ย้ายที่อยู่อาศัย
หลังจากอธิบายเกี่ยวกับจ้วงหยิงจบแล้ว จ้วงฮั่นจงก็เดินจากไป
ฟางจือหยูเดินไปที่ระเบียงและมองออกไปข้างนอก ซึ่งเขาก็เห็นว่ารถที่จ้วงฮั่นจงเดินเข้าไปนั่งนั้นคือรถรุ่นโรลส์-รอยซ์ แฟนทอม
ราคาของรถคันนี้ไม่ต่ำกว่าสิบล้านหยวน นอกจากนี้ยังมีคนขับรถส่วนตัวนั่งอยู่ภายใน ควบคู่ไปกับท่าทางที่สง่างามของเขา
เห็นได้ชัดเจนเลยว่าจ้วงฮั่นจงจะต้องเป็นคนที่ร่ำรวยมากอย่างแน่นอน แต่บุคคลระดับนี้กลับเป็นเพียงผู้ช่วยของปู่ในการจัดการทรัพย์สินบางส่วนเพียงเท่านั้นอย่างงั้นหรอ?
“ต่อจากนี้ไปฉันเองก็จะเรียกท่านว่านายน้อย!” จากการพูดคุยก่อนหน้านี้ ทำให้จ้วงหยิงรู้สึกสนใจในตัวของฟางจือหยู
“เอ่อ...เหมือนว่าคุณจะมีอายุเยอะกว่าผม นงั้ต่อจากนี้ไปผมขอเรียกคุณว่าพี่เสี่ยวหยิงนะ” การเรียกแบบนี้ทำให้ฟางจือหยูเขินอายจนใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดง
ชายหญิงสองคนอยู่ในห้องเดียวกัน เมื่อเวลาผ่านไป บรรยากาศในห้องก็เริ่มอึดอัดขึ้นเล็กน้อยแต่ในที่สุด บรรยากาศที่น่าอึดอัดนั้นก็ถูกจ้วงหยิงทำลายลง
“นายน้อย ฉันคิดว่าท่านจะต้องเปลี่ยนที่อยู่อาศัย ที่แห่งนี้มันเล็กและแคบเกินไปสำหรับท่าน”
แม้ว่ามันจะเป็นหน้าที่ของตระกูลจ้วงอยู่แล้วที่ต้องช่วยตระกูลฟางในการจัดการทรัพย์สินบางส่วน แต่ฟางซูก็ยังยืนกรานที่จะให้หุ้นและเงินปันผลกับจ้วงฮั่นจง ซึ่งส่วนแบ่งเหล่านั้นก็ทำให้ตระกูลจ้วงเป็นตระกูลที่ค่อนข้างใหญ่ในปัจจุบัน และแม้แต่จ้วงหยิงเองก็ยังอาศัยอยู่ในวิลล่าที่มีพื้นที่มากกว่า 500 ตารางเมตร
ถึงแม้ว่าเธอจะเพิ่งเคยเจอกับฟางจือหยู แต่เธอก็ได้ยินมาจากคุณปู่ว่าทรัพย์สินได้ถูกโอนมาเป็นชื่อของเขาทั้งหมดแล้ว
นอกจากนี้เธอจะไม่รู้ว่าทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลฟางมีมากแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่เธอมั่นใจมาโดยตลอดก็คือหากตระกูลฟางคิดที่จะทำ เศรษฐกิจทั้งโลกจะต้องพังทลายลงในทันที ความมั่งคั่งที่สะสมมานานนับพันปีนั้นเหนือจินตนาการของคนธรรมดาไปโดยสิ้นเชิง
“เปลี่ยนที่อยู่?”
“ใช่ค่ะ นายน้อยมีอสังหาริมทรัพย์เป็นชื่อของตัวเองอยู่ทุกเมือง หากท่านอยากอยู่ที่ไหนก็สามารถบอกกับฉันมาได้เลย ฉันจะรีบจัดการให้โดยเร็วที่สุด!”
ฟางจือหยูอ้าปากค้างในทันที เขามีอสังหาริมทรัพย์อยู่ทุกเมืองงั้นหรอ? คนที่รวยที่สุดในจีนยังไม่มีอะไรแบบนี้เลยไม่ใช่หรือไง?
เขาครุ่นคิดในใจอยู่ครู่หนึ่ง “ตอนนี้พ่อกับแม่กำลังไปตามหาคุณปู่และคนอื่นๆ ดังนั้นอยู่ที่นี่ต่อไปก็คงจะไม่ได้อะไร แต่ฉันจะไปอยู่ที่ไหนดีล่ะ เพราะอีกไม่นานฉันก็ต้องกลับไปที่มหาวิทยาลัยเจียงหนานแล้ว จริงด้วย เมืองเจียงหนานไง!”
“พอจะมีบ้านในเมืองเจียงหนานที่อยู่ใกล้ๆมหาวิทยาลัยเจียงหนานบ้างมั้ย?” ฟางจือหยูถาม
“สักครู่นะคะนายน้อย!” จ้วงหยิงหยิบแท็บเล็ตออกมาจากกระเป๋าของเธอ ถึงแม้ว่าเธอจะฉลาดก็ตาม แต่ด้วยทรัพย์สินที่มากมายมหาศาลของตระกูลฟาง จึงเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะจดจำทั้งหมดไว้ในหัวสมองของตัวเอง
จ้วงหยิงพิมพ์ข้อมูลลงบนแท็บเล็ต และทันใดนั้น ข้อมูลจำนวนมากก็ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอ
"ฉันพบแล้วค่ะ สถานที่แห่งนี้ชื่อว่าเจียงหนานเป่ยหยวน อยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยเจียงหนานประมาณ 3.5 กิโลเมตร ท่านมีวิลล่าหลังหนึ่งอยู่ที่นั่น และมันก็เหมาะกว่าบ้านหลังนี้ของท่านอย่างมาก!"
“พี่ช่วยบอกรายละเอียดของบ้านให้ผมฟังหน่อยได้หรือเปล่า?”
"ได้ค่ะ วิลล่าหลังนี้ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชาวยุโรปชื่อดัง มีพื้นที่ 180,000 ตารางเมตร โดยรอบวิลล่าประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำ สวนและที่จอดรถ วิลล่าทั้งหลังสร้างขึ้นกลางทะเลสาบเทียม มูลค่าในปัจจุบันอยู่ที่ 280 ล้านหยวน!”
ฟางจือหยูที่กำลังดื่มน้ำอยู่สำลักออกมาทันที
วิลล่าราคา 280 ล้านหยวน? มีพื้นที่ 180,000 ตารางเมตร? นี่เป็นอสังหาริมทรัพย์ของเขา? ไม่อยากจะเชื่อ!
“ถ้านายน้อยต้องการไป ฉันสามารถจัดการให้ท่านได้ตอนนี้เลย!” จ้วงหยิงชื่นชอบปฏิกิริยาที่ฟางจือหยูแสดงออกมามาก แถมเธอก็รู้สึกสนใจอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมงานกับนายน้อยที่ไม่รู้ว่าตัวเองรวยแค่ไหน
“ไปสิ ทำไมผมจะไม่อยากไปล่ะ!” เนื่องจากฟางจือหยูเพิ่งกลับบ้านเมื่อวานนี้ และเขายังไม่ได้นำสัมภาระออกมา ดังนั้น เขาจึงสามารถออกไปพร้อมกับกระเป๋าเดินทางได้ทันที
แต่ทันใดนั้นเอง ความรู้สึกว่างเปล่าก็ถาโถมเข้ามาในจิตใจของฟางจือหยู เพราะเขาอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้มามากกว่า 20 ปีแล้ว สำหรับเขา ที่แห่งนี้คือสถานที่แห่งความทรงจำ
"พี่เสี่ยวหยิง คือว่าที่นี่..."
“ฉันรู้ดีว่านายน้อยจะสื่ออะไร” จ้วงหยิงพูด “ฉันจะจัดการให้คนมาทำความสะอาดที่นี่บ่อยๆ แน่นอนว่านายน้อยสามารถกลับมาที่นี่ได้ทุกเมื่อ”
“ขอบคุณนะ!” ฟางจือหยูพูดขอบคุณจากใจจริง
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ทำสิ่งต่างๆให้กับนายน้อย! เราจะไปกันเลยมั้ยคะ?”
“อื้ม ไปกันเถอะ!” ฟางจือหยูหยิบรูปถ่ายครอบครัวสามคนและเดินออกมา
“นายน้อย ท่านจะขับรถคันนี้อย่างงั้นหรอ” จ้วงหยิงตกตะลึงเมื่อเห็นปอร์เช่ คาเยนน์จอดอยู่ในที่จอดรถชั้นล่าง เพราะรถคลาสนี้ถูกเกินไป และไม่คู่ควรกับตระกูลฟางที่สูงส่งแม้แต่นิดเดียว
“เอ่อ...ผมขับไม่ได้หรือไง?” ฟางจือหยูมองไปที่ดวงตาของจ้วงหยิงและรู้สึกว่าเขากำลังโดนดูถูกเหยียดหยาม
"มันไม่เหมาะสมค่ะ เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันจะจัดหาคนขับรถที่จะคอยรับส่งนายน้อยในแต่ละวันให้นะคะ"
"ไม่ ผมไม่อยากได้ ขืนมีคนไปรับไปส่งทุกวัน มีหวังผมคงถูกคนไม่รู้จักมองว่าเป็นพวกลูกเศรษฐีแน่ๆ!"
จ้วงหยิงเหลือบมองฟางจือหยูราวกับอยากจะบอกว่า : แล้วนายน้อยไม่ใช่ลูกเศรษฐีหรอ?
“ฉันสั่งรถสปอร์ตไปแล้ว และมันน่าจะส่งมาถึงในสองสัปดาห์ข้างหน้า ฉันจะขับเอง ไม่ต้องหาคนขับมาให้ฉัน เข้าใจนะ” เขาไม่ได้ขับรถมาเป็นเวลานานแล้ว และเขาก็รู้สึกอยากขับปอร์เช่ คาเยนน์คันนี้อย่างมาก
“โอเคค่ะ แต่นายน้อย ฉันสามารถไว้ใจทักษะการขับรถของท่าน...ได้ใช่มั้ยคะ?” จ้วงหยิงลังเลว่าจะนั่งรถไปกับฟางจือหยูด้วยดีหรือเปล่า
“อย่ากังวลไปเลย ผมไม่ใช่เด็กๆสักหน่อย รีบขึ้นมาสิ!” แม้ฟางจือหยูจะพูดอย่างสบายๆ แต่จริงๆแล้วเขาเคยขับรถแค่ 3 ครั้งเท่านั้นเองตั้งแต่ได้รับใบขับขี่มา
อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งทางร่างกายของเขาไม่เหมือนกับเมื่อก่อนแล้ว และความสามารถในการตอบสนองกับการประสานงานของเขาก็ดีขึ้นอย่างมาก สำหรับเขาในตอนนี้ การขับรถจึงไม่ได้แตกต่างไปจากการเดิน
“จากที่นี่ไปถึงเมืองเจียงหนานจะใช้เวลาประมาณสองชั่วโมง ถ้านายน้อยรู้สึกเหนื่อย นายน้อยสามารถให้ฉันขับแทนได้นะคะ!” จ้วงหยิงเข้ามานั่งในรถและพูดอย่างประหม่า
“เชื่อผมเถอะน่า!” ฟางจือหยูสตาร์ทรถอย่างเชี้ยวชาญและค่อยๆขับรถออกไปจากที่จอดรถในบ้านของตัวเอง
“ชีวิตของคุณปู่ของฉันถูกช่วยเอาไว้โดยคุณปู่ของนายน้อย ถ้าไม่ใช่เพราะคุณปู่ของนายน้อย ฉันก็อาจจะไม่ได้เกิดมา ในนามของตระกูลจ้วง ฉันจ้วงหยิง จะขออุทิศวิญญาณให้กับการทำงาน และจะขออุทิศชีวิตให้กับการปกป้องนายน้อย!”
“ไม่เห็นจะต้องจริงจังขนาดนั้นเลย?” ฟางจือหยูพึมพำ
ปู่ของเขาไปทำอะไรให้กับครอบครัวนี้กันนะ พวกเขาถึงได้จงรักภักดีกันขนาดนี้?
“ตั้งแต่วันนี้ ชีวิตของฉันคงจะแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง!” ฟางจือหยูค่อยๆแหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าและคิดในใจ