เธอเป็นแม่ของคุณ
“หวังหลิน ชายหนุ่มคนนี้เป็นรุ่นน้องของคุณอย่างงั้นหรอ?” เซียงหลิงเยว่ไม่เคยคิดว่าฟางจือหยูเป็นคนที่มีตัวตนสูงส่งพอจะอยู่ร่วมกับเขาได้ ดังนั้นคำพูดของหวังหลินที่เขาได้ยินจึงมีความหมายประมาณว่าถ้าเซียงหลิงเยว่ยังคงคิดจะหาเรื่องกับฟางจือหยูต่อไป หวังหลินจะปกป้องเขาเอง
“ประธานเซียง ดูเหมือนว่าคุณจะไม่เข้าใจสินะว่าประโยคที่ฉันพูดไปเมื่อกี้มีความหมายว่ายังไง” หวังหลินสูดลมหายใจเข้าและพูดต่อ “ฉันหมายความว่าเขามีอำนาจมากพอที่จะทำลายอุตสาหกรรมธุรกิจทั้งหมดของคุณลงภายในชั่วข้ามคืน ถ้าไม่เชื่อก็ลองดูได้เลย!"
"ทำลาย" ที่หวังหลินพูดถึงในที่นี้คือการปิดล้อมเส้นทางการค้าทั้งหมดเหมือนที่ทำกับบริษัททั้งสองของเซียงโหย่ว แม้ว่าเขาจะเปิดเผยอุตสาหกรรมของตัวเองออกมาบ้างแล้ว แต่อุตสาหกรรมที่เขาเปิดเผยออกมานั้นเป็นเหมือนน้ำหยดเดียวในมหาสมุทรที่กว้างใหญ่
หากเซียงหลิงเยว่คิดจะทำอะไรกับทรัพย์สินของฟางจือหยูล่ะก็ ผลกระทบที่ตามมาจะต้องทำให้เขาปวดหัวมากอย่างแน่นอน
หวังหลินจำได้เป็นอย่างดีว่าปฏิบัติการต่อต้านพ่อของฟางจือหยูนั้นไม่ประสบความสำเร็จ และสองสามวันหลังจากนั้นหลายประเทศในยุโรป อเมริกา และประเทศอื่นๆก็ได้ประสบกับความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจขั้นรุนแรง สำหรับเรื่องนี้ หวังหลินเชื่อมาตลอดว่าจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับชายที่ทุกคนต่างขนานนามว่า "มิสเตอร์วัน"
“เขาเป็นใคร?” เซียงหลิงเยว่ไม่ใช่คนประเภทที่จะเชื่อคำพูดของใครง่ายๆ ไม่เช่นนั้นเขาคงจะไม่สามารถสร้างอาณาจักรธุรกิจของตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นมาขนาดนี้ได้
“ฉันคงบอกไม่ได้!” หวังหลินกลัวว่าตัวเองจะเดือดร้อนถ้าเปิดเผยตัวตนของฟางจือหยูออกไป
“สายตาของคุณหวังช่างเฉียบคมจริงๆ ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมคุณถึงประสบความสำเร็จในวงการอุตสาหกรรมมากมาย!” จู่ๆเสียงไพเราะของผู้หญิงก็ดังขึ้นมา ซึ่งเธอคนนั้นก็คือเจ้าของห้องสวีทหมายเลข 002 นั่นเอง “แตกต่างจากใครบางคนอย่างสิ้นเชิง!”
ทุกคนรีบจับจ้องไปยังทิศทางของเสียงที่ดังขึ้นมาทันที เพราะพวกเขาต่างไม่เคยได้ยินใครกล้าพูดจาแบบนี้กับเซียงหลิงเยว่มาก่อนเลย
เธอถือแก้วไวน์แดงและสวมชุดเดรสสีน้ำเงินเข้ม และความงามของเธอก็ทำให้ใครที่เห็นไม่สามารถละสายตาออกไปได้
“คุณหญิงฮัว” หวังหลินพูดด้วยรอยยิ้ม เขารู้แค่ว่าแซ่ของผู้หญิงคนนี้คือ ฮัว จากการที่ได้ยินราชินีแห่งอังกฤษเรียกเธอในวันงานเลี้ยง นอกเหนือจากนี้ทุกอย่างของเธอยังคงเป็นปริศนา และตัวตนของเธอก็เหมือนกับพ่อของฟางจือหยูที่ถูกรวมอยู่ในรายชื่อห้ามทำให้ขุ่นเคืองเด็ดขาดของหวังหลิน
“คุณหญิง...ฮัว…” เสียงของเซียงหลิงเยว่สั่นเทา และความกลัวก็ปรากฏขึ้นอย่างเด่นชัดในดวงตา!
แม้เซียงหลิงเยว่จะไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของคุณหญิงฮัวก็ตาม แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่รู้ถึงพลังของเธอ!
หลังจากวันงานของราชินีแห่งอังกฤษมีหลายคนทำการสืบหาเรื่องของคุณหญิงฮัวที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานและได้รับเชิญให้ร่วมรับประทานอาหารโต๊ะเดียวกัน โดยตามหลักแล้ว คนที่จะสามารถอยู่เคียงข้างกับราชินีได้จะต้องเป็นเชื้อสายราชวงศ์หรือประมุขของรัฐเพียงเท่านั้น
แต่ไม่มีใครพบข้อมูลใดๆเกี่ยวกับเธอคนนี้เลย ไม่ว่าจะบริษัทภายใต้ชื่อของเธอ หรือแม้แต่ข้อมูลในรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม เซียงหลิงเยว่เป็นข้อยกเว้น เขาไม่ยอมแพ้หลังจากที่ไม่พบข้อมมูลเหมือนกับคนอื่นๆ ตรงกันข้าม เขาทุ่มกำลังคนและทรัพยากรจำนวนมากเพื่อค้นหาข้อมูลของคุณหญิงฮัว
ซึ่งมันก็ทำให้เขารู้มาว่าเธอนั้นเป็นคนจีน แต่อาศัยอยู่ที่แอฟริกามาโดยตลอด เธอเป็นเจ้าของเหมืองทองคำมากกว่า 87% ของเหมืองเพชร และเหมืองแร่โลหะหายากต่างๆในแอฟริกา!
ต้องรู้ว่าการแข่งขันเพื่อแย่งชิงทรัพยากรแร่ในแอฟริกานั้นน่ากลัวมากๆ และความขัดแย้งแบบนองเลือดก็มักจะเกิดขึ้นแทบทุกวัน แต่นางสาวฮัวคนนี้กลับสามารถอยู่ในอันดับต้นๆของห่วงโซ่อาหารดังกล่าวได้
เมื่อทราบข่าวนี้ เซียงหลิงเยว่ก็รีบถอนกำลังหน่วยสืบสวนของเขาทั้งหมดทันที เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะสามารถอยู่เหนือชาวแอฟริกาทุกคน ผู้หญิงคนนี้จะต้องแข็งแกร่งมากอย่างแน่นอน และเป็นตัวตนที่เขาไม่ควรจะเข้าไปยุ่งด้วยแม้แต่นิดเดียว
“คุณเซียง ฉันเห็นว่าเราเป็นเพื่อนร่วมชาติกัน ฉันเลยทำเป็นไม่สนใจที่คุณส่งคนมาสืบเรื่องของฉันเมื่อสองปีก่อน” น้ำเสียงของคุณหญิงฮัวเต็มไปด้วยความเย็นชา "แต่ถ้าคุณคิดจะแตะต้องชายคนนี้ ฉันคงจะปล่อยคุณไปไม่ได้!"
“เธอรู้ว่าฉันส่งคนไปสืบ!” เซียงหลิงเยว่คิดว่าเขาลงมือทำทุกอย่างโดยไร้ที่ติแล้ว แต่กลับกลายเป็นว่าคุณหญิงฮัวรู้ว่าเขาทำอะไรลงไป
“คุณหญิงฮัว นี่เป็นเพียงการโต้เถียงของเหล่าชายหนุ่มเท่านั้น ผมจะเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยได้ยังไงกัน” เซียงหลิงเยว่ตัวเปียกโชกไปด้วยเหงื่อทันที
“เป็นการตัดสินใจที่ดี!” คุณหญิงฮัวหันหลังกลับ
“เธอเป็นใคร?” ดาราชายและดาราหญิงต่างรู้ว่าเซียงหลิงเยว่เป็นผู้มีอำนาจยิ่งใหญ่ และมีน้อยคนมากที่จะทำให้เขาเสียหน้าได้ ในสายตาของดาราทุกคน ผู้หญิงคนนี้จะต้องไม่ใช่ตัวตนธรรมดาๆ
“เธอกับพ่อของเธอนี่เหมือนกันทุกประการเลยจริงๆ!” เธอเดินผ่านฟางจือหยูและพูดออกมาเบาๆ
“คุณหญิงฮัวรู้จักพ่อของผมด้วยอย่างงั้นหรอ” ฟางจือหยูถาม
“เรารู้จักกันเป็นอย่างดีเลยล่ะ” คุณหญิงฮัวเอนตัวลง “มันคงไม่เหมาะเท่าไหร่ถ้าเธอมาเรียกฉันว่าคุณหญิงฮัว ฉันชื่อฮัวฉีหยู และเธอควรจะเรียกฉันว่าป้าฮัว!”
“ป้าฮัว?” ฟางจือหยูยิ้ม “คุณดูเหมือนคนที่มีอายุเพียงยี่สิบเจ็ดหรือยี่แปดสิบปีเท่านั้นเอง ทำไมผมถึงต้องเรียกคุณว่าป้า ให้ผมเรียกว่าพี่ฮัวจะไม่ดีกว่ามั้ย”
ฮัวฉีหยูเอนตัวลงและกระซิบข้างๆหูของฟางจือหยู “ที่จริงฉันอายุ 45 ปี!”
ใบหน้าของฟางจือหยูเปลี่ยนเป็นขาวซีดทันที และวินาทีถัดมาสมองของเขาก็นึกถึงคนสองคน ซึ่งก็คือพ่อของเขา ฟางฮุย และแม่ของเขา เฉาหาน เพราะทั้งสองคนนี้ต่างมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างจากอายุของตัวเองอย่างสิ้นเชิง เป็นไปได้มั้ยว่าป้าฮัวจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเขา?
“ดูเหมือนว่าเธอจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับฉันเลยสินะ!” ฮัวฉีหยูส่ายหัวอย่างสิ้นหวัง “ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่าถ้าประสบปัญหาอะไรในอนาคตเธอสามารถมาขอให้ฉันช่วยได้เลย เด็กหญิงตัวเล็กๆที่ชื่อจ้วงหยิงข้างหลังของเธอรู้วิธีติดต่อกับฉันเป็นอย่างดี”
หลังจากพูดจบ ฮัวฉีหยูก็หันศีรษะและเดินจากไป
“เสี่ยวยี่ ผู้หญิงที่ชื่อฮัวฉีหยู… เป็นเมียน้อยของพ่อ…”
“ยินดีด้วยโฮสต์ คุณเดาถูก เธอเป็นแม่คนที่สองของคุณ!”
“ไอ้พ่อบ้า!” ฟางจือหยูสับสนและโกรธเคือง “ถึงพ่อจะเป็นคนงี่เง่า แต่ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะเป็นคนแบบนี้”
“ไม่มีอะไรให้ต้องแปลกใจเลยโฮสต์ และนอกจากเธอคนนี้แล้วคุณยังมีแม่อยู่อีกสามคน หนึ่งในนั้นรับผิดชอบน้ำมันโลกและเศรษฐกิจพลังงานอื่นๆ อีกคนหนึ่งอยู่ในการควบคุมเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุด และอีกคนหนึ่งทำหน้าที่ควบคุมองค์กรที่ใหญ่ที่สุดในโลก อำนาจของพวกเธอสามารถช่วยเหลือคุณได้ทุกเมื่อ!”
“ฉันยังมีแม่อีกสามคน…”
“ฮ่าฮ่าฮ่า...” เสียงหัวเราะของเสี่ยวยี่ดังก้องอยู่ในหัวของฟางจือหยู