เธอสนใจที่จะมาเป็นศิลปินของฉันหรือเปล่า
ต้องบอกเลยว่าจินตนาการของชาวเน็ตนั้นลึกล้ำอย่างมาก แม้ว่าเรื่องลูกนอกสมรสของเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศจีนจะเป็นเรื่องไร้สาระก็ตาม แต่การคาดเดาหลายๆอย่างนั้นถือว่าใกล้เคียงกับความเป็นจริง
หลายคนเริ่มค้นหาเวย์ปั๋วของฟางจือหยู แต่เนื่องจากรูปลักษณ์ในปัจจุบันของเขาแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง จึงเป็นเรื่องยากสำหรับทุกคนที่จะหาเขาเจอเมื่อเทียบกับรูปปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้เอง ข้อมูลส่วนตัวของเขาจึงยังคงเป็นปริศนาต่อไป
“เธอหิวแล้วหรือยัง เราไปทานอาหารเย็นด้วยกันเลยดีมั้ย” กว่าจะจัดการเรื่องผู้ติดตามที่มายืนล้อมเสร็จก็เป็นเวลาห้าโมงเย็นแล้ว และหลังจากที่ทั้งสองคนเดินเล่นได้สักพักก็รู้สึกหิวขึ้นมา
“โอเค เราไปทานอาหารเย็นกันเถอะ แต่มื้อนี้ฉันเลี้ยงคุณเองนะ!” กัวซินหยู่พูดอย่างหนักแน่น
“ถ้าผู้หญิงร่ำรวยอย่างเธอยืนกรานแบบนั้นฉันก็ไม่มีปัญหาหรอก” ฟางจือหยูพูดติดตลก
“คุณอย่ามาล้อเลียนฉันนะ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงร่ำรวยสักหน่อย ยิ่งถ้าเทียบกับมหาเศรษฐีอย่างคุณก็ยิ่งแล้วไปใหญ่เลย” กัวซินหยู่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “ฉันขอถามตรงๆเลยนะ เหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ที่กำลังเป็นที่นิยมบนอินเทอร์เน็ตเมื่อเช้านี้เป็นฝีมือของคุณใช่หรือเปล่า?”
“นี่เธอรู้เรื่องนี้ด้วยหรอ” ฟางจือหยูอยากจะร้องไห้ออกมาทันที แม้ว่ามันอาจจะดูยิ่งใหญ่ แต่ถ้ามองจากมุมของคนธรรมดาๆแล้ว เขาคงจะเป็นเหมือนกับพวกเพลย์บอยที่ชอบโอ้อวดความรวย
“ใช่ นั่นฉันเอง!” ฟางจือหยูยอมรับความจริง “แต่เฮลิคอปเตอร์ลำนั้นถูกจัดส่งมาโดยผู้ช่วยประจำตัวของฉัน ฉันแทบจะไม่รู้เรื่องนี้เลย พวกเขามาถึงแล้วก็นำเชือกพิเศษมัดกับรถของฉันไว้และยกขึ้นไปบนท้องฟ้าโดยไม่ถามฉันก่อนสักคำ ตอนนั้นฉันกลัวมากเลยล่ะ”
“เป็นคุณจริงๆหรอเนี่ย?” กัวซินหยู่ยกมือขึ้นมาปิดปากของตัวเอง เดิมทีเธอแค่พูดล้อเล่นเท่านั้น ต้องรู้ว่าวันนี้มีนักธุรกิจที่ร่ำรวยและลูกมหาเศรษฐีจำนวนมากมาที่งานไชน่าจอย ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาต่างก็มีเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวเป็นของตัวเอง เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าคนที่ใช้เฮลิคอปเตอร์แบกรถมาจะเป็นฟางจือหยู
“ฉันว่าเราหยุดพูดเรื่องนี้และกลับมาคุยเรื่องอาหารกันเถอะนะ เธอจะไปทานอาหารที่ร้านไหน บอกสถานที่มา ฉันจะขับรถพาไปเอง!” ฟางจือหยูไม่ต้องการพูดถึงเรื่องที่น่าปวดหัวนี้อีกต่อไป
“ฉันจองโต๊ะในร้านอาหารทะเลชื่อดังในเซี่ยงไฮ้ร้านหนึ่งเอาไว้ แม้จะไม่ได้หรูหราเป็นพิเศษ แต่ก็ต้องใช้เวลานานพอสมควรในการต่อแถวเข้าคิว เอ่อ นอกจากนี้เหมือนว่าจะมีร้านอาหารน่าสนใจที่อยู่ใกล้ๆโรงเรียนด้วย ฉันได้ยินมาว่ามันอร่อยมาก"
กัวซินหยู่ได้ยินเรื่องนี้จากเพื่อนของเธอมานานมากพอสมควร แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยจำนวนเงินที่เธอได้รับจากการสตรีมในอดีต หักลบกับหนี้และเงินที่ต้องในชีวิตประจำวัน มันจึงทำให้เธอไม่ได้เหลือเงินใช้มากพอ ดังนั้น เธอจึงไม่เคยมีโอกาสได้เข้าไปกินร้านอาหารที่เพื่อนแนะนำแม้แต่ครั้งเดียว ถึงแม้ว่าร้านอาหารจะไม่ได้หรูหรามากก็ตาม แต่ราคาอาหารต่อจานนั้นมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าร้อยหยวน สำหรับเธอแล้ว มันถือว่าเป็นเงินที่สามารถเอาไปใช้ได้ถึงหนึ่งสัปดาห์
“โอเค รอฉันอยู่ตรงนี้สักครู่นะ ฉันจะไปเอารถที่จอดอยู่ชั้นใต้ดิน!”
“อื้ม!” กัวซินหยู่พยักหน้า
ไม่นานหลังจากนั้น มาเซราติ เอ็มซี 12 สีม่วงเข้มก็หยุดอยู่ตรงหน้ากัวซินหยู่ และรูปทรงที่สวยงามของมันก็ดึงดูดความสนใจผู้คนนับไม่ถ้วนที่อยู่รอบๆในทันที
"เดี๋ยวก่อนสิ...ทำไมรถที่คุณขับถึงไม่ใช่ปอเช่คาเยนน์แต่เป็นคันนี้ล่ะ" กัวซินหยู่รู้สึกประหม่าที่ต้องนั่งบนรถสปอร์ตสุดหรู
“มันช่วยไม่ได้นี่หน่า ป้ายทะเบียนรถปอร์เช่ของฉันถูกโพสต์ลงบนอินเทอร์เน็ตไปแล้ว ถ้าฉันขับรถคันนั้นไปไหนมาไหนมันคงจะไม่สะดวก ฉันเลยขอให้ผู้ช่วยส่งรถมาให้” ฟางจือหยูพูดต่อ “แต่เดิมทีแล้วฉันไม่ได้ขอให้ผู้ช่วยส่งรถหรูๆแบบนี้มาหรอกนะ บังเอิญพอดีรถที่ฉันสั่งไปมันมีปัญหา และทางบริษัทก็กำลังปรับปรุงอยู่ ฉันเลยได้คันนี้มาแทน…”
ถ้าหวังฉงอยู่ข้างๆฟางจือหยูและได้ยินเรื่องนี้ล่ะก็ เขาจะต้องเปิดเวย์ปั๋วและทำการโพสต์เรื่องของฟางจือหยูลงไปอย่างแน่นอน
“เราจะไปด้วยรถคันนี้จริงๆดิ” อย่าว่าแต่รถสปอร์ตเลย กัวซินหยู่แทบจะไม่เคยนั่งรถธรรมดาเลยด้วยซ้ำตั้งแต่ที่ครอบครัวของเธอประสบอุบัติเหตุทางธุรกิจ ดังนั้นเธอจึงรู้สึกไม่ค่อยสบายใจที่จู่ๆต้องขึ้นไปนั่งบนรถสปอร์ตสุดหรู
“เอาเถอะน่า รีบขึ้นมาได้แล้ว ไม่งั้นเรามีหวังถูกขังอยู่ที่นี่แน่!” ฟางจือหยูพูดอย่างเร่งรีบ เพราะเขาสังเกตเห็นว่าทุกคนที่อยู่โดยรอบกำลังวิ่งตรงเข้ามา
"เข้าใจแล้ว!" กัวซินหยู่ก้าวเข้าไปในรถ แต่เนื่องจากจุดศูนย์ถ่วงของรถสปอร์ตนั้นค่อนข้างต่ำ ฟางจือหยูที่หันไปมองจึงบังเอิญเห็นทิวทัศน์ภายใต้กระโปรงทรงพรีทของกัวซินหยู่ อย่างไรก็ตาม ในโลกนี้มีสิ่งประดิษฐ์ต่อต้านมนุษย์ผู้ชายอยู่มากมาย — กางเกงเซฟตี้ผู้หญิง
“ฉันจะเหยียบคันเร่งแล้วนะ!” ฟางจือรีบลบความรู้สึกยุ่งเหยิงเหล่านั้นออกไปจากหัวของตัวเอง แม้ว่าเขาจะไม่รู้ที่ตั้งของร้านอาหารทะเลแห่งนี้ แต่เสี่ยวยี่ได้เข้าสู่เส้นทางที่ดีที่สุดในระบบนำทางให้แล้ว
"บูม!" ด้วยเสียงคำรามอันทรงพลังของเครื่องยนต์ รถมาเซราติก็กลายเป็นสายฟ้าสีม่วงเข้มและวิ่งออกไปตามถนนอย่างรวดเร็ว
ในเวลานี้ จู่ๆความคิดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในใจของฟางจือหยู
กัวซินหยู่มีเสียงที่ไพเราะ และตัวของเธอก็เรียนสาขาดนตรี ถึงแม้ว่าปัจจุบันเธอจะทำเงินได้มากมายในฐานะนักไลฟ์สตรีมยอดนิยมก็ตาม แต่การนำพรสวรรค์ที่มีมาใช้แบบนี้มันน่าเสียดายเกินไป
ถ้าเราผลักดันกัวซินหยู่ให้เป็นนักร้องล่ะ ไม่แน่นะ บางทีนี่อาจจะเป็นความฝันสูงสุดของเธอก็ได้
“เสี่ยวยี่ ฉันมีบริษัทบันเทิงภายอยู่ในครอบครองหรือเปล่า?” ฟางจือหยูถามในใจ
“ไม่มี เพราะเมื่อเทียบกับโครงการลงทุนขนาดใหญ่ทั้งหมดแล้ว การลงทุนในอุตสาหกรรมบันเทิงนั้นต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก และผลตอบแทนที่ได้รับก็ช้าเกินไป ดังนั้นอุตสาหกรรมบันเทิงภายใต้ชื่อของคุณจึงถูกถอนออกไปเมื่อหลายปีก่อน”
“แบบนี้เจ๋งเป้งเลย!” ฟางจือหยูตบต้นขาของตัวเองและเผยรอยยิ้มออกมา เพราะนอกเหนือจากเขาจะได้ช่วยกัวซินหยู่แล้ว เขาจะได้ใช้เงินมหาศาลลงทุนเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จอีกด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว!
“ฟางจือหยู คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?”
"อ๋อ พอดีเมื่อกี้มียุงบินผ่านน่ะ อ่า ฮ่า ฮ่า!" ฟางจือหยูหัวเราะกลบเกลื่อน "ซินหยู่ เธอมีความฝันหรือเปล่า"
“ฮะ?” กัวซินหยู่อดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าทำไมจู่ๆฟางจือหยูถึงถามถึงความฝันของเธอ
“มีสิ ฉันอยากให้พ่อแม่สุขสบาย อยากให้น้องชายและน้องสาวของฉันได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด”
“ฉันไม่ได้หมายถึงความฝันแบบนั้น ฉันหมายถึงความฝันส่วนตัวของเธอ” ฟางจือหยูพูดเสริม “เธออยากจะเป็นนักไลฟ์สตรีมไปตลอดอย่างงั้นหรอ?”
“แน่นอนว่าไม่” กัวซินหยู่กัดริมฝีปากของเธอ ต้องรู้ว่าทุกคนที่เรียนดนตรีต่างก็ใฝ่ฝันที่จะได้ขึ้นไปยืนบนเวทีที่สวยงามและมีผู้ชมนับไม่ถ้วนตะโกนส่งเสียงเชียร์ เธอเองก็เช่นกัน “ความฝันของฉันคือการเป็นนักร้อง!”
“เหมือนว่าฉันจะเดาถูกสินะ” ฟางจือหยูพูดด้วยความตื่นเต้น “เธอสนใจที่จะมาเป็นศิลปินของฉันหรือเปล่า?”