ของขวัญ
ฝีมือของเหยาเย่ฟางค่อนข้างดี แม้ว่าในเรื่องของรสชาติจะเทียบกับฝีมือของเชฟที่บ้านเขาไม่ได้เลย แต่ในเรื่องของความอบอุ่นที่ให้ความรู้สึกเหมือนว่าได้กินข้าวกับคนในครอบครัวนั้นเหนือกว่าขาดลอย
“คุณลุง ผมจะจ่ายค่าสัญญาของซินหยู่ให้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า คุณลุงสามารถนำเงินไปชำระหนี้ได้เลย ส่วนเงินที่เหลือถ้าคุณลุงก็สามารถนำไปทำธุรกิจต่อได้ แต่ถ้าคุณลุงคิดว่าไม่ไหว ผมจะหาใครสักคนมาช่วยคุณลุงให้เอง ดังนั้นไม่ต้องกังวลนะครับ" ทุกคนพูดคุยกันเหมือนครอบครัว
“ฮ่าฮ่า ไม่เป็นไร ตราบเท่าที่มีเงินทุนลุงก็สามารถเริ่มธุกิจกับเพื่อนต่อได้ และลุงก็จะสามารถเก็บสินสอดทองหมั้นให้ซินหยูได้มากขึ้นด้วย!” กัวชูหัวเราะและรู้สึกชื่นชอบฟางจือหยูมากขึ้นเรื่อยๆ
เขาไม่มีข้อบกพร่องจากการเป็นลูกของมหาเศรษฐีเลย แถมยังเป็นคนที่มีบุคลิกที่ดีอย่างมาก ในความคิดของกัวชูและเหยายี่ฟาง พวกเขาต่างอยากจะให้ทั้งสองคนได้เป็นแฟนกันจริงๆ
“พ่อจะไม่หยุดพูดเรื่องแบบนี้อีกใช่มั้ย!” การเยาะเย้ยซ้ำแล้วซ้ำเล่าของกัวชูทำให้กัวซินหยู่เขินอาย
พวกเขาทานอาหาร พูดคุย และหัวเราะกันจนถึงสามทุ่ม ซึ่งเวลานี้ก็เป็นเวลาที่ฟางจือหยูสมควรต้องออกมา เพราะน้องชายของกัวซินหยู่นั้นมีเรียนในวันพรุ่งนี้ และเขาต้องนอนพักผ่อนให้เพียงพอ
“คุณลุง คุณป้า ผมคงต้องกลับบ้านก่อนนะครับ พวกคุณเก็บของและย้ายเข้าไปอยู่ได้ภายในสองวัน ผมจะแจ้งผู้ช่วยของผมให้ส่งคนมาช่วยพวกคุณเอง” ฟางจือหยู่ลุกขึ้นและลูบหัวของกัวจุนหยู่ “เสี่ยวหยู่ โตขึ้นนายอยากเป็นอะไรอย่างงั้นหรอ?”
“ผมอยากเป็นนักบินอวกาศ!” กัวจุนหยู่ตอบตามสิ่งที่คิด
“โอเค! ถ้านายตั้งใจเรียน พี่ชายสัญญาเลยว่าจะสร้างยานอวกาศขนาดใหญ่ให้และส่งนายไปยังจักรวาล!”
แม้ว่าประโยคนี้อาจจะหังดูเพ้อฝันสำหรับคนอื่นๆ แต่สำหรับฟางจือหยูนั้นสามารถสร้างยานอวกาศขึ้นมาได้จริงๆ แค่ความรู้ที่จัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลของเสี่ยวยี่ก็เพียงพอแล้วสำหรับเขาที่จะสร้างยานอวกาศที่สุดยอดกว่าทุกลำในโลกปัจจุบันนี้ขึ้นมา!
“ซินหยู่ ทำไมลูกไม่ไปส่งเสี่ยวฟางขึ้นรถหน่อยล่ะ” เหยาเย่ฟางขมวดคิ้ว
"ก็ได้" กัวซินหยู่ลุกขึ้นยืน "ฉันจะไปส่งคุณ!"
“โอเค!” ฟางจือหยูไม่ได้ปฏิเสธ เขาชอบเวลาที่ได้อยู่สองต่อสองกับกัวซินหยู่
หลังจากที่ทั้งสองคนเดินออกไป พ่อแม่ของกัวซินหยู่ก็หันมามองหน้าและกระซิบกันทันที
“สามี คุณคิดยังไงกับเสี่ยวฟาง?” เหยาเย่ฟางถามออกไปตรงๆ
“เฮ้อ!” กัวชูถอนหายใจและส่ายหัวไปมา
“เป็นอะไร คุณคิดว่าเขาไม่ดีอย่างงั้นหรอ?” เหยาเย่ฟางรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
“ไม่ เขาดีมากเลยล่ะ!” กัวชูพูดต่อ “ดีจนฉันคิดว่าลูกของเราไม่คู่ควร!”
“คุณพูดแบบนี้ออกมาได้ยังไงกัน ลูกของเราไม่ได้แย่ถึงขนาดนั้นสักหน่อย” เหยายี่ฟางพูดอย่างไม่พอใจ “ฉันไม่คิดว่าเสี่ยวฟางจะเป็นคนไม่ดี ฉันเห็นสายตาของเขาตอนที่มองไปยังซินหยู่ และฉันก็ยืนยันได้เลยว่าเขาชอบลูกของเราอยู่แน่นอน”
“ฉันเองก็เห็นเหมือนกัน และฉันก็เห็นด้วยว่าลูกสาวของเราแอบจูบเสี่ยวฝางเมื่อเช้านี้!” กัวชูรู้สึกละอายใจอย่างมากในตอนที่เขาเห็นลูกสาวที่เลี้ยงมานานกว่า 20 ปีทำเรื่องแบบนั้น
“เราไม่ต้องเข้าไปยุ่งเรื่องนี้หรอก ปล่อยให้พวกเขาจัดการกันเอง!”
......
ฟางจือหยูและกัวซินหยู่เดินเคียงข้างกันในตรอกมืด ซึ่งการที่ทั้งสองคนไม่พูดอะไรออกมาเลยก็ทำให้บรรยากาศอึดอัดขึ้นเล็กน้อย
“คือว่า...” ทั้งสองคนพูดออกมาพร้อมกัน
“เธอพูดก่อนสิ!” ฟางจือหยูพูด
“สำหรับเรื่องของพ่อฉัน….ขอบคุณมากนะ”
“ไม่เป็นไรหรอก มันไม่ใช่เรื่องยากลำบากอะไรเลย ว่าแต่เรื่องที่เธอจะพูดมีแค่นี้หรือไง!” ฟางจือหยูยิ้ม “ฉันคิดว่าเธอจะพูดเรื่องอื่นซะอีก!”
“นี่?” กัวซินหยู่ก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย เพราะเธอรู้ทันทีเลยว่า "เรื่องอื่น" ที่ฟางจือหยู่พูดนั้นหมายถึงอะไร
“ซินหยู่ ฉันมีของขวัญจะให้เธอ!” ฟางจือหยูหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและเลื่อนหาไฟล์
“ของขวัญอะไรอย่างงั้นหรอ?” กัวซินหยู่ถามด้วยความสงสัย
“ฉันแต่งเพลงมาให้เธอน่ะ” ฟางจือหยูพูดออกไปตรงๆ อันที่จริงแล้ว เพลงนี้ถูกแต่งขึ้นโดยเสี่ยวยี่ และด้วยความแข็งแกร่งของเขาก็ทำให้องค์ประกอบของเพลงสมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้นจนจบ
“คุณแต่งเพลงเป็นด้วย?” กัวซินหยู่มองเขาอย่างสงสัย
“นี่เธอจะดูถูกฉันหรือไง?” ฟางจือหยูพูดอย่างมั่นใจ “ฉันสอบเปียโนและไวโอลินผ่านระดับมือสมัครเล่นตั้งแต่มัธยมต้นปีที่สองเลยนะ ถ้าฉันเรียนและฝึกฝนต่อ เกรงว่าหลายรางวัลในระดับนานาชาติคงตกเป็นของฉันหมดแล้ว”
“ฉันไม่ได้ดูถูกคุณสักหน่อย!” กัวซินหยู่พูดด้วยรอยยิ้มหลังจากเห็นปฎิกิริยาของฟางจือหยู
“นี่คือเนื้อเพลง เธอลองดูได้เลย!” ฟางจือหยูเปิดไฟล์เนื้อเพลงขึ้นมา
“ฉันเรียนเอกดนตรี ฉันสามารถรู้ได้ว่าเพลงไหนเป็นเพลงที่ดี” กัวซินหยู่คว้าโทรศัพท์และกวาดสายตามองทันที
ทันใดนั้นเอง เธอก็สัมผัสได้ถึงท่วงทำนองที่ไพเราะจากเนื้อเพลง และเธอก็อดไม่ได้ที่จะฮำเนื้อร้องออกมาเบาๆ
เนื้อเพลงของเพลงนี้บรรยายเรื่องราวที่ประกอบไปด้วยความงามของวัยเยาว์ ความขมขื่นของความรักที่ซ่อนเร้น ความเจ็บปวดของการจากลา และการกลับมาพบกันใหม่ แม้วคำพูดที่งดงามจะมีไม่มากนัก แต่มันกลับสามารถถ่ายทอดทุกอารมณ์ได้อย่างลงตัว กัวซินหยู่มั่นใจเลยว่าถ้าเอาเพลงนี้ลงเน็ตจะต้องดังระเบิดอย่างแน่นอน!
“คุณเขียนเพลงนี้จริงๆหรอ?” กัวซินหยู่ไม่อยากจะเชื่อ มันเป็นเรื่องยากอย่างมากที่คนไม่มีประสบการณ์ทางอารมณ์อย่างลึกซึ้งจะสามารถเขียนเพลงแบบนี้ขึ้นมาได้ ซึ่งฟางจือหยูก็มีอายุเพียงยี่สิบต้นๆเท่านั้น เขาจะมีประสบการณ์ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมายได้ยังไง?
“จริงสิ ฉันนั่งเขียนเพลงนี้อย่างตั้งใจทั้งวันทั้งคืนเลย เนื่องจากเธอได้ตกลงมาเป็นนักร้องให้กับบริษัทของฉัน ฉันจึงอยากจะมอบบทเพลงนี้ให้เป็นของขวัญกับเธอ เธอจะต้องฝึกซ้อมร้องเพลงนี้อย่างตั้งใจ และฉันเชื่อมั่นว่าคนที่มีความสามารถสูงอย่างเธอจะต้องทำมันออกมาได้ดีอย่างแน่นอน จากนั้นเราจะไปหาสตูดิโอบันทึกเสียงดีๆด้วยกัน! "
“จริงๆแล้วคุณสามารถหาคนที่ร้องเพลงได้ดีกว่าฉัน…” กัวซินหยู่ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง
“ไม่ล่ะ! ฉันเขียนเพลงนี้มาเพื่อเธอโดยเฉพาะ และมีเพียงเธอเท่านั้นที่จะสามารถร้องเพลงนี้ได้!” ฟางจือหยูพูดอย่างจริงจัง “ถ้าเธอคิดว่าตัวเองร้องเพลงไม่ดีก็ไม่เป็นไร ฉันจะไปหาอาจารย์ฝึกสอนร้องเพลงมาช่วยเธอเอง เมื่อไหร่ที่เธอคิดว่าตัวเองสามารถทำได้แล้ว ถึงตอนนั้นเราก็ค่อยไปอัดเพลงกัน!”
“ฉันจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง!” คำพูดของฟางจือหยูทำให้กัวซินหยู่น้ำตาคลอ
“ฉันเองก็มีของขวัญจะให้คุณเหมือนกัน!” กัวซินหยูสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ซึ่งถ้าในตอนนี้มีแสงสว่างก็จะสามารถเห็นหน้าอกของเธอยกขึ้นและตกลงมาได้อย่าชัดเจน
"ของขวัญอะไรงั้นหรอ?"
“เข้ามาใกล้ๆสิ!” กัวซินหยู่พูด
ฟางจือหยูเดินเข้ามาและหยุดอยู่ตรงหน้าของเธอ "รีบๆแสดงออกมาให้ฉันดุได้แล้ว"
“จุ๊บ!” กัวซินหยู่เขย่งเท้าและจูบแก้มของฟางจือหยู จากนั้นเธอก็หันหลังและวิ่งกลับบ้านไปทันที
ฟางจือหยูสัมผัสตำแหน่งที่โดนจูบบนใบหน้าและเผยรอยยิ้มที่แสนกว้างออกมา
“โฮสต์คงจะมีความสุขมากเลยสินะ!” จู่ๆเสียงของเซียวยี่ก็ดังขึ้น
“ถ้าโฮสต์ยอมเรียกฉันว่าพ่อ ฉันจะบอกความลับบางอย่างให้คุณได้รู้!”
"เสี่ยวยี่ นี่นายเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?" รอยยิ้มบนใบหน้าของฟางจือหยูหายไปทันที ว่าแต่ความลับที่ว่านั่นคืออะไร เป็นเรื่องข้อมูลของเวย์ปั๋วหรือเปล่า?
"นายฝันไปเถอะ! ฉันมีศักดิ์ศรีมากพอ!"
“โอเค งั้นฉันจะไม่บอกคุณแล้วกันว่ากัวซินหยู่ทำอะไรกับคุณในตอนที่คุณกำลังนอนหลับอยู่เมื่อเช้านี้!”
"พ่อ!"
“ว่าไง ลูกรัก” เซียวยี่ตอบด้วยน้ำเสียงที่หยาบคาย
“ทีนี้นายจะบอกฉันได้หรือยัง” ฟางจือหยูพูดอย่างโกรธเคือง “ถ้าความลับที่นายพูดมันไม่ได้น่าอยากรู้อะไร ฉันจะยอมฆ่าตัวตายเพื่อให้นายตายไปด้วย!”
“นี่! ดูเอาเอง!” เสี่ยวยี่ฉายภาพเหตุการณ์ตอนเช้าในหัวสมองของฟางจือหยู
“นี่...เรื่องจริงงั้นหรอ?”
“พ่อย่อมไม่โกหกลูกอยู่แล้ว!”
ในตอนนี้ ฟางจือหนูไม่ได้สนใจคำพูดของเสี่ยวยี่เลย เขากำลังครุ่นคิดอย่างหนัก ไม่น่าล่ะตอนนั้นกัวซินหยู่ถึงได้ดูแปลกไป ที่แท้เธอก็แอบจูบเขาตอนที่หลับอยู่นี่เอง!
“ลูกชาย อย่าปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไป!”
"หุบปาก!"
...