ศิษย์เก่าดีเด่น

“นั่น ฟางจือหยู เหมือนว่าแฟนเก่าของนายจะมาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย!” เจียงอี้ตบไหล่ฟางจือหยู

  

งานเฉลิมฉลองของโรงเรียนในครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแต่ห้องเรียนของเขาเท่านั้นที่มาร่วมงาน นักเรียนของห้องเรียนอื่นๆเองก็มาเข้าร่วมงานด้วยเช่นกัน และหนึ่งในนั้นก็มี "รักแรก" ของเขาที่ทั้งชีวิตนี้ไม่มีวันลืม

  

“เอาไง จะเข้าไปทักทายมั้ย หรือว่าจะรอไปแสดงตัวทีเดียวบนเวทีในฐานะมหาเศรษฐี ฉันว่าถ้าเธอรู้เรื่องนี้เธอคงจะยอมคบหากับนายอย่างง่ายดายเลยล่ะ” เจียงอี้พูดติดตลก

  

ฟางจือหยูไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแค่สบตากับเธอ

  

เหตุผลที่ซุนหยูฉีบอกเลิกกับเขาหลังจากที่เป็นแฟนกันได้ไม่กี่วันก็คือเธอกลัวว่าความรักจะส่งผลกระทบการเรียน แต่สุดท้ายแล้วเธอก็สอบเข้าได้แค่มหาวิทยาลัยธรรมดาเท่านั้น ในขณะที่ฟางจือหยูสามารถเข้ารับการศึกษาในมหาวิทยาลัยที่โด่งดังอย่างมหาวิทยาลัยเจียงหนาน ความขัดแย้งของผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสัย

  

แต่ฟางจือหยูก็ไม่ได้สนใจที่จะค้นหาเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมเธอถึงบอกเลิก เรื่องที่จบไปแล้วก็คือจบไปแล้ว และเขาจะไม่มีวันใช้ความเป็นมหาเศรษฐีของตัวเองดึงดูดผู้หญิงโดยเด็ดขาด

  

ฟางจือหยูยังคงมองไปซุนหยูฉีต่อไป เพราะเธอเป็นคนเดียวที่ติดอยู่ในใจของเขาตลอดเวลาที่เรียนอยู่ในสมัยมัธยม ในอดีตเขามองเพราะความโกรธ หรือบางทีก็มองเพราะหลงใหลในตัวของเธอ แต่ตอนนี้เขามองด้วยความรู้สึกโล่งใจ

  

“ดูสิ ซุนซูหน้าเหว๋อไปเลย สงสัยเขาคงจะคิดว่าตัวเองเป็นตัวเอกของงานวันนี้จริงๆ!” เจียงอี้ชี้ไปที่ซุนซูซึ่งกำลังคุยกับอาจารย์ใหญ่จินหยงที่อยู่ไม่ไกล.




“เดี๋ยวถ้าฉันได้ขึ้นไปยืนบนเวทีเมื่อไหร่ เธอจะได้เห็นเขาหน้าเหว๋อกว่านี้แน่นอน!” ฟางจือหยูรู้ว่าเจียงอี้เกลียดซุนซูมากเหมือนกับคนอื่นๆ

  

“ฉันอยากจะเห็นเร็วๆแล้ว!” เจียงอี้เริ่มเลียนแบบน้ำเสียงของซุนซู “จะใส่ชุดสูทอลังการมาทำไมกัน นายไม่ใช่ศิษย์เก่าโดดเด่นที่ประสบความสำเร็จสักหน่อย?”

  

“ฉันจะใส่ชุดอะไรมันก็เรื่องของฉัน มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับนายเลย” เจียงอี้พูดอย่างโกรธเคือง “ทำไมนายถึงตอบซุนซูกลับไปเหมือนกับพวกขี้แพ้ นายไม่รู้สึกรำคาญเวลาที่เขาโอ้อวดอย่างงั้นหรอ?"

  

"ฮ่าฮ่าฮ่า!" ฟางจือหยูตลกการเลียนแบบเสียงของเจียงอี้ "ฉันเป็นคนที่มีรายได้หลายร้อยล้านดอลลาร์ต่อนาที ถ้าเอาเรื่องแบบนี้มาพูดมันก็ไม่ต่างอะไรไปจากซุนซูที่ชอบโอ้อวดไม่ใช่หรือไง?"

  

เจียงอี้จ้องมองฟางจือหยูด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง: "ฟางจือหยู นายนี่ร้ายกาจจริงๆ! นายพยายามปิดบังเรื่องนี้กับทุกคนเพราะอยากจะทำให้ทุกคนต้องตกใจในพิธีเฉลิมฉลองของโรงเรียนใช่มั้ย?"

  

เจียงอี้นึกขึ้นมาได้และพูดว่า “ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นอย่างงั้นหรอ ทำไมจู่ๆนายถึงรวยขึ้นมาได้ล่ะ ครอบครัวของนายถูกลอตเตอรี่หรือไง?”

  

“เธออย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครนะ!” ฟางจือหยูแสร้งทำเป็นลึกลับ

  

“ฉันพบขุมสมบัติที่บรรพบุรุษของฉันซ่อนไว้ในห้องใต้ดิน มีสมบัติโบราณมากมายอยู่ในนั้น และฉันก็แอบนำไปขายเล็กน้อย!”

  

“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง!” เจียงอี้รู้ว่าฟางจือหยูพูดเรื่องไร้สาระ “ฉันสัญญาเลยว่าจะไม่บอกใคร! ”

  

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!" เมื่อเห็นรูปลักษณ์ของเจียงอี้ที่ดูไม่สงสัยอะไร เขาก็ยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ

  

...

  

โรงเรียนมีนักเรียนไม่ถึง 2,000 คน แต่จำนวนศิษย์เก่าที่มาร่วมงานเฉลิมฉลองมีถึง 3,000 คน ปัจจุบันในสนามกีฬาจึงแทบจะไม่เหลือที่ว่างอยู่เลย

  

ในตอนนี้ผู้นำโรงเรียนหลายคนและตัวแทนศิษย์เก่าดีเด่นนั่งประจำอยู่บนเวทีแล้ว เดิมทีจูหมิงเสนอให้ฟางจือหยูขึ้นไปนั่งอยู่บนเวทีด้วยเช่นกัน แต่เขาถูกปฏิเสธกลับมา โดยเหตุผลที่บอกก็คือเขาไม่ค่อยสบายใจ

  

"สวัสดีนักเรียน อาจารย์ และศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงทุกท่าน ขอต้อนรับทุกคุณที่สละเวลางานมายังโรงเรียนมัธยมไห่หัว 2 เพื่อเข้าร่วมงานการเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปีของโรงเรียนเก่าของคุณ ตอนนี้ ในนามของอาจารย์และนักเรียนทุกคน ฉันขอแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้ง!”

  

จูหมิงสวมชุดสูทที่หรูหราที่สุดในตู้เสื้อผ้าของเขาและยืนพูดอยู่บนเวทีด้วยใบหน้าที่สดใส

  

เขาพูดเป็นเวลากว่า 10 นาที โดยเนื้อหาส่วนใหญ่นั้นเกี่ยวกับการขอบคุณและความเป็นมาของโรงเรียน

  

“ตอนนี้ฉันขอประกาศว่าการฉลองครบรอบ 70 ปีของโรงเรียนมัธยมไห่หัว 2 ได้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้ว!”

  

“เปาะแปะ!” ผู้เข้าร่วมงานต่างพากันปรบมือ

  

"ตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียนมัธยมไห่หัว 2 ขึ้นมา เราได้สร้างนักเรียนดีเด่นที่ประสบความสำเร็จมากมาย วันนี้พวกเขาผูกพันอย่างลึกซึ้งกับโรงเรียนที่จบการศึกษาไปและเดินทางกลับมายังโรงเรียนของตัวเอง ฉันจะขอแนะนำศิษย์เก่าดีเด่นที่อยู่ที่นี่ให้ทุกคนได้รู้จัก!"

  

"คนแรกเป็นศิษย์เก่าปี 2550 หวู่หมิงหัว ผู้ก่อตั้งบริษัทเซี่ยนเคออิเล็กทรอนิกส์!"

  

ชายวัยกลางคนที่อยู่ด้านซ้ายสุดของเวทียืนขึ้นและก้มตัวลง

  

“คุณหวู่หมิงหัวบริจาคเงิน 1 ล้านหยวนให้กับโรงเรียนของเรา ฉันที่เป็นตัวแทนของอาจารย์และนักเรียนทุกคนขอแสดงความขอบคุณอย่างยิ่ง!”

  

หลังจากเสียงนี้สิ้นสุดลง รอยยิ้มที่พึงพอใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหวู่หมิงหัว แม้ว่าเขาจะเพิ่งเริ่มทำธุรกิจได้ไม่นาน แต่เขาถือว่าเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในหมู่ผู้ประกอบการหลายพันคน

  

เงินที่บริษัทได้รับในปัจจุบันของเขาคือหลายสิบล้านหยวน และตอนนี้เขาเพิ่งจะอายุสามสิบเท่านั้น เขายังมีเวลาอีกมากมายในการพัฒนาบริษัท และยังมีโอกาสอีกหลายครั้งที่จะได้กลับมาอวดความสำเร็จให้คนในโรงเรียนเก่าได้รับรู้ สำหรับเขาแล้ว เงินหนึ่งล้านที่เสียไปก้อนนี้ถือว่าคุ้มค่าอย่างมาก

  

"คนต่อไปที่ฉันจะขอแนะนำก็คือผู้ก่อตั้งบริษัทไชน์เทคโนโลยี คุณตงหยู ศิษย์เก่าปี 2546 เขาบริจาคเงิน 1.2 ล้านหยวนให้กับโรงเรียนของเรา!"

  

“เปาะแปะ!” เสียงปรบมือดังสนั่นขึ้นทันทีหลังจากที่การแนะนำจบลง

  

นอกจากจูหมิงแล้ว ยังมีคนนั่งอยู่บนเวทีอีก 4 คน พวกเขาทั้งหมดเป็นศิษย์เก่าดีเด่นที่ประสบความสำเร็จในการเริ่มต้นธุรกิจของตนเอง และแต่ละคนต่างก็บริจาคเงินมากกว่าหนึ่งล้านหยวนให้กับโรงเรียนทั้งสิ้น

  

“แน่นอน นอกจากศิษย์เก่าเหล่านี้แล้ว ยังมีศิษย์เก่าดีเด่นอีกมากมายที่มีส่วนร่วมกับโรงเรียนของเรา ฉันขอเชิญพวกเขาขึ้นมาบนเวที!”

  

ใบหน้าของซุนซูเบิกบานในทันใด หลังจากรอมาเป็นเวลานาน ในที่สุดก็ถึงคราวที่เขาจะได้ขึ้นเวทีแล้วสักที เขาจัดคอเสื้อและเดินขึ้นไปบนเวทีพร้อมกับศิษย์เก่ามากมาย

  

“คนนี้เป็นศิษย์เก่ารุ่นที่ 13 จางหลาน บริจาคเงินจำนวน 200,000 หยวน!"

  

“เฉิงเฟิง ศิษย์เก่ารุ่นที่ 11 บริจาคเงินจำนวน 150,000 หยวน!”

  

...

  

“ซุนซู ศิษย์เก่ารุ่นที่ 16 บริจาคเงินจำนวน 300,000 หยวน!”

  

...

  

ซุนซูเงยหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ แม้ว่าเขาจะไม่โดดเด่นเท่าศิษย์เก่าที่ทำธุรกิจมาเป็นเวลานานก็ตาม แต่ตัวเขาก็ถือว่าเป็นคนที่บริจาคเงินมากที่สุดในหมู่ผู้คนที่เหลือ!

  

ซึ่งตอนที่นักเรียนได้ยินว่าเขาเป็นศิษย์เก่าจากรุ่นที่ 16 ดวงตาของทุกคนก็เต็มไปด้วยความชื่นชมในทันที เพราะซุนซูเพิ่งจะสำเร็จการศึกษาไปได้เพียงแค่ 3 ปี แต่เขากลับสามารถบริจาคเงินจำนวนมหาศาลได้

  

และเมื่อเขามองไปที่ดวงตาของนักเรียนเหล่านั้น ซุนซูก็ยิ่งรู้สึกภูมิใจมากขึ้นไปอีก

  

"สุดท้ายนี้ ขอเชิญศิษย์เก่าคนพิเศษที่บริจาคเงิน 100 ล้านหยวนให้กับโรงเรียนของเรา!"

  

“ฮะ!” ทันทีที่ประโยคนี้ดังขึ้นมา นักเรียนที่เข้าร่วมงานก็ตะลึงกันทันที และแม้แต่ศิษย์เก่าสี่คนที่นั่งอยู่บนเวทีก็มีปฏิกิริยาที่ผิดแปลกไปเช่นกัน เงิน 100 ล้านหยวน แม้ว่าพวกเขาจะสามารถหามาได้ แต่เกรงว่าคงจะต้องใช้เวลาหลายปี และพวกเขาก็ไม่คิดที่จะนำเงินมหาศาลแบบนี้มาบริจาคอย่างแน่นอน ใครกันที่เป็นคนบริจาคเงินมากขนาดนี้?

  

"หลังจากที่โรงเรียนได้หารือกันแล้ว เงินจำนวนนี้จะถูกนำไปสร้างอาคารสอนและอาคารทดลองแห่งใหม่ให้กับโรงเรียน ทำการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทั้งหมด และเงินส่วนที่เหลือจะนำไปเป็นทุนให้แก่นักเรียนดีเด่นของโรงเรียน! "

  

จูหมิงอธิบายแผนการออกสู่สาธารณะอย่างละเอียด

  

“ตอนนี้ฉันคิดว่าทุกคนคงจะเต็มไปด้วยความสงสัยว่าศิษย์คนนี้เป็นใคร?” จูหมิงพูดเสียงดัง “ถ้าอย่างนั้น ขอเชิญศิษย์เก่ารุ่นที่ 16 ฟางจือหยู ขึ้นมาบนเวทีเพื่อกล่าวสุนทรพจน์ในฐานะตัวแทนศิษย์ดีเด่นที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้!”

  

“ฟางจือหยู นี่เรื่องจริงหรอเนี่ย?” จินหยงและเพื่อนร่วมห้องทั้งหมดตกตะลึง

  

“ฟางจือหยู? คนที่กำลังได้รับความนิยมในเวยปั๋วเป็นศิษย์เก่าของเรา โอ้ พระเจ้า!

  

“ที่ไหน ที่ไหน เขาอยู่ที่ไหน”

  

“อะไรนะ? ฟางจือหยู?” ซุนซูตัวแข็งเป็นหินทันที ไม่น่าแปลกใจเลยที่ฟางจือหยูไม่สนใจการยั่วยุของเขา เขาบริจาค 300,000 หยวน และคิดว่าตัวเองจะเป็นคนที่โดดเด่นที่สุดในรุ่น 16 เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าฟางจือหยูจะบริจาคเงินจำนวนมหาศาลแบบนี้

  

ฟางจือหยูค่อยๆก้าวขึ้นมาบนเวทีท่ามกลางสายตาของผู้คนนับพันที่เต็มไปด้วยความชื่นชม แม้ว่าศิษย์เก่าดีเด่นจะไม่รู้ว่าฟางจือหยูทำธุรกิจอะไร แต่ในด้านธุรกิจแล้ว พวกเขาให้ความสนใจอย่างมาก และต่างก็คิดว่าจะต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับอีกฝ่ายให้ได้

  

“สวัสดีครับคุณฟาง!”

  

“สุดยอดไปเลยนะครับคุณฟางที่สามารถประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยแบบนี้!”

  

ราวกับว่าตอนนี้เป็นงานแฟนมีตติ้ง พวกเขาเดินเข้ามาจับมือกับฟางจือหยูและแจกนามบัตรของตัวเองทีละคน

  

จากนั้นไม่นาน ฟางจือหยูก็เดินมาถึงจุดที่ซุนซูยืนอยู่และพูดด้วยน้ำเสียงที่มีเพียงแค่พวกเขาสองคนเท่านั้นที่ได้ยิน: “ฉันลืมบอกนายไป ว่าฉันเองก็เป็นผู้ระดมทุนด้วยเช่นกัน และฉันก็เป็นตัวแทนของศิษย์เก่าดีเด่นด้วย”

  

“อ้อ แล้วเรื่องชุดสูทของฉันที่นายดูถูกนี่ก็เป็นผลงานของหัวหน้านักออกแบบของราชวงศ์แห่งอังกฤษ มันมีมูลค่ากว่า 500,000 ดอลลาร์ และเป็นชุดสูทที่มีเพียงแค่ตัวเดียวในโลก ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่นายจะไม่รู้จักมัน แต่่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ฉันก็ขอแนะนำอะไรนายไว้หน่อยดีกว่าว่าถ้าหากไม่รู้อะไรแน่ชัดก็อย่าพูดออกมาด้วยความมั่นใจ เพราะมันจะทำให้ตัวของนายดูโง่เหมือนกับคราวนี้!”

ตอนก่อน

จบบทที่ ศิษย์เก่าดีเด่น

ตอนถัดไป