หวังฉงมาเยือน
หลังจากทั้งสองคนทานอาหารเสร็จ ฟางจือหยูก็ขับรถไปส่งเจียงอี้กลับบ้าน และเนื่องจากตอนนี้ยังไม่ดึกมากเกินไป เขาจึงขับรถตรงกลับไปที่เมืองเจียงหนานในชั่วข้ามคืน
ฟางจือหยูส่งข้อความไปหากัวซินหยู่ แต่ด้วยการที่วันนี้เป็นวันสุดท้ายของงานไชน่าจอย เธอจึงมีนัดกินเลี้ยงกับทุกคน ดังนั้นเธอจึงไม่ได้ตอบเขากลับในทันที และกว่าจะติดต่อกลับไปก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืน
“ฉันพร้อมที่จะให้คำตอบกับคุณแล้ว!” หลังจากครุ่นคิดมาสองวัน กัวซินหยู่ก็ตัดสินใจที่จะเดินตามความฝันของตัวเอง “ฉันตกลงที่จะเข้าร่วมกับบริษัทของคุณ!”
“เยี่ยมไปเลย!” ฟางจือหยูมีความสุขมากกว่าเธอเกือบเท่าตัว
“บริษัทของคุณชื่ออะไรอย่างงั้นหรอ?”
“เอ่อ...ชื่อซินหยู่เอนเตอร์เทนเมนต์!” ฟางจือหยูเขินเล็กน้อย ช่วงนี้เขายุ่งมากจนลืมเรื่องบริษัทในอุตสาหกรรมบันเทิงไปซะสนิทเลย แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยทรัพยากรทางการเงินของเขา เขาสามารถซื้อบริษัทที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมบันเทิงโดยตรงและเปลี่ยนชื่อบริษัทได้โดยไม่ยากเย็นอะไร
“ซินหยู่เอนเตอร์เทนเมนต์ ทำไมฉันไม่เคยได้ยินชื่อบริษัทแบบนี้มาก่อนเลย หรือว่าคุณเพิ่งจะสร้างบริษัทขึ้นมา?” กัวซินหยู่อดไม่ได้ที่จะสงสัย แม้ว่าเธอจะไม่มีโอกาสได้ทำงานกับวงใน แต่เธอก็คลุกคลีอยู่กับวงการบันเทิงมาโดยตลอด และเธอก็ไม่เคยรู้จักบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ที่ใช้ชื่อแบบนี้มาก่อนเลย ที่สำคัญบริษัทนี้ได้รับการตั้งชื่อตามชื่อเล่นของเธอในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแบมบูไลฟ์ มันเป็นไปได้ยากอย่างมากที่เรื่องนี้จะเป็นเรื่องบังเอิญ
“ฮ่าฮ่าฮ่า มันไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกที่เธอจะไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของบริษัทฉัน เพราะมันเป็นเพียงแค่บริษัทเล็กๆเท่านั้น ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!” ฟางจือหยูหัวเราะกลบเกลื่อน
"อย่างนี้นี่เอง!" มีบริษัทบันเทิงขนาดเล็กจำนวนนับไม่ถ้วนทั่วประเทศ และหากเป็นบริษัทที่ไร้ซึ่งผลงานก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะไม่รู้จัก ดังนั้นกัวซินหยู่จึงไม่ได้ติดใจอะไรกับเรื่องนี้อีกต่อไป แต่สิ่งที่ทำให้เธอยังคงลำบากใจอยู่ก็คือแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแบมบูไลฟ์ที่เพิ่งจะตกลงเซ็นสัญญาไปเมื่อไม่นาน
“ไว้ทุกอย่างเสร็จเมื่อไหร่เรามาตกลงเรื่องสัญญากัน!”
"คือว่า….ฉันได้เซ็นสัญญากับแพลตฟอร์มแบมบูไลฟ์เอาไว้เป็นเวลาสองปี ถ้าฉันเซ็นสัญญากับคุณอีก เกรงว่าคง..." กั๋วซินหยู่นึกถึงข้อตกลงในสัญญา นักไลฟ์สตรีมที่เซ็นสัญญากับแพลตฟอร์มแบมบูไลฟ์จะไม่สามารถเซ็นสัญญากับบริษัทอื่นๆได้ถ้าหากไม่ได้รับอนุญาตจากคนภายใน และหากละเมิดสัญญาต้องชดใช้ค่าเสียหายมหาศาล
“ฮ่าฮ่า นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก เดี๋ยวฉันไปคุยกับหวังฉงให้เอง!” ฟางจือหยูพูดอย่างมั่นใจ เพราะด้วยความสัมพันธ์ของเขากับหวังฉง เรื่องเล็กๆน้อยๆแค่นี้จึงสามารถจบได้เพียงแค่ทำการพูดคุย และเขาก็คิดว่าหวังฉงจะไม่หักหน้าเขาอย่างแน่นอน
“งั้นฝากด้วยนะคะประธานฟาง ฉันสัญญาเลยว่าจะตั้งใจทำงานเพื่อคุณ!”
“โอเค ตอนนี้พักผ่อนได้แล้ว เราจะคุยเรื่องรายละเอียดกันเมื่อเธอกลับมาถึงเมืองเจียงหนาน ฉันมีอะไรจะเซอร์ไพรส์เธอด้วย!”
“คุณจะเซอร์ไพรส์อะไร?” กัวซินหยู่ถามอย่างสงสัย
“ถ้าบอกแล้วมันจะเรียกว่าเซอร์ไพรส์มั้ยล่ะ รีบๆไปนอนได้แล้ว ไม่งั้นฉันจะไม่เซอร์ไพรส์อะไรทั้งนั้น!”
“ก็ได้ งั้นราตรีสวัสดิ์นะ!” กัวซินหยู่ส่งอิโมจิน่ารักๆ
“ว่าแต่ไอดาบโบราณนั่นมันอะไรกันแน่!” ฟางจือหยูนึกถึงของรางวัลที่เขาได้รับมาหลังจากทำภารกิจเสร็จ
เขาหยิบดาบโบราณออกมาจากพื้นที่อิสระ แต่ด้วยความหนักของมัน ทำให้เขาไม่สามารถยกมันขึ้นจากพื้นได้แม้นิดเดียว
ฟางจือหยูตัดใจและปล่อยดาบลง ดาบโบราณเล่มนี้มีความยาวประมาณ 120 เซนติเมตร และมีน้ำหนักกว่า 150 กิโลกรัม!
รูปลักษณ์ของมันไม่เหมือนกับดาบยาว แต่คล้ายกับดาบทองสัมฤทธิ์ในยุคสมัยที่มีสงคราม และมีขนาดใหญ่กว่าดาบทองสัมฤทธิ์เกือบเท่าตัว
ตัวดาบเป็นสีดำสนิทและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของกาลเวลา เป็นไปได้มั้ยว่าดาบโบราณเล่มนี้จะเป็นดาบขององค์จักรพรรดิในประวัติศาสตร์?
“โฮสต์ ดาบเล่มนี้ถูกตีขึ้นมาโดยบรรพบุรุษของท่าน นามของเขาคือฟางจุน เขาเป็นนักตีดาบผู้มากความสามารถ แต่มีน้อยคนนักที่จะรู้จักชื่อของเขา”
“ช่างตีดาบ? ฉันรู้จักแต่กานเจียงและโอเยจีเท่านั้น” เนื่องจากเป็นอาชีพที่ไม่เหมาะกับยุคสมัยในปัจจุบัน คนที่ทำอาชีพนี้อยู่จึงเหลือเพียงแค่ไม่กี่หยิบมือ
“คุณฟางจุนเป็นอาจารย์ของกานเจียงและโอเยจี!” เสี่ยวยี่พูดต่อว่า “ช่างตีดาบถือว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติอย่างมากในโลกของฉัน อย่าได้คิดจะดูถูกโดยเด็ดขาด!”
"แล้วไงล่ะ? สิ่งนี้มันจะไปมีประโยชน์อะไรในยุคที่สังคมถูกปกครองไปด้วยกฎหมาย"
“คุณไม่ได้เข้าใจอะไรเลย” เสี่ยวยี่พูดอย่างดูถูก “ในโลกของฉันนั้นเต็มไปด้วยอาวุธวิเศษมากมาย และบรรพบุรุษของคุณได้เรียนรู้หลักการสร้างอาวุธเหล่านั้นหลังจากที่เข้าถึงสิทธิ์ขั้นสูงแล้วตีดาบเล่มนี้ขึ้นมา มันไม่ใช่ดาบธรรมดาทั่วไป!"
“แล้วดาบเล่มนี้คืออะไร?”
“ฉันก็ไม่รู้จะบอกยังไง แต่ในช่วงเริ่มแรกของการตีดาบ ฟางจุนยังอยู่ในช่วงลองผิดลองถูก แม้ว่าเขาจะสร้างดาบที่มีคุณภาพออกมาได้หลายเล่ม แต่ก็มีดาบที่ล้มเหลวหลายเล่มไม่แพ้กัน ดาบโบราณเล่มนี้เป็นหนึ่งในดาบที่ล้มเหลว ฉันรู้สึกว่ามันน่าเสียดายเกินไปที่ต้องปล่อยมันทิ้งเอาไว้เฉยๆแบบนั้น"
"แต่ดาบนี่มันหนักเกินไปมั้ย? ฉันยกขึ้นแทบไม่ได้เลย!"
“ฉันจำได้ว่าฟางฮุยตีดาบเล่มนี้ขึ้นมาโดยการใช้เหล็กอุกกาบาตเป็นวัสดุในการทำ ความแข็งของมันแข็งแกร่งกว่าวัสดุใดๆในโลกของคุณ เขาใช้เวลาหลายปีกว่าจะตีดาบเล่มนี้เสร็จ” เสี่ยวยี่พูด
“สุดท้ายก็เป็นได้แค่ของประดับบ้านสินะ!” ฟางจือหยูรู้สึกผิดหวังอย่างมาก
“หืม? ทำไมหวังฉงถึงได้โทรมาดึกดื่นป่านนี้กันนะ?” โทรศัพท์มือถือของฟางจือหยูดังขึ้นตอนเที่ยงคืนครึ่ง
“ว่าไงคุณหวัง มีอะไรอย่างงั้นหรอ” ฟางจือหยูพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“ไม่มีอะไรหรอก” หวังฉงพูดอย่างชั่วร้าย “ฉันแค่โทรมาก่อกวนการนอนของคุณเพื่อแก้แค้นที่ครั้งก่อนคุณโทรมาขัดจังหว่ะชีวิตของฉันเท่านั้น!”
“นี่คุณจะเจ้าคิดเจ้าแค้นไปถึงไหน ฉันเคยไปรบกวนคุณแค่ครั้งเดียวเองนะ แล้วฉันก็ขอโทษไปแล้วไม่ใช่หรือไง” ฟางจือหยูไม่พอใจ
“ฮ่าฮ่า ฉันว่าเรามาใช้คำพูดที่ดูเป็นกันเองดีกว่ามั้ย ฉันรู้สึกแปลกๆเวลาถูกคนอย่างนายเรียกว่าคุณหวัง!” หวังฉงพูด
“สรุปคือนายไม่มีอะไร งั้นฉันวางสายเลยนะ!” ฟางจือหยูพูดอย่างโกรธจัด
“อย่า อย่าเพิ่ง ฉันมีธุระ!” หวังฉงรีบพูด “พรุ่งนี้นายว่างหรือเปล่า ฉันจะเดินทางไปที่เมืองเจียงหนานเพื่อพูดคุยกับนายเรื่องภาพยนตร์ ตอนนี้ฉันตกลงกับทีมงานทำเอฟเฟกต์พิเศษได้แล้ว และเขาจะเรียกเก็บเงินตามเวลาที่สูยเสียไป ถ้ายิ่งรอนานเราจะยิ่งเสียผลประโยชน์ ฉันเลยอยากจะรีบหาตัวนักแสดงและผู้กำกับโดยเร็วที่สุด!”
“โอเค!” ฟางจือหยูอยากจะคุยกับเขาเรื่องของกัวซินหยู่ด้วยเลยตอบตกลงอย่างไม่ลังเล "พรุ่งนี้นายมาหาฉันได้ที่ชุมชนเจียงหนานเป่ยหยวนในเมืองเจียงหนาน มาถึงเมื่อไหร่ก็โทรบอกด้วยนะ ฉันจะได้ออกไปรับ"
“โอเค” หวังฉงพูดด้วยรอยยิ้ม “คราวก่อนนายบอกฉันว่ามีพ่อครัวส่วนตัวอยู่ที่บ้านใช่มั้ย งั้นฉันรบกวนนายช่วยเตรียมอาหารมื้อเที่ยงเอาไว้ให้หน่อยจะได้หรือเปล่า”
“ไม่มีปัญหา นายอยากจะกินอะไรล่ะ บ้านของฉันสามารถทำอาหารได้ทุกอย่างในโลกใบนี้เลย!”
“นายแน่ใจนะ” หวังฉงยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
“ถ้าพรุ่งนี้ฉันทำเมนูที่นายสั่งไม่ได้ ฉันจะไลฟ์สดขอโทษนายต่อหน้าผู้คนนับล้าน!” ฟางจือหยูพูดอย่างมั่นใจ
“โอเค ฉันอยากกินเห็ดทรัฟเฟิลขาวอัลบาของอิตาลีและไข่ปลาคาเวียร์!” หวังฉงมั่นใจมากว่าฟางจือหยูไม่มีทางทำเมนูนี้ได้ เพราะทั้งสองอย่างที่สั่งไปไม่สามารถหาซื้อวัตถุดิบได้ในช่วงฤดูนี้ และถ้าจะไปซื้อจากต่างประเทศก็ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการเดินทาง
“ตกลง ฉันจะสั่งให้พ่อครัวเตรียมเอาไว้!” หลังจากได้ยินชื่อของเมนูที่สั่งมา ฟางจือหยูก็รู้ทันทีเลยว่าหวังฉงต้องการที่จะทำให้เขาอับอาย
แต่หวังฉงไม่รู้มาก่อนเลยว่าเครื่องบินไอพ่นส่วนตัวของฟางจือหยูสแตนด์บายอยู่ทั่วทุกมุมโลกตลอดเวลา ตราบเท่าที่เขาต้องการ ไม่มีอะไรที่เขาไม่สามารถหามาได้ในชั่วข้ามคืน
โชคชะตาได้ลิขิตให้หวังฉงต้องผิดหวังเอาไว้แล้ว!