พลังงานชีวภาพ

เมื่อเห็นสีหน้าของกัวชูที่นอนอยู่บนเตียงดีขึ้นมาก ความรู้สึกกังวลในตัวของกัวซินหยู่ก็ค่อยๆคลายออกไป เธอพิงโซฟาในวอร์ดที่หรูหราและผล็อยหลับทันที



ฟางจือหยูจับเธอขึ้นไปนอนบนโซฟาอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็นำผ้าห่มมาห่มให้กับเธอ และในระหว่างที่มองดูใบหน้าอันแสนสวยงามของเธอ ความรู้สึกของผู้ชายก็ปรากฏขึ้นมาในใจ



อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถทำเรื่องแบบนั้นโดยใช้ประโยชน์จากความเป็นความตายของพ่อเธอได้ เขาเดินไปข้างๆกัวชู เนื่องจากว่าตอนนี้ไม่มีใครอยู่รอบๆอีกแล้ว เขาจึงสามารถใช้สิ่งที่คล้ายกับ "ยาครอบจักรวาล" ได้อย่างไม่ต้องกังวล



ฟางจือหยูเพ่งสมาธิ และขวดเล็กๆก็ปรากฏขึ้นในมือ จากนั้นเขาก็เทยาออกมา และกลิ่นหอมของยาที่เข้มข้นก็กระจายออกไปทั่วห้องในทันที



รูปร่างของยาเม็ดนี้อัปลักษณ์เกินกว่าจะบรรยาย เม็ดยาปกติในปัจจุบันจะมีรูปทรงกลมหรือวงรี และมีเส้นที่งดงามบนพื้นผิว ไม่ใช่สิ่งที่มีรูปร่างผิดแปลกและมีพื้นผิวดูหยาบแบบนี้



“เสี่ยวยี่ นายแน่ใจใช่มั้ยว่ายาเม็ดที่บรรพบุรุษของฉันทำขึ้นมาจะไม่ส่งผลให้คนที่กินเข้าไปตาย?” ฟางจือหยูสงสัยในตัวยา



“ไม่ต้องห่วง โฮสต์ แม้ว่ายาเม็ดนี้จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ล้มเหลว แต่มันไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายของมนุษย์ ฉันได้วิเคราะห์ผลกระทบของยาทั้งหมดแล้ว หากมีอะไรผิดพลาด คุณสามารถด่าฉันได้ตามต้องการเลย!” เสี่ยวยี่พูดอย่างมั่นใจ



“ไม่มีอะไรที่ยืนยันได้นอกจากคำพูดของนายเลยหรือไง?” ฟางจือหยูพึมพำ ไม่สิ ถ้าเสี่ยวยี่พูดแบบนี้ บางทีมันอาจจะเป็นยาเม็ดวิเศษจริงๆก็ได้



ฟางจือหยูเปิดริมฝีปากของกัวชูอย่างระมัดระวังและยัดยาเข้าไป แต่ปัญหาก็คือกัวชูยังคงอยู่ภายใต้ฤทธิ์ของยาสลบ และยาเม็ดนี้ก็มีขนาดใหญ่เกือบจะเท่ากับก้อนหิน มันไม่มีทางที่ยาจะไหลลงไปในคอให้เองได้โดยที่ไม่ทำอะไรเลยอย่างแน่นอน



“เสี่ยวยี่ นายมีวิธีทำให้คุณลุงกลืนยาลงไปหรือเปล่า” ฟางจือหยูยอมแพ้หลังจากพยายามอยู่นาน เขาไม่อยากจะฝืนกดยาลงไป เพราะถ้าหากยาบังเอิญไปปิดกั้นทางเดินหายใจขึ้นมา ความหวังดีที่จะช่วยเหลือของเขาคงได้เปลี่ยนเป็นการฆาตกรรมแทน



“โฮสต์สามารถกระตุ้นกล้ามเนื้อของคุณกัวชูด้วยพลังงานชีวภาพเพื่อทำให้เกิดการกลืนโดยอัตโนมัติได้!”



“ฮะ? พลังงานชีวภาพ? มันคืออะไร?” ฟางจือหยูงุนงง เขาไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อนเลย



"พลังงานชีวภาพเป็นพลังงานกระแสไฟฟ้าที่อ่อนแอภายในร่างกายของมนุษย์ มันเป็นแกนหลักที่คอยรักษาบาดแผลให้สมานเข้าหากัน และความสามารถของร่างกายที่ลดลงเมื่ออยู่ในวัยชรานั้นก็เกิดจากการอ่อนตัวของพลังงานชีวภาพ!"



ฟางจือหยูยังคงไม่ค่อยเข้าใจ



"งั้นฉันจะอธิบายให้เห็นภาพก็แล้วกัน โฮสต์รู้จักดราก้อนบอลใช่มั้ย?"



"แน่นอน ฉันเคยดูตอนที่ยังเป็นเด็ก!"



“พลังคลื่นเต่าในดราก้อนบอลถือได้ว่าเป็นพลังงานชีวภาพที่ทรงพลังเป็นพิเศษ คุณพอจะเข้าใจสิ่งที่ฉันสื่อใช่หรือเปล่า”



“ทำไมนายไม่อธิบายแบบนี้ตั้งแต่แรก ไม่งั้นเรื่องก็จบไปนานแล้ว” ฟางจือหยูเข้าใจส่วนใหญ่หลังจากได้ฟังคำอธิบายดังกล่าว



“แต่ฉันไม่มีพลังงานชีวภาพที่แข็งแกร่งขนาดนั้น?”



“ไม่ต้องกังวล คุณสามารถเริ่มเรียนรู้พลังงานชีวภาพได้เมื่อคุณเปิดใช้สิทธิ์เข้าถึงระดับแรก แต่พ่อของกัวชูคงจะเสียชีวิตก่อนพอดีถ้ารอจนกว่าคุณจะทำภารกิจเสร็จสิ้น ครั้งนี้ถือว่าเป็นกรณีพิเศษ ฉันจะช่วยสอนคุณเอง ก่อนอื่นเลยคุณแค่ต้องสร้างพลังงานชีวภาพในร่างกายของคุณให้เพียงพอ!”



“แล้วมันทำยังไงล่ะ?”



"อยู่เงียบๆ รวบรวมสมาธิ และปล่อยให้พลังงานชีวภาพสร้างขึ้นมามากที่สุด!"



ฟางจือหยูสงบนิ่งราวกับต้นไม้ทันที ในเวลานี้ เขาไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่าพลังงานโปร่งใสในร่างกายของเขากำลังรวบรวมอยู่ที่ปลายนิ้วของตัวเอง



หลังจากที่พลังงานชีวภาพรวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆที่ปลายนิ้ว แสงสว่างเล็กๆก็เปล่งประกายออกมา และฉากมหัศจรรย์นี้ก็ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ



“เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว เริ่มปฏิบัติการได้!”



ฟางจือหยูทำตามคำแนะนำของเสี่ยวยี่และนวดบริเวณลำคอด้วยนิ้วของเขา



หลังจากนั้นไม่นาน ลิ้นของกัวชูก็ขยับไปมา และเขาก็ทำการกลืนยาลงไปภายใต้ฤทธิ์ของยาสลบ!



ขณะเดียวกัน ฟางจือหยูก็ล้มลงกับพื้น และไม่เหลือเรี่ยวแรงแม้แต่จะยืน



"เสี่ยวยี่! มันเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของฉัน? นี่คือผลข้างเคียงจากการใช้พลังงานชีวภาพอย่างงั้นหรอ?" ฟางจือหยูคลานขึ้นไปนั่งบนโซฟาอย่างยากลำบาก เขาในตอนนี้รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองเพิ่งจะเสร็จสิ้นการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย 1,500 ครั้ง



“ไม่มีอะไรให้โฮสต์ต้องกังวล มันเป็นเพียงเพราะคุณยังไม่อยู่ในจุดที่สามารถให้กำเนิดพลังงานชีวภาพจำนวนมากได้ และเมื่อกี้พลังงานชีวภาพในร่างกายของคุณที่มีอยู่เพียงน้อยนิดก็ลดลงไปในคราวเดียว ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่คุณจะตกอยู่ในสภาวะไร้ซึ่งเรี่ยวแรง คุณสามารถฟื้นฟูได้ด้วยการเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ”



“แบบนี้นี่เอง!” ฟางจือหยูโล่งใจที่มันไม่ใช่ผลข้างเคียงที่ตามมา



...



เช้าวันรุ่งขึ้น ฟางจือหยูถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยกลิ่นหอมบางอย่าง เขาค่อยๆลืมตาขึ้นมา และสิ่งที่ปรากฏขึ้นภายใต้การมองเห็นของเขาก็คือใบหน้าของกัวซินหยู่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ใบหน้าของเธอนั้นเปลี่ยนเป็นสีแดงในทันที



“คุณ... คุณตื่นแล้วหรอ?” กัวซินหยู่รีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยท่าทางประหม่าเล็กน้อย



“ซินหยู่ ทำไมหน้าของเธอถึงได้แดงแบบนี้ล่ะ ตอนนี้รู้สึกหนาวหรือเปล่า มีอาการปวดหัวบ้างมั้ย” ฟางจือหยูเอื้อมมือออกไปโดยหวังจะแตะหน้าผากของเธอ แต่กัวซินหยูรีบปัดมือของเขาออกทันที



“ฉันไม่ได้มีไข้อะไรทั้งนั้น และใครอนุญาตให้คุณมาถามฉันแบบนี้กัน!” กัวซินหยู่หันหลังและวิ่งไปที่ห้องน้ำอย่างรวดเร็ว



“นี่ฉันทำอะไรผิดไปหรือเปล่านะ” ฟางจือหยูพึมพำเสียงต่ำ



จากนั้นเขาก็เหลือบมองกัวชู และทันใดนั้นเอง ร่างกายของเขาก็ต้องสั่นสะท้านด้วยความตกใจทันที เพราะตอนนี้สิ่งที่ปากฏขึ้นในสายตาของเขาก็คือคุณลุงกำลังนั่งลืมตาอยู่ และคุณลุงก็กำลังมองมาที่เขาด้วยรอยยิ้มแปลกๆบนใบหน้า อย่างไรก็ตาม คุณลุงในตอนนี้ไม่เหมือนกับคนที่เพิ่งได้รับการผ่าตัดเมื่อวานเลยแม้แต่นิดเดียว



“คุณลุงตื่นแล้วหรอครับ ตอนนี้ร่างกายของคุณลุงโอเคดีใช่มั้ย?” ฟางจือหยุพูด “จริงสิ ผมลืมแนะนำตัวไป ผมชื่อฟางจือหยู เป็นเพื่อนของซินหยู่ เรียกผมว่าเสี่ยวฟางหรือเสี่ยวหยูก็ได้ครับ!”



“ไม่ใช่แฟนหรอกหรอ?”



“ไม่ ไม่ ไม่ครับ” ฟางจือหยูโบกมือและอธิบายอย่างรวดเร็ว “เรารู้จักกันทางออนไลน์ และเราก็เพิ่งจะเคยเจอกันเมื่อไม่นานมานี้เอง มันไม่ใช่อย่างที่คุณลุงคิดนะครับ”



“งั้นหรอ?” ใบหน้าของกัวชูเต็มไปด้วยความแปลกใจ เขาตื่นเร็วกว่าฟางจือหยู และเขาก็เห็นการเคลื่อนไหวของลูกสาวอย่างชัดเจน



“ตอนนี้คุณลุงรู้สึกยังไงบ้างครับ” ฟางจือหยูถาม



“ฉันรู้สึกแปลกๆ!” สีหน้าของกัวชูเปลี่ยนเป็นสับสน “ตอนที่ฉันตื่นขึ้นมา ร่างกายของฉันรู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน มันให้ความรู้สึกเหมือนกับตอนที่ฉันยังเป็นเด็ก ชายหนุ่ม เธอช่วยพยุงฉันหน่อยสิ ฉันอยากจะลองเดินดู!"



ฟางจือหยูดีใจมาก เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่ายาเม็ดล้มเหลวจะทรงพลังขนาดนี้



เขาก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและค่อยๆพากัวชูลงมาจากเตียง



“พ่อ! ทำไมถึงลงมาจากเตียงล่ะ? หมอบอกว่าพ่อไม่สามารถเดินไปไหนได้ไม่ใช่หรือไง!” กัวซินหยู่ที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำรู้สึกกังวลใจทันทีที่เห็นฉากนี้



“ซินหยู่ พ่อสบายดี!” กัวชูเดินสองสามก้าวและพูดต่อ “ดูสิ ร่างกายของพ่อเหมือนว่าจะฟื้นตัวเต็มที่แล้ว พ่อไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายแบบนี้มานานมากเลย”



“เป็นไปได้ยังไง?” กัวซินหยู่ตกตะลึง กัวชูใช้ชีวิตอยู่บนเตียงมาเป็นเวลานาน และหมอก็บอกว่ากล้ามเนื้อที่ขาของเขาหดตัวลง แต่เมื่อมองดูพ่อในตอนนี้ เขาดูแข็งแรงเหมือนกับชายวัยกลางคนที่ออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ



ยูรีเมียไม่ใช่โรคไข้หวัดที่จะหายได้ภายในสองสามวัน มันกลับกลายเป็นแบบนี้ได้ยังไงในชั่วข้ามคืน? ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบัน ยูรีเมียสามารถรักษาได้โดยการปลูกถ่ายไตเท่านั้นไม่ใช่หรือไง?



หลังจากนึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานนี้ฟางจือหยูบอกว่าโรงพยาบาลของเขาพัฒนายาพิเศษสำหรับโรคยูรีเมีย ดวงตาของเธอก็จับจ้องไปที่ใบหน้าของฟางจือหยูทันที สิ่งที่เขาพูดเป็นความจริงอย่างงั้นหรอ?



แม้จะเป็นยาชนิดพิเศษ แต่มันจะทำให้ผู้ป่วยที่เพิ่งผ่าตัดกลับมาแข็งแรงในชั่วข้ามคืนได้ยังไง? ฟางจือหยูเป็นใครกันแน่...

ตอนก่อน

จบบทที่ พลังงานชีวภาพ

ตอนถัดไป