อาหารมหัศจรรย์
“วันนี้มีแต่เรื่องที่ทำให้สมองของฉันทำงานหนักตลอดเลย ชักเริ่มหิวขึ้นมาแล้วสิ!” ในขณะที่ฟางจือหยูกำลังนอนอยู่บนโซฟาและเกือบจะผล็อยหลับไป ท้องของเขาก็ส่งเสียงร้องออกมา และเขาก็นึกขึ้นได้ว่าวันนี้ตัวเองยังไม่ได้กินอาหารเลยแม้แต่มื้อเดียว
ในห้องนั่งเล่นมีโทรศัพท์วางอยู่บนโต๊ะกาแฟ รูปลักษณ์ของมันทันสมัยอย่างมาก หลังจากค้นหาอยู่เป็นเวลานาน ฟางจือหยูก็พบหมายเลขโทรศัพท์ของพ่อครัวและกดโทรออกทันที
“สวัสดีครับนายน้อยฟาง ไม่ทราบว่าท่านมีอะไรให้ผมรับใช้อย่างงั้นหรอครับ”
“เอ่อ... พอดีว่าผมรู้สึกหิวขึ้นมาน่ะ คุณช่วยทำอาหารมาให้ผมกินหน่อยจะได้หรือเปล่า?” ฟางจือหยูพูดอย่างเขินอาย
“ได้เลยครับ มันเป็นหน้าที่ของพวกผมอยู่แล้วที่ต้องรับใช้นายน้อยฟาง!” หัวหน้าพ่อครัวที่ปลายสายพูดด้วยรอยยิ้ม
ต้องรู้ว่าเหล่าเชฟทุกคนที่ทำงานอยู่ที่นี่ได้รับเงิน 100,000 หยวนต่อเดือน อย่างไรก็ตาม งานที่พวกเขาทำนั้นแทบจะไม่มีอะไรที่ยุ่งยากเลย
ดังนั้น ทุกคนจึงตั้งใจบริการฟางจือหยูเป็นอย่างดีเพื่อที่จะได้ทำงานที่นี่ตลอดไป
“นายน้อยฟาง ไม่ทราบว่าท่านจะรับอาหารเป็นอะไรดี ขอเพียงแค่ท่านสั่งมา พวกเราก็สามารถจัดหาให้ท่านได้ทุกอย่าง ไม่ว่าเมนูนั้นจะเป็นเมนูอะไรก็ตาม!”
“คำพูดดูใหญ่โตจังเลยนะ งั้นถ้าผมบอกอยากกินเนื้อวาฬล่ะ” ฟางจือหยูพูดหยอกล้อ
“ได้ครับ ว่าแต่นายน้อยจะเอาเป็นอาหารแบบไหนดีครับ”
“เดี๋ยวก่อน นี่คุณจะเอาเนื้อวาฬมาเสิร์ฟผมจริงๆหรอ?” ฟางจือหยูคิด ถึงแม้ว่าเขาจะรวยพอที่จะซื้อเนื้อวาฬได้ก็ตาม แต่เชฟก็คงจะไม่สามารถไปหาเนื้อวาฬมาทำอาหารให้เขากินได้ในระยะเวลาอันสั้นไม่ใช่หรือไง?
“นายน้อยฟาง เครื่องบินส่วนตัว 10 ลำของท่านจะออกไปซื้อวัตถุดิบจากทั่วโลกทุกๆหนึ่งสัปดาห์ เพื่อให้ท่านได้ทานวัตถุดิบที่สดใหม่และมีคุณภาพสูงสุดทุกมื้ออาหาร แน่นอนว่าเรามีเนื้อวาฬอยู่ในตู้แช่แข็ง หากท่านอยากกินผมก็สามารถจัดการให้ได้ในทันที!"
“พวกคุณนี่น่าทึ่งมากจริงๆ!” ฟางจือหยูตกตะลึงอีกครั้ง เขามีเงินที่สามารถซื้อได้ทุกอย่าง และเขาก็มีเครื่องบินส่วนตัว 10 ลำที่ถูกใช้เป็นเครื่องบินขนส่งอาหาร มีอะไรที่หรูหรากว่านี้อีกมั้ย?
“ไม่ๆ เมื่อกี้ผมแค่พูดล้อเล่นเท่านั้น เอาเป็นว่าคุณทำบะหมี่มาให้ผมสักชามก็แล้วกัน” ฟางจือหยูไม่กล้าพูดหยอกล้ออีกต่อไป
เพราะบางทีถ้าเขาบอกว่าอยากจะกินเนื้อไดโนเสาร์ อีกฝ่ายก็อาจจะบอกว่าเขามีโรงงานโคลนนิ่งไดโนเสาร์อยู่ก็เป็นได้ มันอันตรายต่อหัวใจเขาเกินไปที่จะรับรู้เรื่องมหัศจรรย์แบบนี้
“ไม่ต้องทำมาหรูหรานักล่ะ ใส่แค่พวกอาหารทะเลและผักลงไปนิดหน่อยก็พอ!”
“เข้าใจแล้วครับนายน้อยฟาง ผมจะส่งพนักงานไปเสิร์ฟอาหารให้ท่านภายใน 20 นาที!”
สิ้นสุดเสียง ฟางจือหยูก็รีบกดวางสายและพึมพำออกมา “ชีวิตคนรวยนี่ช่างน่ากลัวจริงๆเลย”
หลังจากที่วุ่นวายและมีเหงื่อไหลออกตามร่างกายมาทั้งวัน ฟางจือหยูก็เดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อที่จะอาบน้ำล้างตัว แต่อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ที่เทียบได้กับสระว่ายน้ำทำให้เขาแทบไม่กล้าจะถอดกางเกงออกเลย
“หวังว่าคงจะไม่มีกล้องติดตั้งอยู่ในนี้หรอกนะ” ฟางจือหยูคิดในใจ
“ไม่ต้องห่วงโฮสต์ ไม่มีอุปกรณ์ใดๆติดตั้งอยู่ที่นี่ทั้งสิ้น คุณสามารถอาบน้ำได้อย่างสบายใจ!” เสียงของเสี่ยวยี่ดังขึ้นมาในจิตใจ
“นี่นายจะรู้ทุกอย่างที่ฉันคิดเลยหรือไง และเรื่องบางเรื่องถ้าไม่พูดออกมาฉันก็ไม่ด่าว่านายโง่หรอกนะ!” ฟางจือหยูพึมพำ
การอาบน้ำครั้งนี้เป็นการอาบน้ำที่สบายที่สุดเท่าที่เขาเคยอาบมา และไม่รู้ด้วยเหตุผลอะไรหลังจากอาบน้ำเสร็จเขาถึงได้รู้สึกสดชื่นเป็นอย่างมาก มันทำให้ความง่วงนอนที่มีก่อนหน้านี้หายไปจนหมดสิ้น
“โฮสต์ น้ำที่คุณใช้อาบเมื่อกี้มีแร่ธาตุสูง มันเป็นน้ำที่มาจากบ่อน้ำพุร้อน และเป็นน้ำที่ถือว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายของมนุษย์มากที่สุด!”
“ไม่เห็นจะต้องทำถึงขนาดนี้เลย” ฟางจือหยูรู้สึกว่ามันสิ้นเปลืองเกินไป ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นมหาเศรษฐีก็ตาม แต่บางสิ่งบางอย่างเขาก็รู้สึกว่าไม่จำเป็นที่จะต้องเสียเงินให้กับมัน
“พรุ่งนี้ฉันจะบอกให้พี่เสี่ยวหยิงช่วยจัดการเรื่องไร้สาระเหล่านี้!” ฟางจือหยูพูด
หลังจากอาบน้ำเสร็จ พนังงานเสิร์ฟก็นำบะหมี่ที่เขาสั่งไปมาให้ เขาเป็นลูกชายของเชฟ แม้ว่าเขาจะยังเด็ก แต่เขาก็เป็นคนที่ขยันขันแข็งและมากความสามารถ
“นายน้อยฟาง นี่คือบะหมี่ที่ท่านสั่งครับ!” เขายื่นกล่องให้และพูดต่อ “กล่องนี้มีฟังก์ชั่นอุ่นอัตโนมัติอยู่ ท่านสามารถกินเมื่อไหร่ก็ได้โดยไม่ต้องกลัวว่าเส้นจะอืด ขอให้เป็นมื้ออาหารที่ดีนะครับนายน้อย!”
“ขอบคุณสำหรับการทำงานหนักนะ มันดึกมากแล้ว กลับไปพักผ่อนเถอะ!”
ฟางจือหยูพูดขอบคุณและกลับไปที่ห้องพร้อมกับกล่องบรรจุอาหาร
“นี่...เรียกว่าใส่อาหารทะเลกับผักลงไปนิดหน่อยหรือยังไง?” ฟางจือหยูอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายเมื่อเปิดกล่องออกมา ต้องรู้ว่า เขาเป็นคนที่ชอบกินบะหมี่ทะเล และตอนที่เขาอยู่บ้านเขาก็มักจะทำกินเองเป็นประจำ โดยใส่วัตถุดิบอย่างกุ้ง ไข่และหอยเชลล์
แต่ในบะหมี่ชามใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าของเขาตอนนี้มีคิงแครบ ล็อบสเตอร์และหอยเป๋าฮื้อสองสามตัว
“ถ้าฉันสั่งเครื่องดื่มไปจะได้ลาฟิเต้ปี 82 มาหรือเปล่านะ?” ฟางจือหยูคิดในใจ
“อย่ามัวไปสนใจเรื่องอื่นเลย รีบลงมือกินบะหมี่เลยดีกว่า!” เขารู้สึกว่าหลังจากที่ร่างกายแข็งแกร่งขึ้น ความอยากอาหารของเขาก็เพิ่มมากขึ้นด้วย นอกจากนี้กลิ่นหอมในน้ำซุปก็ทำให้เขาอดใจไม่ไหว เขาหยิบตะเกียบขึ้นมาและทำการกินอย่างจริงจัง
ผ่านไปไม่นาน ในชามบะหมี่ก็ไม่หลงเหลือเส้นและน้ำซุปอยู่เลย
“เอ่อ~” ฟางจือหยูเรอเสียงดัง จากนั้นก็หยิบก้ามของกุ้งล็อบสเตอร์มาเขี้ยวเล่น “ขืนกินอาหารแบบนี้ไปตลอดมีหวังฉันคงอ้วนแน่ๆ!”
“ฮะ? ตอนนี้ 4 ทุ่มแล้วหรอเนี่ย!” ฟางจือหยูมองดูเวลา เขามักจะดูซินหยู่ไลฟ์สตรีมตอน 4 ทุ่มทุกวัน และที่ผ่านมาก็มักจะผล็อยหลับไปพร้อมกับเสียงเพลงของเธอทุกคืน
ในห้องนอนของฟางจือหยูมีคอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่ตั้งอยู่บนโต๊ะ แน่นอนว่าเขาไม่รู้ว่าคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ประกอบด้วยการ์ดจอและอุปกรณ์อะไรบ้าง
แต่จากความเร็วในการเปิดเครื่องที่ใช้เวลาไม่กี่วินาที และความราบรื่นของคอมผิวเตอร์ที่สูงกว่าทุกร้านอินเทอร์เน็ตที่เขาเคยไป ทำให้เขารู้ว่าคอมพิวเตอร์เครื่องนี้จะต้องมีราคาไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน!
ซินหยู่ไลฟ์สตรีมตรงเวลาเหมือนอย่างเดิม อย่างไรก็ตาม เพราะการปรากฏตัวของฟางจือหยูในตอนบ่าย ทำให้ในปัจจุบันเธอมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นจาก 50,000 คนเป็น 1.27 ล้านคน
"ยินดีต้อนรับบัญชีวีไอพีระดับ 10 'หลินเซินเจี้ยนหลู่' สู่ห้องไลฟ์สดของซินหยู่!"
การปรากฏตัวของฟางจือหยูทำให้ช่องแชทที่สงบเงียบเดือดพล่านในทันที
“มาแล้ว! บอสหลู่เข้ามาแล้ว!!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันรู้อยู่แล้วว่าบอสหลู่จะต้องมาชมการไลฟ์สดของซินหยู่จังในวันนี้ ฉันเลยนั่งรอซินหยู่จังเปิดไลฟ์ตั้งแต่ตอนเย็น บอสหลู่มาอย่างที่ฉันคิดเอาไว้จริงๆ!”
“คืนนี้บอสหลู่จะต้องเปย์แบบโหดเหี้ยมอย่างแน่นอน!”
“คุณอยู่ที่นี่หรือเปล่า?”
ฟางจือหยูไม่เพียงแต่ส่งของขวัญที่มีมูลค่านับล้านให้ซินหยู่ แต่ยังทำให้ความนิยมของเธอเพิ่มขึ้นด้วย และจำนวนแฟนๆที่เพิ่มขึ้นก็เท่ากับเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเธอ
"ฮ่าฮ่าฮ่า พวกคุณรอฉันอยู่หรอ?" ฟางจือหยูเขียนเป็นฟอนต์ vip
"66666 บอสหลู่มาแล้ว!"
“ฉันก็สวยนะบอสหลู่ ฉันสูง 168 คัพอี ฉันจะทำทุกอย่างที่คุณชอบ!”
"บอสหลู่มาจีบสาวออนไลน์แล้ว!"
"ฮาฮ่าฮ่า~ ฉันรอจนใจจะขาดอยู่แล้วบอสลู่!"
“สวัสดี ฉันชื่อจิงจิง มาหาฉันดีกว่ามั้ย?”
...
“เอาล่ะ เจ้าแห่งเงินรายใหญ่ต้องการฟังเพลงอะไรดีคะ?” กัวซินหยู่พูดติดตลกโดยไม่สนใจช่องแชท
“ทำเหมือนปกติ เธอร้องเพลงอะไรก็ได้ตามต้องการ แล้วผมจะฟังอยู่เงียบๆ!”
ฟางจือหยูนอนลงบนเตียง หลับตา และเริ่มผ่อนคลายกับการฟังเพลง
ทันใดนั้นเอง ความคิดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาในหัวและใบหน้าของฟางจือหยูก็แดงขึ้นเล็กน้อย เขาสงสัยว่าผู้หญิงที่ชื่อซินหยู่คนนี้นั้นเป็นคนแบบไหน?
เพราะไม่ว่ายังไงเขาก็เป็นคนดังในห้องของซินหยู่อยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงส่งข้อความส่วนตัวไปอย่างกล้าหาญ: ซินหยู่ ผมขอข้อมูลติดต่อของเธอได้หรือเปล่า
หลังจากส่งข้อความส่วนตัวไป ฟางจือหยูก็หน้าแดงขึ้นมากกว่าเดิม เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาส่งข้อความไปหาผู้หญิงก่อน มันประหม่ายิ่งกว่าการสารภาพรักซะอีก
“เธอคงจะไม่คิดว่าที่ฉันส่งของขวัญไปให้เพราะต้องการทำรู้จักกับเธอใช่มั้ย” ฟางจือหยูรู้สึกไม่สบายใจ
สักพักก็มีเสียงตอบกลับมาจากซินหยู่: โอเค วีแชทของฉันคือ xxxxxxxxx
“เยี่ยม!” ฟางจือหยูสะบัดนิ้วอย่างตื่นเต้น จากนั้นหยิบโทรศัพท์ออกมาและเริ่มขอเป็นเพื่อน
ฟางจือหยูไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะเพลงของซินหยู่ไพเราะมาก หรือเป็นเพราะว่าเขาเหนื่อยไป มันจึงทำให้เขาหลับลึกหลังจากนั้นเพียงครู่เดียว...