ปาฏิหาริย์ทางการแพทย์

“เหลือเชื่อ! นี่มันเหลือเชื่อมากๆ!” แพทย์ที่ดูแลกัวชูมองดูผลการตรวจในมือของเขาด้วยความประหลาดใจ ไตของกัวชูแข็งแรงเหมือนกับคนที่ไม่เคยเสพสารอันตรายเข้าสู่ร่างกายมาก่อนเลย เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อของเขาฟื้นคืนสู่สภาพเดิมอย่างสมบูรณ์ และอาการของภาวะหัวใจล้มเหลวก็หายไปจนไม่เหลืออย่างน่าอัศจรรย์ ตอนนี้สภาพร่างกายของเขาอยู่ในระดับที่แข็งแรงเหมือนกับคนปกติทั่วไป!

⁠⁠⁠⁠⁠⁠⁠

ดวงตาอาจจะทำให้คนเห็นผิดได้ แต่ผลตรวจนั้นไม่อาจจะหลอกลวงใครได้ พวกเขาตรวจย้ำถึง 3 ครั้ง และผลตรวจที่ออกมาทั้งหมดต่างก็บ่งบอกว่ากัวชูได้หายจากโรคยูรีเมียแล้ว นี่เป็นปาฏิหาริย์ในโลกการแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดต่างครุ่นคิดอยู่นานว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้ยังไง



สิ่งเดียวที่ควรค่าแก่การพิจารณาคือพวกเขาพบสารยาสมุนไพรจีนจำนวนมากในเลือดของกัวชู ยาจีนสามารถรักษาโรคยูริเมียได้งั้นหรอ? ทำไมถึงไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อนเลย?



การตรวจต่างๆดำเนินต่อไปจนถึงช่วงเย็น ในตอนแรก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญบอกว่ากัวชูว่าจะต้องอยู่ในโรงพยาบาลเป็นระยะเวลาหนึ่งเพื่อเฝ้าสังเกตอาการต่อไป แต่กัวชูที่นอนติดเตียงมาหลายปีและตอนนี้หายจากโรคยูรีเมียอย่างสมบูรณ์แล้วจะยอมอยู่ต่อที่โรงพยาบาลได้ยังไง เขาอยากออกจากโรงพยาบาลมาโดยตลอด และในที่สุดเวลาที่เขารอคอยก็มาถึง



เนื่องจากธุรกิจตกต่ำ และต้องใช้เงินจำนวนมากในการรักษาโรคของกัวชู ครอบครัวของเขาจึงได้ขายบ้านขายรถไปพร้อมกัน ซึ่งเหยายี่ฟางก็เป็นเพียงแค่แม่บ้านธรรมดา ดังนั้น รายได้ของครอบครัวทั้งหมดจึงขึ้นอยู่กับกัวซินหยู่ แต่เงินเพียงเล็กน้อยที่ได้จากการไลฟ์สตรีมนั้นแทบจะไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลย



พวกเขาเช่าบ้านหลังเล็กใกล้โรงพยาบาลโดยมีพื้นที่น้อยกว่า 40 ตารางเมตร กัวซินหยู่อาศัยอยู่ในโรงเรียน ส่วนเหยายี่ฟางและกัวจุนหยู่อาศัยอยู่ในบ้านเช่าหลังเล็กแห่งนี้



เนื่องจากรถสปอร์ตของฟางจือหยูสามารถนั่งได้เพียงแค่สองคน ดังนั้นเขาจึงสั่งให้คนนำวู่หลิงหงกวงมาให้เขาและขับรถไปส่งทุกคนที่บ้าน



แม้ว่าบ้านจะเล็ก แต่ก็ได้รับการจัดระเบียบและทำความสะอาดโดยแม่ของกัวซินหยู่เป็นอย่างดี



“สถานการณ์ทางบ้านของพวกเรานั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ป้าจึงสามารถทำได้แค่อาหารธรรมดาทั่วไป ต้องขอโทษด้วยนะเสี่ยวฟาง” เหยาเย่ฟางพูดอย่างละอายใจ



“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณป้า” ฟางจือหยูพูดด้วยรอยยิ้ม



“งั้นระหว่างรอป้าทำอาหารก็นั่งลงและคุยกับซินหยู่ไปก่อนนะ!” ในตอนเช้าของวัน เหยาเย่ฟางได้ออกไปซื้อวัตถุดิบที่ดีกว่่าปกติมาเก็บไว้ในตู้เย็น แม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าจู่ๆทำไมอาการป่วยของสามีเธอถึงดีขึ้นก็ตาม แต่เธอรู้ดีว่าคนที่จัดหาทีมแพทย์ต่างชาติเหล่านั้นมาคือฟางจือหยู ซึ่งเธอก็อยากจะตอบแทน



กัวชูถอนหายใจ แม้ว่าเขาจะกลับมาแข็งแรงแล้ว แต่ไฟในใจของเขาไม่ได้เหมือนกับในสมัยตอนที่เป็นหนุ่ม แม้ว่าหนี้ที่ค้างชำระของครอบครัวบางส่วนจะได้รับการชำระ แต่เขาก็ยังคงเป็นหนี้จำนวนมากอยู่ดี เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องทำยังไงต่อไปกับสถานการณ์แบบนี้



เขารู้สึกว่าตัวเองทำให้กัวซินหยู่เหนื่อยมามากพอแล้ว และเขาก็ไม่อยากให้ลูกสาวต้องทำงานหนักอีกต่อไป



“ขอบคุณมากเลยนะสำหรับเรื่องนี้!” กัวซินหยู่พูดเบาๆ “ร่างกายของพ่อฉันถูกรักษาด้วยยาพิเศษของคุณใช่หรือเปล่า?”



ฟางจือหยูพยักหน้าเล็กน้อย "แต่อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครล่ะ มันเป็นความลับสุดยอดทางบริษัทของฉัน"



“โอเค ฉันจะไม่พูด!” กัวซินหยู่พยักหน้า



แววตาของทั้งสองคนที่กำลังจ้องมองและพูดคุยกันในตอนนี้ตกอยู่ในสายตาของกัวชู ประกอบกับฉากที่เขาไม่ควรจะเห็นในตอนเช้า ทำให้เขาคาดเดาได้ว่าทั้งสองคนต่างรู้สึกดีต่อกัน



"เสี่ยวฟาง เธอเคยออกเดทกับซินหยู่แล้วหรือยัง" กัวชูถามออกไปตรงๆ



ซึ่งเมื่อได้ยินคำถามนี้ เหยาเย่ฟางที่กำลังล้างผักอยู่ก็เงี่ยหูฟังทันที ส่วนกัวจุนหยูที่นั่งอยู่ข้างๆก็แหงนมองดูใบหน้าพี่สาวของตัวเอง



“นี่พ่อพูดเรื่องอะไรออกมาเนี่ย!” กัวซินหยู่หน้าแดงทันทีเมื่อนึกถึงฉากที่น่าอับอายในตอนเช้า “เราเพิ่งจะรู้จักกันได้แค่สองสามสัปดาห์เท่านั้นเอง!”



“งั้นหรอ น่าเสียดายจังเลย” กัวชูพูดอย่างเสียใจ เขารู้ว่าฟางจือหยูเป็นคนดีมาก ทั้งในด้านอุปนิสัยและสภาพการณ์ ถ้าทั้งสองคบหากันอยู่จริงๆเขาจะรู้สึกโล่งใจมากเลย



“พ่อ!” กัวซินหยู่พูดเสียงดัง “ถ้าพ่อพูดอะไรแบบนี้อีกหนูจะโกรธจริงๆแล้วนะ”



“ฮ่าฮ่าฮ่า โอเค พ่อจะไม่พูดแล้ว!” กัวชูหัวเราะ “เสี่ยวฟาง เธอยังเรียนอยู่ใช่มั้ย ฉันได้ยินมาว่าทีมผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลฉันและห้องวอร์ดถูกจัดการโดยเธอ ครอบครัวของเธอรู้เรื่องนี้หรือเปล่า”



กัวชูอยากจะตรวจสอบเกี่ยวกับสถานการณ์ครอบครัวของฟางจือหยู ซึ่งถ้าเขาเป็นลูกของครอบครัวที่ร่ำรวยอย่างที่คาดคิดเอาไว้ เขาจะผลักดันกัวชูให้ทำการคบหากับฟางจือหยูอย่างไม่ลังเล ในฐานะพ่อ เขาอยากจะเห็นลูกของตัวเองได้อยู่อย่างสุขสบาย



“หลังปิดเทอมฤดูร้อนนี้จะเป็นปีสุดท้ายของผมในการเป็นนักศึกษาแล้ว ส่วนครอบครัวของผม…” ฟางจือหยูไม่รู้จะบอกความจริงยังไง เขาขอโทษฟางหุยและเฉาหลานเงียบๆในใจอีกครั้ง “พวกเขาจากไปกันหมดแล้วครับ...”



ใบหน้าของกัวชูเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดทันที



“พ่อแม่ของผมทิ้งทรัพย์สินมากมายและธุรกิจมากมูลค่าเอาไว้ให้ผม ดังนั้นคุณลุงไม่ต้องเป็นห่วงอะไรกับเรื่องที่ผมทำให้เลย”



"ขอโทษด้วยนะ ลุงไม่น่าถามแบบนั้นออกไปเลย "



“ไม่ต้องขอโทษหรอกครับคุณลุง ผมไม่ได้คิดมากอะไร” ฟางจือหยูชวนคุยเรื่องอื่น “ว่าแต่คุณลุงจะทำอะไรต่อไปในอนาคตหรอครับ คุณลุงมีแผนอะไรหรือเปล่า?”



คำพูดของฟางจือหยูแทงลึกเข้าไปในหัวใจของกัวชูทันที



เขาส่ายหัวด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว แม้ว่าผู้ติดต่อคนก่อนของเขาจะยังคงอยู่ แต่เขาไม่มีเงินทุนที่จะทำสัญญา เขายังต้องจ่ายค่าหนี้ในปัจจุบัน และไหนจะค่าเช่าบ้านหลังเล็กๆแห่งนี้อีก รายจ่ายต่างๆทำให้เขาไม่สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้



“อ้อ จริงสิ ซินหยู่ บริษัทของฉันจะเตรียมการทุกอย่างเสร็จสิ้นภายในสองสามวันข้างหน้า เธอเตรียมย้ายของเขาไปพักที่นั่นได้เลยนะ แน่นอนว่าสามารถพาคุณลุงกับคุณป้าและก็น้องชายของเธอไปด้วยได้เช่นกัน!”



“ฮะ?” กัวซินหยูู่ตกตะลึงทันทีที่จู่ๆฟางจือหยูก็พูดแบบนี้ออกมา



“เสี่ยวฟาง...นี่?” เหยาเย่ฟางที่กำลังนำอาหารมาเสิร์ฟได้ยินและสงสัยว่ามันคือเรื่องอะไร



“อ้าว คุณลุงกับคุณป้ายังไม่รู้หรอครับว่าซินหยู่ได้เซ็นสัญญาความร่วมมือกับหนึ่งในบริษัทของผม ตอนนี้เธอเป็นศิลปินภายใต้ชื่อบริษัทของผมเอง บริษัทได้จัดที่พักอาศัยอิสระสำหรับเธอ แต่คุณลุงกับคุณป้าไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะครับ เพราะมันเป็นสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านมากตลอดเวลา”



“ซินหยู่ นี่มันหมายความว่ายังไง” กัวชูและเหยาเย่ฟางถามพร้อมกัน พวกเขารู้ว่ากัวซินหยู่เป็นนักไลฟ์สตรีม แต่พวกเขาไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับสัญญาของเธอเลย



อย่างไรก็ตาม ตัวของกัวซินหยู่ในเวลานี้เองก็สับสนไม่แพ้กัน แม้ว่าเธอจะรู้เรื่องนี้บ้างแล้วก็ตาม แต่เธอก็ไม่เคยคุยลงลึกเกี่ยวกับเรื่องของรายละเอียดมาก่อน



“ก็อย่างที่จือหยูพูดนั่นแหละค่ะ หนูยังไม่มีโอกาสบอกพ่อกับแม่ อีกอย่างหนูก็กลัวว่าทั้งสองคนจะไม่เห็นด้วย” กัวซินหยู่พูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา



“ยัยลูกโง่ ทำไมเราถึงจะไม่เห็นด้วยล่ะ” เหยาเย่ฟางพูด “เราอาจจะคัดค้านถ้าลูกเซ็นสัญญากับบริษัทอื่น เแต่เราสามารถไว้วางใจเสี่ยวฝางได้!”



"ใช่เลย!" ในฐานะพ่อ กัวชูรู้ดีว่าความฝันของกัวชือคือการเป็นนักร้อง แต่วงการบันเทิงเป็นสถานที่ที่ซับซ้อนมากเกินไป และอันตรายต่อการถูกลวนลามหรือทำไม่ดีต่างๆนานา



แต่เขาเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความรักของฟางจือหยูเวลาที่มองไปยังลูกของตัวเอง และเขาก็ไม่มีแผนที่จะเข้าหาเธอเลย เขาเชื่อมั่นว่าฟางจือหยูเป็นคนดีและคู่ควรกับการถูกไว้ใจ



“พ่อกับแม่ไม่คัดค้านจริๆหรอ?” กัวซินหยู่ประหลาดใจ



“แน่นอน แต่ต่อจากนี้ไปลูกจะต้องตั้งใจทำงาน เสี่ยวฟางเขาช่วยครอบครัวของเราเอาไว้มาก อย่าทำให้บริษัทของเขาต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงเพราะลูกเด็ดขาด!”



“ค่ะ!” กะวซินหยู่พยักหน้าขึ้นลง แม้ว่าพ่อกับแม่จะไม่พูดแบบนี้ออกมา แต่เธอก็ตั้งใจที่จะพยายามอย่างหนักอยู่แล้ว

ตอนก่อน

จบบทที่ ปาฏิหาริย์ทางการแพทย์

ตอนถัดไป