เปิดเผยตัวตน

ฟางจือหยูรู้ว่าใครเป็นคนพูดโดยที่ยังไม่ได้หันหลังกลับไปมอง

  

ตามธรรมชาติของห้องเรียน ในห้องห้องหนึ่งมักจะมีคนที่โดนเกลียดอย่างน้อยหนึ่งคน และคนที่โดนที่โดนเกลียดในห้องของเขาก็คือซุนซู

  

ซุนซูสูง 181 เซนติเมตร. มีใบหน้าที่หล่อเหลาเอาการ สภาพการเงินของครอบครัวก็ถือว่าดี และเขายังเป็นหนึ่งในห้าคนที่เรียนเก่งที่สุดของห้องเรียน ตามหลักแล้ว คนแบบนี้มักจะต้องเป็นที่นิยมของทุกคน

  

สมัยเรียนอยู่มัธยม ซุนซูไล่จีบผู้หญิงสวยๆมากมาย และเขาก็ไม่เคยล้มเหลวแม้แต่ครั้งเดียว

  

แต่เขามีปัญหาใหญ่เป็นพิเศษ นั่นก็คือการชอบโอ้อวด และคนบางส่วนที่ไม่ได้มาเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองของโรงเรียนในวันนี้ก็เพราะพวกเขาได้ยินข่าวว่าซุนซูจะมา

    

ฟางจือหยูได้ยินมาว่าเขาเพิ่งเข้าฝึกงานที่บริษัทเทนเซ็นต์ และสามารถเป็นพนักงานฟูลไทม์ได้ทันทีหลังจากที่สำเร็จการศึกษา ดังนั้น พ่อของเขาจึงให้รางวัลเขาด้วยรถบีเอ็มดับเบิ้ลยู เอ็กซ์ 7




อย่างไรก็ตาม ถ้านั่นคือนิสัยทั้งพวกของซุนซูทุกคนก็คงจะไม่ได้เกลียดอะไรเขามากนัก แต่สาเหตุที่ทำให้ทุกคนต่างเกลียดเขามากขนาดนี้ก็คือการที่เขาชอบดูถูกคนอื่น

  

ฟางจือหยูหันหลังกลับไปและเห็นว่าซุนซูสวมชุดอาร์มานี่ราคาแพง

  

“นายเองก็เหมือนกันหนิ” ฟางจือหยูพูดโดยไม่ยิ้ม

  

“ฉันไม่เหมือนกับนาย!” ซุนซูแสดงรอยยิ้มที่เขาคิดว่าเต็มไปด้วยเสน่ห์ออกมา “ฉันได้ระดมเงินสนับสนุนให้แก่โรงเรียน แม้ว่าจะไม่มากนักก็ตาม แต่มันก็ถือว่าฉันมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือโรงเรียนเก่าของตัวเอง แต่ฉันก็เข้าใจนายนะ เพราะมันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่คนที่กำลังเรียนอยู่อย่างนายจะไม่มีเงิน!”

  

ในตอนที่ซุนซูเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย พ่อแม่ของเขาให้เงินกับเขาจำนวนหนึ่งสำหรับการเรียนรู้การจัดการทางการเงิน เขาเรียนเอกหลักทรัพย์ทางการเงินในมหาวิทยาลัยที่ค่อนข้างดี และภายใต้คำแนะนำของอาจารย์ เขาจึงสามารถทำเงินได้มากมายภายในเวลาสามปี

  

พูดตามตรงคือซุนซูเป็นคนที่มีความสามารถ หากเขาเลิกนิสัยชอบโอ้อวดและดูถูกคนอื่นได้ เขาคงจะเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบคนหนึ่ง

  

“นายซื้อชุดนี้มาจากไหนกัน มันสวยถึงขนาดที่ฉันเห็นแล้วยังต้องว้าวเลย แต่ทำไมมันถึงไม่มีแบรนด์ล่ะ ถ้าให้เดานายคงจะซื้อมาจากตลาดใช่มั้ย ใส่ชุดราคาถูกมางานอันทรงเกียรติของโรงเรียน ช่างหน้าไม่อายจริงๆ” ซุนซูมองฟางจือหยูขึ้นลง

  

“ฉันจะใส่ชุดอะไรมันก็เรื่องของฉัน มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับนายสักหน่อย” ฟางจือหยูตอบอย่างเย็นชา

  

“ไม่เกี่ยวงั้นหรอ? วันนี้ทุกคนต่างเป็นตัวแทนภาพลักษณ์ของห้อง 4 ดังนั้นการที่นายทำแบบนี้จึงทำให้พวกเราห้อง 4 ทุกคนต้องอับอาย!” ซุนซูทำหน้าบูดบึ้ง

  

“ฟางจือหยู นายไม่ต้องไปสนใจคนที่มีนิสัยสันดานเสียแบบนี้หรอก!” เจียงอี้พูดต่อหน้าซุนซูอย่างไร้ความปรานี

  

ซึ่งนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ซุนซูถูกเจียงอี้พูดจาแรงๆใส่ เขายิ้มแห้งๆออกมา อย่างไรก็ตาม จุดประสงค์ของเขาในวันนี้ไม่ใช่การมาพบเพื่อนร่วมห้องหรืออาจารย์ แต่เป็นการได้มาแสดงความสำเร็จของเขาให้เหล่านักเรียนได้รู้

  

สิ่งที่เขาชอบคือการยืนอยู่บนเวทีของโรงเรียนและได้รับคำชื่นชมจากทุกคนในโรงเรียนมัธยม และนี่ก็คือจุดประสงค์ของการมาร่วมงานเฉลิมฉลองของโรงเรียนในครั้งนี้

  

“ฟางจือหยู เกล็ดระยิบระยับที่ติดอยู่ตามชุดสูทของนายคืออะไรอย่างงั้นหรอ มันสวยมากเลย” จางชือจูที่นั่งอยู่โต๊ะด้านหน้าของฟางจือหยูถาม

  

“อ๋อ นี่คือเพชรน่ะ!” ฟางจือหยูพูดตามความจริง

  

“ฮ่าฮ่าฮ่า นายหัดคุยโม้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ถ้าเป็นเพชรจริงๆ ชุดนี้คงจะมีราคากว่าล้านหยวนเลยนะ” เจียงอี้หัวเราะ “นายคิดว่าตัวเองเป็นฟางเจือหยูที่กำลังโด่งดังในเวย์ปั๋วหรือไง?”

  

“ฮ่าฮ่าฮ่า พูดตามตรง พวกเราตกใจมากเลยตอนที่ได้เห็นชื่อนี้เมื่อสองสามวันก่อน!” หลายคนที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับฟางจือหยูพูดขึ้นทีละคน

  

เนื่องจากพวกเขาเล่นแค่เวย์ปั๋ว และไม่มีใครรู้จักกัวซินหยู่ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่เห็นรูปถ่ายที่ถ่ายโดยชาวเน็ตในงานไชน่าจอย ไม่เช่นนั้นพวกเขาคงจะรู้ตัวตนที่แท้จริงของฟางจือหยูแล้วอย่างแน่นอน

  

การที่ได้เรียนกับฟางจือหยูมาเป็นเวลาสามปีทำให้ทุกคนต่างรู้อะไรหลายๆอย่างของกันและกัน ซึ่งนอกจากชื่อแล้ว พวกเขาก็ไม่คิดว่าฟางจือหยูจะเชื่อมโยงกับมหาเศรษฐีฟางจือหยูได้เลย

  

“ทุกคน เหล่าจินมาแล้ว!” ขณะที่ทุกคนกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน คนในกลุ่มก็ชี้ไปที่ประตูแล้วพูดออกมา

  

ชื่อเต็มของเหล่าจินก็คือจินหยง เขาเป็นอาจารย์สอนวิชาเคมี และเป็นคนที่มีนิสัยน่ารักมาก เขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับเหล่านักเรียนทุกคน ดังนั้นนักเรียนส่วนใหญ่จึงมักจะติดต่อกับจินหยงเป็นประจำแม้ว่าจะสำเร็จการศึกษาไปแล้วก็ตาม

  

“ดีใจจริงๆเลยที่ได้เจอกับเหล่าศิษย์ผู้น่ารักของฉันอีกครั้ง!” แม้ว่าจินหยงจะสอนนักเรียนมามากมาย แต่เด็กกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เขาชอบที่สุดและถือว่าเป็นห้องเรียนโปรดของเขาเลย ความรู้สึกลึกซึ้งเอ่อล้นจนก่อให้เกิดน้ำตา

  

“พวกเราเองก็ดีใจเหมือนกันที่ได้เจอกับเหล่าจินอีกครั้ง!” เมื่อเห็นว่าจินหยงน้ำตาไหล ดวงตาของทุกคนก็เริ่มแดงเล็กน้อย

  

“ไม่ร้องนะทุกคน” จินหยงพูดด้วยรอยยิ้ม “พิธีกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ฉันได้ยินมาจากอาจารย์ใหญ่ด้วยว่าปีนี้มีศิษย์เก่าที่น่าทึ่งมากๆคนหนึ่ง เห็นว่าเขาบริจาคเงิน 100 ล้านหยวนให้กับโรงเรียนของเรา และเหมือนว่าเขาจะขึ้นพูดบนเวทีด้วย! "

  

“100 ล้านหยวน? พระเจ้า! มีคนที่รวยขนาดนี้อยู่ที่โรงเรียนของเราด้วยอย่างงั้นหรอ?” ทั้งห้องเรียนตกตะลึงทันที

  

“การที่จะสามารถบริจาคเงิน 100 ล้านหยวนได้ ฉันว่าคนคนนั้นต้องมีทรัพย์สินอย่างน้อย 1 พันล้านหยวน แต่ทำไมฉันถึงไม่เคยได้ยินว่ามีคนยิ่งใหญ่ที่จบการศึกษาจากโรงเรียนของเราเลยล่ะ”

  

“ใครครับอาจารย์ อาจารย์รู้หรือเปล่า”

  

จินหยงส่ายหัว “ฉันเองก็เพิ่งทราบข่าวนี้เหมือนกัน แต่ไม่ว่าคนคนนี้จะเป็นใคร เขาจะต้องมีประสบการณ์มากมายอย่างไม่ต้องสงสัยเลย ทุกคนตั้งใจฟังที่เขาพูดกันด้วยล่ะ เพราะบางทีสิ่งที่เขาพูดอาจจะช่วยให้ทุกคนประสบความสำเร็จในอนาคตก็ได้!”

  

ทุกคนพยักหน้าอย่างพร้อมเพียงกัน พวกเขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะได้ฟังคำพูดของมหาเศรษฐีในงานเฉลิมฉลองของโรงเรียนตัวเอง

  

“ฟางจือหยู นายบอกฉันมาให้หมดเลยว่ามีเรื่องอะไรบ้างที่เกิดขึ้นกับนาย?” เจียงอี้เดินไปข้างๆฟางจือหยูและกระซิบเบาๆ “นายสามารถหลอกคนอื่นได้ แต่ไม่ใช่ฉัน! มันเพิ่งจะผ่านมาสองสามอาทิตย์เองหลังจากที่ไปกินเบียร์กับนายตอนอกหัก ในช่วงเวลาเพียงแค่นั้น หน้าตากับส่วนสูงของคนเราไม่มีทางที่จะเปลี่ยนแปลงไปได้ขนาดนี้เลย!”

  

เจียงอี้หยิบโทรศัพท์มือถือของเธอออกมา และสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอก็คือภาพที่ชาวเน็ตถ่ายเขาตอนที่อยู่กับกัวซินหยู่เมื่อไม่กี่วันก่อน

  

“นี่…คือ” ฟางจือหยูยิ้มอย่างขมขื่น เขารู้ว่าไม่ช้าก็เร็วยังไงทุกคนก็จะรู้เรื่องนี้ แต่เขาไม่คิดว่าเจียงอี้จะรู้เป็นคนแรก

  

“มัวอ้ำอึ้งอะไรอยู่!” เจียงอี้แสดงรอยยิ้มราวกับปีศาจตัวน้อย “นายคือคุณหลู่ที่ใช้เงินจำนวนมากบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแบมบูไลฟ์ ใช้เฮลิคอปเตอร์ผูกกับรถเพื่อเดินทางไปยังงานไชน่าจอย และเป็นคนที่เอาเงินฟาดหน้านายน้อยหวังใช่มั้ย"

  

“ใช่แล้ว นั่นคือฉันเอง” หลักฐานอยู่ตรงหน้าของฟางจือหยู เขาทำอะไรไม่ได้แล้วนอกจากต้องยอมรับความจริง

  

“ฟางจือหยู!” เจียงอี้บีบแขนของเขา “ที่ผ่านมาทำไมนายถึงไม่บอกเรื่องพวกนี้ให้ฉันรู้เลย?”

  

ทันใดนั้นเธอก็นึกถึงเรื่องบางอย่าง: “ศิษย์เก่าที่เหล่าจินบอกว่าบริจาคเงิน 100 ล้านหยวนใช่นายหรือเปล่า?”

  

“ฉันเจ็บแขนนะ” ฟางจือหยูยิ้มแห้งๆ เจียงอี้มีแรงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน “ใช่ ศิษย์เก่าคนนั้นคือฉันเอง”

  

“ฮ่าฮ่าฮ่า เจ๋งไปเลย! ฉันมีเพื่อนเป็นมหาเศรษฐี” เจียงอี้ยกมือที่กำลังบีบแขนของฟางจือหยูออกมา “ฉันหมันไส้ซุนซูมาโดยตลอดเลยเวลาที่เขาพูดจาโอ้อวด ฉันอยากจะเห็นสีหน้าของเขาตอนที่รู้เรื่องนี้จริงๆ มันคงจะวิเศษมากน่าดู!"

ตอนก่อน

จบบทที่ เปิดเผยตัวตน

ตอนถัดไป