ความลับอันแสนสุขของฟางฮุย
เนื่องจากยังคงเป็นช่วงปิดเทอมฤดูร้อน หลังจากเสร็จสิ้นพิธีเฉลิมฉลองโรงเรียน นักเรียนจึงทยอยเดินทางกลับบ้านของตัวเองทีละคน ส่วนศิษย์เก่าส่วนใหญ่เลือกที่จะอยู่ในโรงเรียนและเดินชมบรรยากาศรอบๆของโรงเรียนต่อไป
หลังจากที่ได้ใช้เวลาช่วงบ่ายกับเหล่าเพื่อนร่วมห้อง ฟางจือหยูก็รู้สึกราวกับว่าเขาได้ย้อนเวลากลับไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว มันเป็นความรู้สึกที่ไม่อาจจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้เลย
ตกเย็น ทุกคนเดินออกมาจากโรงเรียนพร้อมกันโดยมีฟางจือหยูเป็นจุดศูนย์กลาง และพวกเขาต่างก็ต้องการดูว่าฟางจือหยูขับรถแบบไหนมาโรงเรียน
เนื่องจากศิษย์เก่าส่วนใหญ่กลับไปกันหมดแล้ว ในตอนนี้จึงมียานพาหนะที่จอดอยู่ตรงหน้าประตูเพียงแค่น้อยนิด แม้ว่าฟางจือหยูจะจอดรถไว้มุมสุด และแม้ว่ารถที่เหลืออยู่รอบๆจะสวยงามมากแค่ไหน แต่ก็ไม่มีรถคันใดจะโดดเด่นไปกว่ารถของเขาเลย
“นี่คือรถอะไรอย่างงั้นหรอ มันหล่อมาก!” สาวๆกรีดร้องออกมา
"จริงดิ! ฉันรู้จักโลโก้รถคันนี้ มันคืออะพอลโล ฉันได้ยินมาว่าราคาพื้นฐานอยู่ที่สิบล้าน!" ชายหนุ่มส่วนใหญ่รู้จักรถคันนี้เป็นอย่างดี
"แต่นั่นแค่ราคาดิบๆเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ถ้าบวกกับอัตราภาษีและค่าอื่นๆอีกมากมาย ยังไงรถคันนี้ก็มีราคาสูงกว่าสิบล้านอย่างแน่นอน"
เพื่อนร่วมชั้นรีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและถ่ายรูปอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะไม่ได้เข้าไปนั่งในรถก็ตาม แต่การได้เห็นรถสปอร์ตสุดหรูในระยะใกล้แบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่สุดยอดมากแล้ว และการที่รถคันนี้เป็นรถของเพื่อนก็ทำให้พวกเขาสามารถนำเรื่องนี้ไปคุยกับคนอื่นๆได้อย่างภาคภูมิใจ
“กัมเพิร์ต อะพอลโล ฉันจำได้ว่าในจีนมีรถรุ่นนี้เพียงแค่สามคันเท่านั้น และเหมือนว่าโมเดลนี้จะไม่เคยเปิดวางขายมาก่อนเลย” ห้องเรียนของฟางจือหยูมีชายหนุ่มหลายคนที่คลั่งไคล้รถยนต์ “ฟางจือหยู ครอบครัวของนายเป็นเจ้าของบริษัทจดทะเบียนอย่างงั้นหรอ ฉันได้ยินมาว่ารถสปอร์ตระดับนี้ต้องเข้าสมาคมรถสปอร์ตหรืออะไรซักอย่างก่อนเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ซื้อได้ มันไม่ใช่รถที่มีเงินมากพอแล้วจะสามารถนำมาเป็นของตัวเอง นายทำได้ยังไง?”
“คือว่า…บริษัทรถสปอร์ตอะพอลโลในเยอรมนีเป็นของฉันน่ะ” ฟางจือหยูพูดด้วยใบหน้าเขินอาย “โมเดลนี้จะถูกวางขายช่วงสิ้นปี แต่รถของฉันเป็นรถที่สั่งให้พนักงานดัดแปลงและปรับแต่งเป็นพิเศษ ดังนั้นดีไซน์และวัสดุหลายๆอย่างที่ใช้ประกอบโมเดลมาตรฐานของรุ่นนี้กับรถของฉันจึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เป็นรถที่มีเพียงแค่คันเดียวในโลก!"
“บริษัทรถสปอร์ตอะพอลโลเป็นของครอบครัวนาย!?” เหล่าชายหนุ่มไม่อยากจะเชื่อ พวกเขาเรียนหนังสือกับเจ้าของบริษัทรถสปอร์ตอพอลโลมาเป็นเวลาสามปี และพวกเขาก็เพิ่งจะนั่งกินข้าวด้วยกันในวันนี้!
“ฟางจือหยู ตอนนี้นายมีแฟนแล้วหรือยัง” เพื่อนผู้หญิงหลายคนเริ่มมีความคิดแปลกๆ
“ฮ่าฮ่าฮ่า!” จางเหมิงหัวเราะ “ฟางจือหยู เหมือนว่านายจะถูกพวกเธอเพ่งเล็งเข้าให้แล้ว แต่ก็นะ ผู้หญิงระดับนี้ไม่คู่ควรกับนายหรอก ดังนั้นอย่าไปสนใจเลย!”
“พวกนายก็ไม่คู่ควรที่จะเป็นเพื่อนกับคนอย่างจือหยูเหมือนกันนั่นแหละ”
ชายหนุ่มไม่พอใจขึ้นมาทันที “ฉันว่าฉันก็ดีกว่าใครบอกคนที่ไว้ผมเปียและมีความรู้เท่าหางอึ่งก็แล้วกัน!”
“พูดแบบนี้นายอยากมีเรื่องกับฉันใช่มั้ย!”
......
“โอเค โอเค ทุกคนหยุดเดี๋ยวนี้เลย!” ฟางจือหยูเข้ามาห้าม “ปีหน้าพวกเราทุกคนจะเรียนจบกันแล้วใช่หรือเปล้า เราไปออกทริปหลังรับปริญญากันเถอะ แน่นอนว่าฉันจะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้เอง ส่วนเรื่องสถานที่เดี๋ยวเรามาโหวตกัน!”
“สมแล้วจริงๆที่โซเชียลต่างพากันเรียกนายว่านายน้อยฟาง!” ทุกคนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“นายน้อยฟางสามารถพาพวกเราไปเที่ยวต่างจังหวัดได้มั้ย” มีคนถามเสียงเบา
“คำถามนี้เอาฮาหรือเปล่า ไม่เห็นหรือไงว่านายน้อยฟางรวยมากขนาดไหน คนระดับเขาสามารถพาเราไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างสบายๆเลยด้วยซ้ำ”
“ฮ่าฮ่า ฉันว่าไม่ใช่แค่ประเทศเพื่อนบ้านหรอก คนระดับเขาสามารถพาเราไปสำรวจทะเลทรายซาฮาราได้อย่างง่ายดาย!”
......
หลังจากการพูดคุยจบลง เพื่อนในกลุ่มก็ได้เชิญฟางจือหยูไปสังสรรค์ต่อด้วยกัน แต่เขาปฏิเสธกลับไป โดยบอกว่านัดทานอาหารมื้อเย็นกับเจียงอี้เอาไว้แล้ว ซึ่งก็ทำให้สาวๆรู้สึกอิจฉาเจียงอี้อย่างมาก
“ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าในชีวิตนี้จะได้นั่งรถสปอร์ตสุดหรูราคาแพง!” เจียงอี้ตื่นเต้นมากเมื่อขึ้นมานั่งบนรถ
“ตอนที่เธอเตือนฉันเรื่องเจียงหยวนแล้วฉันอารมณ์เสียใส่เธอ ฉันยังไม่ได้ขอโทษเธอเลย เจียงอี้ ฉันขอโทษนะ!” ฟางจือหยูพูด
“ฉันเข้าใจ เป็นใครก็คงไม่ชอบทั้งนั้นแหละที่แฟนของตัวเองถูกกล่าวหาว่าเป็นคนไม่ดี!” เจียงอี้พูด
“จริงสิ แฟนของนายรู้เรื่องที่นายชวนฉันมาทานอาหารด้วยแล้วหรือยัง” เจียงอี้ถามขึ้นทันที “ตอนนี้ฉันกำลังนั่งอยู่ในรถของนาย เกรงว่าเธอคงจะต้องโกรธมากแน่ๆเลย”
“ฮะ?” ฟางจือหยูตกตะลึง “ฉันมีแฟนที่ไหนกัน นี่เธอคิดว่าฉันเป็นพวกเพลย์บอยหรือไง?”
“หือ?” เจียงอี้ประหลาดใจ “นี่นายไม่ได้คบกับคุณซินหยู่อยู่หรอกหรอ!”
ฟางจือหยูหน้าแดงทันที "บ้าหรือเปล่า ฉันรู้จักเธอในชีวิตจริงยังไม่ถึงสัปดาห์เลย!"
“นายนี่มันซื่อบื้อจนเกินจะเยียวยาแล้วจริงๆด้วย” เจียงอี้หงุดหงิด “โอเค นายน่าจะยังไม่รู้ งั้นฉันจะบอกอะไรกับนายให้นะ!”
เจียงอี้เปลี่ยนไปใช้น้ำเสียงจริงจัง: “จากประสบการณ์ของฉันที่เฝ้ามองผู้หญิงมาเป็นเวลาหลายปี ทำให้ฉันสามารถบอกได้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนยังไงจากการมองแค่หน้าตา ซึ่งฉันบอกได้เลยว่าคุณซินหยู่คนนี้เป็นคนที่จริงใจมากๆ และนิสัยของเธอก็ดีกว่าแฟนเก่าของนายราวฟ้ากับเหว!”
“เธอเป็นหมอดูตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” ฟางจือหยูกลั้นขำไม่อยู่
“นี่ไม่ใช่เรื่องตลกเลยนะ ฉันพูดจริงๆ คุณซินหยู่คนนี้เป็นคนดีมากอย่างแน่นอน เพราะฉันติดตามเธอมาปีกว่าแล้ว รูปลักษณ์และคำพูดสามารถหลอกลวงผู้คนได้ แต่อารมณ์ที่สื่อออกมาผ่านทางเสียงเพลงและเปียโนไม่อาจจะหลอกลวงผู้คนได้ "
“นายกำลังชอบเธออยู่ใช่หรือเปล่า” เจียงอี้หยิบไพ่เด็ดของเธอออกมา “ห้ามโกหก ไม่งั้นผลของการ์ดใบนี้จะสาปให้นายเป็นโสดไปอีกสามปี!”
“บังคับกันอย่างงี้เลยหรอ โหดร้ายชะมัดเลย!” ฟางจือหยูจ้องมองไปที่เจียงอี้ จากนั้นก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆและพูดว่า “ใช่…ฉันชอบเธอ!”
แม้ว่าฟางจือหยูเพิ่งจะรู้จักกับกัวซินหยู่จริงๆเพียงแค่ไม่กี่วันก็ตาม แต่ตัวของเขานั้นถูกดึงดูดโดยเธออย่างสมบูรณ์ ไม่เพียงแต่รูปลักษณ์ที่สวยงาม แต่เธอยังเป็นคนที่มีจิตใจดีมากที่สุดคนหนึ่งตั้งแต่ที่เคยเจอมา เธอช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวและหาเงินส่งตัวเองเรียน ผู้หญิงแบบนี้จะไม่ใช่คนดีได้ยังไง?
“นายช่วยเหลือเธอเอาไว้มาก และเธอก็อยากจะตอบแทนนาย บางที เธออาจจะมีใจให้นายก็ได้!”
เจียงอี้พูดต่อ: "ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันจะเป็นที่ปรึกษาด้านความรักให้นาย! และฉันขอแนะนำให้นายลุกใส่เธออย่างเต็มกำลัง ถ้าเกิดพบเจอกับอุปสรรคที่ไม่สามารถก้าวข้ามผ่านไปได้ นายติดต่อมาถามฉันได้เลย ฉันจะช่วยนายไปให้ถึงฝั่งฝันเอง!"
"ภารกิจพิเศษ: จีบกัวซินหยู่!"
“นี่มันอะไรเสี่ยวยี่ ทำไมนายถึงให้ภารกิจแปลกประหลาดแบบนี้มา?” ฟางจือหยูไม่คิดว่าเสี่ยวยี่จะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย
“โฮสต์ การเลือกคู่ครองที่เหมาะสมให้กับคุณเป็นงานที่โฮสต์รุ่นก่อนได้ฝากฝังฉันเอาไว้ และถือว่าเป็นงานที่สำคัญที่สุดที่ได้รับมอบหมายมา จากการตรวจสอบและวิเคราะห์ของระบบ คุณกัวซินหยู่คือผู้สมัครที่ดีที่สุดที่จะมาเป็นแฟนของโฮสต์ !"
“เยี่ยม! ตั้งแต่เกิดมา ครั้งนี้เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันรู้สึกอยากจะขอบคุณพ่อของตัวเอง!” ฟางจือหยูพยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า แม้ว่าพ่อของเขาจะไม่ได้อยู่บนโลกแล้ว แต่เขาก็ยังเป็นห่วงเรื่องลูกสะใภ้ในอนาคต
“โฮสต์ พ่อของคุณมีความตั้งใจที่จะเห็นลูกสะใภ้หลายคน!” เสี่ยวยี่พูดเสริมด้วยน้ำเสียงขบขัน
"นายเงียบปากไปเลย!" ถ้าตอนนี้เฉาหลานไม่ได้อยู่ข้างนอก ฟางจือหยูจะโทรไปหาและบอกเรื่องนี้ให้แม่ของเขารู้ทันที
“ฮ่าฮ่าฮ่า โฮสต์ จริงอยู่ที่คู่สมรสตามกฎหมายของพ่อคุณมีเพียงแค่แม่ของคุณเพียงคนเดียว แต่จริงๆแล้วเขามีมากกว่านั้น และแม่ของคุณก็รู้ถึงการมีอยู่ของพวกเธอด้วย!”
“นี่เรื่องจริงอย่างงั้นหรอ แล้วแม่ของฉันทนได้ยังไง”
“เมื่อเวลานั้นมาถึง เดี๋ยวคุณก็จะเข้าใจความรู้สึกของผู้ใหญ่เอง” เสี่ยวยี่พูด
“แล้วฉันต้องเรียกอีกฝ่ายว่าอะไรล่ะ ป้าอย่างงั้นหรอ?” ฟางจือหยูถาม “ตอนนี้พวกเธอได้ออกจากโลกไปตามหาคุณปู่ด้วยหรือเปล่า?”
“ไม่ พวกเธอยังอยู่บนโลก พ่อของคุณบอกว่าถ้าเจอปัญหาที่แก้ไม่ได้ในอนาคต ให้เดินทางไปหาพวกเธอ และความยิ่งใหญ่ของพวกเธอจะช่วยทำให้ปัญหานั้นคลี่คลายเอง!”
“ฉันตกใจมากเลยที่พ่อของฉันมีผู้หญิงหลายคน!” ฟางจือหยูพึมพำ “ตกลง ฉันจะรับภารกิจนี้!”
ภารกิจพิเศษ: จีบกัวซินหยู่
รางวัลภารกิจ: เป็นความลับชั่วคราว
เมื่อเห็นคำว่า "เป็นความลับชั่วคราว" ฟางจือหยูก็รู้สึกโกรธขึ้นมาทันที "นายจะปิดบังให้มันได้อะไรขึ้นมา เสี่ยวยี่!"