุ่นเมื่อกี้นี้คืออะไร?”




“บรรพบุรุษของโฮสต์เก็บสิ่งนี้ในกระบวนการพัฒนาศักยภาพทางกายภาพ พลังงานส่วนเกินจะถูกดูดซับเอาไว้โดยระบบ ดังนั้นฉันจึงสามารถส่งกลับไปเพื่อช่วยให้โฮสต์สร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย!” เสี่ยวยี่อธิบาย




“พลังนี้ยังมีอยู่อีกหรือเปล่า?”




“มีอยู่เหลือเฟือ พลังงานนี้ถูกกักเก็บเอาไว้ตั้งแต่ปี 1999 มันเพียงพอที่จะเปลี่ยนโฮสต์จากคนธรรมดาให้กลายเป็นมนุษย์ที่มีพลังอำนาจทุกอย่าง” เสี่ยวยี่รู้ว่าฟางจือหยูกำลังคิดอะไรอยู่ "แต่พ่อของคุณบอกเอาไว้ว่าห้ามมอบพลังนี้ให้กับคุณมากเกินไป เพราะมันจะส่งผลเสียต่อการเติบโตในอนาคตของคุณ”




“พ่อของฉันนี่ช่างคิดจริงๆ” ฟางจือหยูเข้าใจได้ว่าการเสริมพลังแบบนี้นั้นเป็นเพียงผลประโยชน์ระยะสั้น พลังที่แท้จริงจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเขาฝึกฝนและได้รับมันมาเอง




“เดี๋ยว นี่มันกลิ่นอะไร” จู่ๆ กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์และน่าขยะแขยงก็พุ่งเข้ามากระทบกับจมูกของฟางจือหยู




“นี่คือสิ่งสกปรกบนร่างกายของโฮสต์ มันถูกขับออกมาหลังจากที่ทำให้ร่างกายของโฮสต์แข็งแกร่งขึ้น บางทีโฮสต์อาจจะต้องไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้!”




“ทีหลังนายช่วยบอกฉันก่อนจะได้มั้ย!” ฟางจือหยูวิ่งไปที่ห้องน้ำพร้อมกับทำการถอดเสื้อผ้าออก




มีสิ่งสกปรกจำนวนมากที่ถูกขับออกมา มันทำให้ฟางจือหยูต้องใช้เวลาทำความสะอาดร่างกายค่อนข้างนาน แถมยิ่งตอนที่ของเหลวสีดำอันน่าขยะแขยงตกลงบนพื้นห้องน้ำ เขาก็ต้องทำการล้างมันหลายครั้งก่อนที่กลิ่นจะจางหายไป




หลังจากนั้นฟางจือหยูก็หันไปเช็ดไอน้ำออกจากกระจก และเมื่อเขามองไปที่ตัวเองในกระจก เขาก็รู้สึกแปลกๆขึ้นมาในทันที




เดิมทีฟางจือหยูเป็นคนธรรมดา ตัวไม่สูงมาก แถมยังผอมบาง แต่ตอนนี้ ชายในกระจกกลับมีใบหน้าที่ดูดีเป็นอย่างยิ่ง มันทำให้เขายิ่งคล้ายกับฟางฮุยขึ้นไปอีกเล็กน้อย แถมความสูงของเขาก็ยังเพิ่มขึ้นมาเกือบห้าเซนติเมตร ทำให้ตอนนี้เขาสูงมากกว่า 1.8 เมตร สิ่งที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่านั้นก็คือร่างกายที่แต่เดิมผอมบางของเขานั้นมีกล้ามเนื้อปรากฏขั้นอย่างชัดเจน!




“พระเจ้า ฉันไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย?” ฟางจือหยูลูบร่างกายของเขาอย่างตกตะลึง หากไม่ใช่เพราะว่าตอนนี้ยังมีโครงหน้าเดิมของเขาอยู่บ้าง เขาคงไม่อาจเชื่อว่าชายที่อยู่ในกระจกเป็นเขาจริงๆ




“ในขณะที่เสริมความแข็งแกร่งให้กับโฮสต์ ฉันยังปรับปรุงยีนของโฮสต์ด้วย ดังนั้นรูปลักษณ์ปัจจุบันของโฮสต์จึงกลายเป็นสภาพที่สมบูรณ์แบบที่สุดของมนุษย์!”




“พ่อแม่ของฉันก็เป็นแบบนี้ด้วยหรอ?” ในที่สุดฟางจือหยูก็เข้าใจแล้วว่าทำไมพ่อกับแม่ที่มีอายุเกือบห้าสิบปีแล้วยังมีรูปร่างและหน้าตาที่หนุ่มสาวต้องอิจฉา




“พ่อกับแม่ของโฮสต์ได้รับการพัฒนาให้มีศักยภาพตามแบบฉบับของพวกเขา พวกเขามีความสมบูรณ์ทางพันธุกรรมมากกว่า พวกเขาไม่แก่ลงตามกาลเวลา แน่นอนว่าโฮสต์ก็สามารถเป็นเช่นนั้นได้ในภายหลัง”




“ยังไงก็ตาม นายเป็นระบบที่ตกทอดมาจากตระกูลฟางของฝ่ายพ่อไม่ใช่หรอ? แล้วแม่ของฉันล่ะ? หรือว่าวิธีพัฒนาศักยภาพนี้ยังสามารถสอนให้คนอื่นรู้ได้ด้วย?”




“แน่นอน มันเป็นไปได้ แต่ยังมีข้อกำหนดเบื้องต้นบางอย่าง โฮสต์จะรู้ได้ในภายหลัง” เสี่ยวยี่พูด “ฉันได้ติดต่อกับพ่อบ้านให้โฮสต์ และตอนนี้เหมือนว่าเขาจะรออยู่ข้างนอกแล้ว โฮสต์ต้องการไปพบเขาหรือเปล่า? "




“พ่อบ้านหรอ บ้านเรามีพ่อบ้านด้วยอย่างงั้นหรอ?” ฟางจือหยูรู้สึกสับสนและประหลาดใจ




“เขาเป็นพ่อบ้านรุ่นที่ 98 แถมยังเป็นคนที่ปู่ของโฮสต์เคยช่วยไว้ เป้าหมายในการมีชีวิตอยู่ของพวกเขาคือการช่วยจัดการทรัพย์สินบางส่วนของครอบครัวฟางและพร้อมที่จะรับใช้โฮสต์”




“เขามาถึงแล้วหรอ?”




"ใช่ ตอนนี้เขาอยู่ที่หน้าประตู!"




“ฉันต้องรีบแล้ว!” มันจะเป็นการไม่สุภาพหากปล่อยให้คนอื่นมายืนรออยู่ที่ประตูบ้านเป็นเวลานาน ฟางจือหยู่เช็ดตัวและเดินไปที่ประตูหน้าบ้านทันที




เมื่อประตูเปิดออก ฟางจือหยูก็พบว่ามีคนสองคนยืนอยู่ข้างนอก คนหนึ่งดูเป็นชายชราที่อายุราวๆ 60 ปี และอีกคนเป็นเด็กผู้หญิงที่อายุราวๆ เดียวกับเขา




ชายชราสวมชุดจีนโบราณ แม้ว่าเขาจะแก่แล้ว แต่เขาก็ปลดปล่อยกลิ่นอายของคนที่อยู่ในตำแหน่งสูงเป็นเวลานานออกมา

  

เด็กสาวข้างๆนั้นสูงประมาณ 168 เซนติเมตร เธอมีใบหน้าที่สวยเกินกว่าจะบรรยายเป็นคำพูดได้ โดยเฉพาะขาที่เรียวยาวและสัดส่วนของเธอ รูปร่างของเธอทำให้ฟางจือหยูอดไม่ได้ที่จะแอบมองเล็กน้อย

  

“มันคล้ายกันเกินไป มันคล้ายกันเกินไปแล้ว!” ทันทีที่ชายชราเห็นฟางจือหยู เขาก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก “ท่านคือนายน้อยฟางใช่หรือเปล่า?”

  

“อะไรนะ ฟาง... นายน้อยฟาง?” ฟางจือหยูไม่ค่อยคุ้นเคยกับการถูกเรียกแบบนี้

  

“ผู้อาวุโส คุณเป็นใคร?”

  

“โอ้ ฉันผิดเอง นายน้อยฟาง ชื่อของฉันคือจ้วงฮั่นจง นี่คือหลานสาวของฉันจ้วงหยิง ส่วนหนึ่งของทรัพย์สินของท่านได้รับการจัดการโดยตระกูลจ้วงของเรา เราเพิ่งได้รับข่าวว่าท่านได้รับมรดกของตระกูลฟางอย่างเป็นทางการ ฉันจะเป็นคนอธิบายให้ท่านฟังถึงทรัพย์สินในส่วนนี้!” ชายชรากล่าวด้วยความเคารพ

  

“เอ่อ…ผู้อาวุโส เข้ามาก่อนเถอะ ยืนคุยกันแบบนี้คงจะเหนื่อยแย่” ฟางจือหยูเชิญให้คนทั้งสองเข้ามาในบ้าน

  

"ดูเหมือนว่านายน้อยจะเป็นคนดี! ฟางจือหยู?" ตอนแรกหญิงสาวที่ชื่อจ้วงหยิงกังวลว่าจะเข้ากับฟางจือหยูได้ยาก แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้เธอจะคลายความกังวลนั้นลงแล้ว

  

“ผู้อาวุโส นั่งลงก่อน ผมเพิ่งรู้เมื่อวานนี้ว่าครอบครัวของเรามีทรัพย์สินมากมายขนาดนั้น บางทีผู้อาวุโสอาจจะต้องเล่าให้ผมฟังอย่างช้าๆแล้วล่ะ!”

  

“นายน้อยฟาง เรียกฉันว่าเหลาจ้วงก็ได้!”

  

หลังจากพูดคุยกัน ฟางจือหยูก็ได้รู้ว่าในตอนที่จ้วงฮั่นจงยังเด็ก เขานั้นเป็นที่ชื่นชอบของปู่ของเขา–ฟางซู




ดังนั้นเขาจึงได้รับมอบหมายจากฟางซูให้ดูแลทรัพย์สินส่วนหนึ่งของตระกูลฟาง

  

“ฉันอายุมากขึ้นแล้ว มันมีบางสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมของฉัน อุตสาหกรรมเหล่านั้นทั้งหมดถูกส่งมอบให้กับลูกชายของฉันและฝากให้พวกเขาดูแล แต่นายน้อยควรจะต้องมีผู้ช่วยอยู่ข้างกาย ฉันคิดว่าหลานสาวของฉันจ้วงหยิงน่าจะช่วยนายน้อยได้!"

  

“อะไรนะ ผู้ช่วย นี่...ผมไม่ใช่เจ้าของบริษัทสักหน่อย ผมเป็นแค่นักศึกษาวิทยาลัย ผมจะมีผู้ช่วยไปทำไม?” ฟางจือหยูโบกมือปฏิเสธ




มีสาวสวยขนาดนี้อยู่ข้างกาย ยังจะมีชายใดทนได้?

  

“ฮ่าฮ่าฮ่า” จ้วงฮั่นจงหัวเราะออกมา “นายน้อยฟาง แม้ว่าท่านจะไม่มีงานทำ แต่ท่านก็ต้องการเงินทุนสำหรับใช้ชีวิตใช่หรือเปล่า? อย่าดูถูกเสี่ยวหยิงเพราะว่าเธออายุยังน้อย เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์และการจัดการที่อ๊อกฟอร์ด ท่านสามารถทิ้งสิ่งเหล่านี้ไว้กับเธอได้ในอนาคต"

  

“ไม่เลว!” ฟางจือหยูพยักหน้า เขาแทบไม่รู้เรื่องทรัพย์สินของเขาเลย ถ้าเขาใช้เงินไปจนหมด เขาก็ไม่รู้จริงๆว่าเขาจะไปเอาเงินจากที่ไหน มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าเสี่ยวยี่จะมอบภารกิจให้เขาทำอะไรต่อไปอีก เงินที่เหลือ 90 ล้านในบัตรดำอาจจะดูเยอะ แต่ฟางจือหยูเชื่อว่าเขาจะต้องใช้เงินก้อนนี้หมดในเวลาไม่นานอย่างแน่นอน

  

“เอาล่ะ” ฟางจือหยูยื่นมือไปทางจ้วงหยิง “ผมอาจจะสร้างปัญหาให้กับเธอในอนาคต แต่ก็ขอฝากตัวด้วย!”

ตอนก่อน

จบบทที่ ผู้ช่วย

ตอนถัดไป