ไม่ต่อรองแม้แต่หยวนเดียว

“นี่...นี่เป็นเรื่องจริง! เป็นไปได้ยังไง!” หูหยีเหยามองใบหน้าที่เด็กลงของตัวเองในกระจกด้วยความตื่นเต้น และน้ำตาของเขาก็ค่อยๆไหลรินออกมา



รอยแผลเป็นที่หลงเหลือจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เลือนลางและจางหายไป และสภาพผิวกายของเขาในตอนนี้ก็ผ่องใสเหมือนกับสมัยที่ยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย



ที่สำคัญไปกว่านั้นคือหูหยีเหยารู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในร่างกายของตัวเองอย่างชัดเจน เนื่องจากขาดการพักผ่อนและออกกำลังกายมาเป็นเวลานาน เขาจึงต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการปวดหัวไมเกรนและภาวะทับซ้อนอื่นๆอีกมากมายมาโดยตลอด แต่ตอนนี้ความรู้สึกเหล่านั้นได้หายไปหมดแล้ว มันหายไปอย่างสมบูรณ์!



ก่อนหน้านี้หูหยีเหยาลังเลอยู่นานกว่าเขาจะนำยาเม็ดรูปลักษณ์ประหลาดใส่เข้าไปในปากตัวเองดีหรือไม่ แต่กลับกลายเป็นว่าเขาคิดถูก!



ความมั่นใจในตนเองและเสน่ห์ในวัยหนุ่มของเขาได้กลับมาอีกครั้ง ประกอบกับประสบการณ์ที่ทำอาชีพนักแสดงมาอย่างยาวนาน หูหยีเหยาจึงมั่นใจอย่างมากว่าเขาสามารถเล่นบทบาทใดๆก็ได้ให้ออกมาดี



หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและกดหมายเลขของหวังฉงทันที: "สวัสดีคุณหวัง ฉันพร้อมที่จะให้คำตอบเรื่องรับบทนักแสดงกับคุณแล้ว..."



......



ด้วยการแทรกแซงของฮัวฉีหยู เรื่องของครอบครัวเซียงจึงได้จบลงไปแต่โดยดี และพวกเขาก็ไม่มีความคิดที่จะเข้ามารบกวนฟางจือหยูอีกเลย



ฮัวฉีหยูนั่งอยู่คนเดียวในมุมมืดและดื่มไวน์ด้วยท่าทางที่แสนจะสง่างาม พลางกับจ้องมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวและคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ



“ใครโทรมาอย่างงั้นหรอ?” ฟางจือหยูสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของหวังฉง



"หูยีเหยา... เขาบอกว่าเขาตกลงที่จะร่วมงานกับเรา" เมื่อนึกถึงข้อตกลงเดิมพันที่ผู้แพ้จะต้องใส่ชุดสตรีและร้องเพลงพิชิตชนะในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง หวังฉงก็รู้สึกเหมือนกับว่ากำลังยืนอยู่ปากเหวลึก เขาไม่มีทางที่จะทำเรื่องแบบนี้แน่นอน แต่ถ้าเขาไม่ทำฟางจือหยูก็จะโพสต์ประจานเขาลงบนอินเทอร์เน็ต และความอับอายในครั้งนี้ก็คงจะติดตัวเขาไปตลอดกาล



ฟางจือหยูไม่ได้ตกใจเกี่ยวกับผลลัพที่ออกมาเลย แต่เขาแค่ไม่คาดคิดว่าหูหยีเหยาจะกินยาและตอบตกลงภายในไม่กี่ชั่วโมงให้หลัง เดิมทีเขาคิดว่าหูหยีเหยาจะลังเลสักหนึ่งหรือสองคืน แต่กลับกลายเป็นว่าเขากินมันเข้าไปทันทีหลังจากที่กลับไป สิ่งนี้บ่งบอกได้อย่างชัดเจนเลยว่าเขาทุ่มเทกับการเป็นนักแสดงมากเพียงใด



“นายรู้อยู่แล้วหรอว่าเขาจะโทรมาหาฉัน” เมื่อมองดูท่าทางสงบของฟางจือหยู หวังฉงก็รู้สึกว่ามันจะต้องมีเงื่อนงำอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ และเชื่อว่าในตอนนั้นเขาจะต้องพูดอะไรที่สำคัญมากๆให้หูหยีเหยาฟังอย่างแน่นอน



“ไร้สาระ ฉันจะไปรู้ได้ยังไง ถ้าฉันรู้จริงๆฉันคงจะเดิมพันอะไรที่มันยิ่งใหญ่กว่านี้แล้วมั้ย?” ฟางจือหยูพูด “หวังฉง ฉันรอดูนายตอนใส่ชุดสตรีอยู่นะ ฮ่าฮ่าฮ่า!”



“ฉันขอยกเลิกการเดิมพันครั้งนี้ได้หรือเปล่า?” หวังฉงถามอย่างขมขื่น



"ได้ แต่นายจะต้องนั่งกลับหัวกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้หมดโดยห้ามเหลือน้ำซุปแม้แต่หยดเดียว!"



“นายมันโหดเหี้ยม!” หวังฉงชูนิ้วกลางให้ฟางจือหยู



เซียงหลิงเยว่กำลังกล่าวสุนทรพจน์เปิดงานบนเวที แต่เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าเขาไม่ค่อยจะมีสมาธิอยู่กับตัว ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆฟางจือหยูและฮัวฉีหยูเป็นครั้งคราว

คนจากสามบริษัทบันเทิงรายใหญ่และบริษัทบันเทิงอื่นๆเริ่มถามถึงที่มาของฟางจือหยูและฮัวฉีหยู แม้ว่าอีกฝ่ายจะดูไม่ค่อยมีอะไร แต่การแสดงออกของเซียงหลิงเยว่ได้อธิบายถึงสถานภาพของพวกเขาอย่างชัดเจน!



หลังจากเสร็จสิ้นการกล่าวสุนทรพจน์ งานเลี้ยงอาหารค่ำก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม เซียงหลิงเยว่และลูกชายของเขานั้นต่างไม่มีอารมณ์ที่จะอยู่ที่นี่อีกต่อไป ตรงกันข้าม ประธานของบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่อีก 2 แห่งได้เดินเข้ามาพูดคุยกับฟางจือหยูอย่างเป็นกันเอง



เมื่อผ่านไปครึ่งทางของงานเลี้ยงอาหารค่ำ กระเป๋ากางเกงของฟางจือหยูก็เต็มไปด้วยกระดาษข้อความของเหล่าดาราหญิง และตราบใดที่เขาต้องการไป พวกเธอก็จะเปิดห้องต้อนรับเขาทันที



“ไร้สาระจริงๆเลย” ฟางจือหยูหยิบกระดาษทั้งหมดในกระเป๋าของเขาออกมาและโยนลงในถังขยะ



“นายนี่เด็กน้อยจริงๆ!” หวังฉงส่ายหัวอย่างเสียใจเมื่อเห็นฉากนี้ “จือหยู หรือว่านายจะทำเรื่องแบบนั้นไม่เป็น?”



“ดูท่านายคงจะอยากร้องเพลงในชุดสตรีมากเลยสินะ หวังฉง” ฟางจือหยูมองเขาด้วยสายตาคุกคาม



“ไม่เอา เมื่อกี้ฉันล้อเล่น!” หวังฉงยอมแพ้ทันที “จริงสิ ฉันมีนัดคุยกับนักแสดงที่เราคัดเลือกเอาไว้ตอนสี่ทุ่ม นายสนใจจะไปด้วยกันหรือเปล่า"



“โอเค!” ฟางจือหยูตอบกลับทันที



หลังจากกินอิ่ม ฟางจือหยูกับหวังฉงก็เดินมายังห้องประชุมในโรงแรมและพบว่ามีคนกำลังนั่งรอพวกเขาอยู่หลายคน



“นั่นหลินโลฮานใช่หรือเปล่า?” ดวงตาของฟางจือหยูถูกดึงดูดโดยนักแสดงในชุดสีดำ



เขาจำได้ว่าตอนที่หลินโลฮานและหูหยีเหยาเล่นหนังเรื่องแรกด้วยกันทั้งสองต่างมีอายุเพียงแค่สิบเจ็ดปี และตอนนี้เวลาก็ผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว แต่รูปลักษณ์ของเธอยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปจากตอนนั้นเลย



“ใช่” หวังฉงพูดด้วยเสียงต่ำ “ส่วนคนที่อยู่ข้างหลังคือผู้ช่วยของเธอ เธอได้ฉายาว่านักปล้นเงินแห่งวงการ เป็นผู้หญิงที่ทำให้ผู้ร่วมงานทุกคนต้องหนักใจทุกครั้งที่ทำการตกลงค่าสัญญากับเธอ!”



“คุณฟาง!” หูหยีเหยาเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม



“ดูเหมือนว่าคุณหูจะพอใจกับของที่ผมให้ไปมากเลยนะ” ฟางจือหยูกระซิบ “อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกกับใครล่ะ”



นอกจากหูหยีเหยาและหลินโลฮานแล้ว ในห้องประชุมยังมีคนอื่นๆอยู่อีก 5- 6 คน



“ขอบคุณที่สละเวลามาพูดคุยกับเรา” หวังฉงพูด “ฉันได้บอกจุดประสงค์ของการพูดคุยในครั้งนี้กับผู้ช่วยของทุกคนไปแล้ว หากใครมีคำถามหรือคำขอใดๆสามารถพูดได้เลย"



“ฉันมีคำถาม!” เด็กสาวยกมือขึ้น เธอชื่อ โจวเหมิงหนาน เป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กน่ารัก และเป็นคนที่จะมารับบทเป็นเสี่ยวหยีเซียน



“เชิญพูดได้เลย!” หวังฉงยิ้มและเต็มไปด้วยความมั่นใจ เพราะเขาได้เตรียมคำตอบเอาไว้สำหรับคำถามแปลกๆทั้งหมดแล้ว



“ตอนนี้งานภาพยนตร์ธีมแฟนตาซีของจีนมีชื่อเสียงที่ไม่ดีมาโดยตลอด ฉันจึงอยากรู้ว่าทำไมคุณหวังถึงยังใช้เงินลงทุนมหาศาลเพื่อถ่ายทำผลงานชิ้นนี้ทั้งๆที่ไม่มีอะไรรับประกันว่าจะประสบความสำเร็จ?”

“เป็นคำถามที่ดี” หวังฉงคิดคำตอบสำหรับคำถามนี้มาแล้ว “อย่างแรกเลยคือฉันชอบพล็อตของนิยายเรื่องนี้มาก และอย่างที่สองคือฉันอยากทำให้ภาพยนตร์แฟนตาซีของจีนได้เป็นที่จดจำของทุกคน ฉันได้นำทีมฮอลลีวูด ทีมเทคนิคพิเศษ และผู้กำกับเจียงเฉามาร่วมงานเรียบร้อยแล้ว และฉันมั่นใจมากว่างานของเราจะต้องออกมาดีอย่างแน่นอน "



“คุณหวังไม่กลัวขาดทุนเลยหรอ?” หลี่ซีฉีพูดออกมาอย่างนุ่มนวล น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยพลังแห่งการดึงดูด และไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง หน้าตา หรือนิสัย ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับเธอทั้งหมดราวกับว่าถูกสร้างขึ้นมาให้แสดงบทบาทของเมดูซ่าโดยเฉพาะ “เท่าที่ฉันรู้รายละเอียดมา เหมือนว่าคุณจะต้องใช้เงินลงทุนกับโปรเจ็กต์นี้ไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันล้านหยวน"



“หนึ่งพันล้านบาทหยวน?” หวังฉงยิ้มในใจและอยากจะพูดจำนวนที่แท้จริงออกมา



แต่ตอนที่พูดคุยกันครั้งก่อนฟางจือหยูได้กำชับเอาไว้ว่าอย่าเพิ่งประกาศออกไป "ตอนแรกฉันก็กังวลอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ฉันมีคู่หูแล้ว และคู่หูของฉันก็รวยมากซะด้วย ดังนั้นถึงจะขาดทุนฉันก็คงไม่สนใจอะไร"



“ฉันเองก็ไม่สนใจเหมือนกันว่าหนังจะประสบความสำเร็จหรือว่าขาดทุน ฉันสนใจแต่เรื่องค่าตัวของนักแสดง” ผู้ช่วยหลินโลฮานพูด



“เอาล่ะ งั้นเรามาพูดถึงเรื่องสัญญากันดีกว่า” ฟางจือหยูพูด “คุณเสนอราคามากันได้ลย แน่นอนว่าผมจะไม่ต่อรองพวกคุณแม้แต่หยวนเดียว!”

ตอนก่อน

จบบทที่ ไม่ต่อรองแม้แต่หยวนเดียว

ตอนถัดไป