พื้นที่ทั่วโลก

การเสนอเงินจำนวนมหาศาลทำให้เรื่องทุกอย่างราบรื่นไปได้ด้วยดี นักแสดงทุกคนต่างตกลงร่วมมือ และวันรุ่งขึ้นเรื่องของสัญญาก็ถูกจัดการโดยหวังฉง ส่วนบทก็ถูกเขียนขึ้นและแจกจ่ายในเวลาต่อมา



เพื่อตอบสนองคนดู ฟางจือหยูจึงได้เลือกแฟนๆบางส่วนของนิยายมาร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเนื้อเรื่องและบทบาทให้ออกมาน่าพอใจ



แม้ว่าทุกอย่างจะเป็นไปได้ด้วยดี แต่สถานการณ์ของสตูดิโอถ่ายทำภาพยนตร์ยังคงเต็มไปด้วยปัญหามากมาย



ทวีปโต้วฉีในนิยายต้นฉบับนั้นกว้างใหญ่ไพศาลมาก หากพวกเขาต้องการสร้างออกมาตามมาตราส่วนแบบหนึ่งต่อหนึ่ง เกรงว่าแม้แต่จักรวรรดิจามาก็คงจะสร้างไม่ได้ ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงปรับขนาดทวีปโต้วฉีลงมานิดหน่อย



อย่างไรก็ตาม สิ่งต่างๆไม่ได้เรียบง่ายขนาดนั้น เพราะในขณะนี้ประเทศจีนกำลังอยู่ในช่วงที่มีประชากรเพิ่มขึ้น ทำให้นอกเหนือจากภาคตะวันตกแล้วไม่มีที่ไหนอีกเลยที่จะมีที่ดินผืนใหญ่พอที่เหมาะแก่การก่อสร้าง แต่ถ้าหากต้องสร้างสตูดิโอขึ้นที่ภาคตะวันตกล่ะก็คงจะมีปัญหาใหญ่ตามมาอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะการขนส่งไม่สะดวก หรือหาซื้อวัสดุยาก และอีกหลายๆอย่าง



แม้ว่าฟางจือหยูจะสามารถก่อตั้งสตูดิโอขึ้นที่ภาคตะวันออกโดยไม่มีปัญหาเรื่องของเงินก็ตาม แต่มันก็ยังมีผลกระทบต่อเรื่องของเวลาอยู่ดี ซึ่งหวังฉงก็เครียดกับเรื่องนี้จนถึงขั้นผมร่วง



ในความเป็นจริง รัฐบาลสนับสนุนโครงการนี้อย่างยิ่ง ประการแรก โครงการนี้จะช่วยเพิ่มตำแหน่งงานให้ผู้คนอีกมากมาย และประการที่สองคือมันสามารถช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ แต่ปัญหาเดียวคือไม่มีที่ที่เหมาะสมสำหรับพวกเขาอยู่เลย



หลังจากเล่นอย่างมีความสุขในซานย่าได้สามวัน ฟางจือหยูก็เตรียมตัวกลับไปที่เมืองเจียงหนาน โดยตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นตัวเขารู้สึกคิดถึงกัวซินหยู่อย่างบอกไม่ถูก แม้ว่าจะส่งข้อความหากันอยู่เรื่อยๆก็ตาม แต่คงไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้คุยแบบเห็นหน้ากัน

หลังจากกลับมาถึงที่เมืองเจียงหนาน ฟางจือหยูก็ได้รับข่าวร้ายทันที



“จือหยู เรามีปัญหาเรื่องสถานที่!” น้ำเสียงของหวังฉงนั้นเคร่งขรึมอย่างมาก



ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ราคาบ้านสูงขึ้นทุกหนทุกแห่ง และเพื่อให้ที่อยู่อาศัยมีราคาไม่แพงสำหรับราษฎร ทางรัฐบาลจึงจำเป็นต้องลดราคาบ้านผ่านมาตรการทางการตลาดบางประการ โดยมีแผนจะใช้ที่ดินจำนวนมากเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยเชิงพาณิชย์ ทำให้ตอนนี้แทบจะไม่มีที่ดินเปล่าเหลืออยู่เลย



"นี่มันลำบากจริงๆ..." การย้ายสถานที่ก่อสร้างไปยังภาคตะวันตกไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่มันไม่ใช่ทางออกที่ดีสักเท่าไหร่ เพราะเมืองในภาคตะวันตกส่วนใหญ่ล้วนแต่ยังไม่พัฒนา และเกรงว่าอาจจะส่งผลให้ระยะเวลาก่อสร้างขยายออกไปอีกครึ่งถึงหนึ่งปี



“โฮสต์ คุณไม่จำเป็นต้องสร้างสตูดิโอภาพยนตร์ขึ้นในพื้นที่ประเทศจีนก็ได้นะ!” เซียวยี่ดูเหมือนจะมีความคิดบางอย่าง



“หมายความว่ายังไง ฉันต้องไปสร้างสตูดิโอภาพยนตร์ที่ประเทศอื่นอย่างงั้นหรอ?”



"ถูกต้อง! นั่นคือสิ่งที่ฉันหมายถึง!"



“นี่นายบ้าหรือเปล่า” ฟางจือหยูคิดว่าเสี่ยวยี่ล้อเล่น “ประเทศอื่นเขาจะยอมยกดินแดนของตัวเองให้ชาวต่างชาติง่ายๆได้ยังไง?”



“นั่นมันในกรณีที่คุณไม่มีที่ดินอยู่ในครอบครอง แต่ถ้าคุณมีอยู่แล้วล่ะ?” เสี่ยวยี่ฉายแผนที่โลกออกมา ซึ่งเป็นแผนที่ที่แตกต่างจากแผนที่โลกทั่วไป โดยในแผนที่นั้นจะมีจุดสีแดงเล็กๆปรากฏอยู่เต็มไปหมด



“นี่อะไร? มีสมบัติอยู่ในจุดสีแดงอย่างงั้นหรอ?”

“ไม่! จุดสีแดงเหล่านี้เป็นพื้นที่ของคุณทั้งหมด!” ประโยคที่เสี่ยวยี่พูดออกมาทำให้ฟางจือหยูต้องอ้าปากค้าง “บรรพบุรุษของคุณมีที่ดินอยู่เกือบทุกประเทศในโลกโดยการนำมาด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การจัดการธุรกิจและการค้า!”



“โฮสต์อาจจะไม่รู้ แต่การที่โฮสต์ถือครองดินแดนเหล่านี้อยู่ทำให้คุณได้รับภาษีจำนวนมหาศาลทุกปีจากประเทศต่างๆทั่วโลก!”



“นี่เรื่องจริงใช่มั้ย?” ฟางจือหยูเหลือบมองประเทศเพื่อนบ้านของตัวเอง และพบว่าสาธารณรัฐเกาหลีที่ ญี่ปุ่น ซาอุดีอาระเบีย และประเทศอื่นๆเกือบทั้งหมดล้วนต่างมีจุดสีแดง!



ไม่เพียงแต่ประเทศในแถบเอเชียเท่านั้น แต่ยุโรป อเมริกา แอฟริกา โอเชียเนียก็มีจุดสีแดงเต็มไปหมดเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือโอเชียเนีย เขามีพื้นที่เกือบเท่าหนึ่งมณฑลในจีน



“นั่นเป็นหนึ่งในฟาร์มปศุสัตว์ของคุณ ครอบคลุมเกือบ 1/50 ของทั้งประเทศออสเตรเลีย!”



“โอ้พระเจ้า นี่มันเกินจริงไปหรือเปล่า” ฟางจือหยูมองจุดสีแดงด้วยดวงตาที่ไม่อยากจะเชื่อ นี่เขายังมีอุตสาหกรรมอยู่ในโลกอีกกี่แห่งกันแน่?



"โฮสต์สามารถเลือกสถานที่ที่เหมาะสมได้ตามใจชอบเลย แต่ในกรณีที่เกี่ยวกับภาพยนตร์ ฉันคิดประเทศญี่ปุ่นน่าจะเหมาะมากที่สุด แม้ว่าสาธารณรัฐเกาหลีจะอยู่ใกล้กว่า แต่อุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบันนั้นพัฒนาขึ้นมาก และคุณสามารถใช้ทรัพยากรของที่นั่นเพื่อช่วยในการเร่งการสร้างสตูดิโอให้เสร็จแต่โดยเร็วได้"



ฟางจือหยูมองดูและพบว่าเขามีที่ดินส่วนตัวอยู่ในฮอกไกโด โดยมีพื้นที่รวมเกือบ 8,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งคิดเป็นเกือบหนึ่งในสิบจากทั้งหมดของฮอกไกโด



“โอเค งั้นตามนั้นเลย ฉันจะก่อตั้งสตูดิโอภาพยนตร์ขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น!” ฟางจือหยูเต็มไปด้วยความตื่นเต้น



“เราสามารถสร้างสนามบินที่นั่นได้หรือเปล่า ฉันขี้เกียจต้องไปทำเรื่องขอหนังสือเดินทางกับวีซ่า มันยุ่งยากเกินไป”



“ก่อนจะพูดถึงเรื่องนั้น ฉันเกรงว่าโฮสตร์คงจะต้องรู้อะไรสักอย่างก่อน แม้ว่าสัญญาที่ดินจะเป็นชื่อของคุณ แต่มันไม่ง่ายเลยที่จะได้ที่ดินของตัวเองกลับคืนมา!"



“กะไว้แล้วเชียว!” ฟางจือหยูพยักหน้า เพราะถ้าเขาเป็นคนของประเทศญี่ปุ่น เขาก็คงไม่มีวันยอมยกดินแดนนี้ให้ต่างชาติง่ายๆอย่างแน่นอน “ถ้าอย่างนั้นฉันต้องทำยังไง และมันจะเกิดผลกระทบระหว่างสองประเทศหรือเปล่า?”



“ฮ่าฮ่าฮ่า อย่ากังวลไปเลยโฮสต์ ไม่มีประเทศใดที่สามารถขัดคำสั่งของคุณได้ทั้งสิ้น” เสี่ยวยี่พูด “ทรัพยากรของคุณสามารถทำให้เศรษฐกิจในประเทศญี่ปุ่นเข้าสู่สภาวะล้มเหลวได้เพียงแค่วันเดียว แน่นอนว่าพวกเขาคงไม่ทำเรื่องไร้ความคิดแบบนั้น"



“อีกอย่างชื่อเสียงของครอบครัวฟางก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศจีนด้วย”



“นายหมายความว่ายังไง?” ฟางจือหยูแปลกใจ



“คุณไม่สงสัยเลยหรอว่าทำไมครอบครัวฟางจึงแข็งแกร่งถึงขั้นสามารถทำให้โลกทั้งใบเกิดความวุ่นวายได้?”



“เอ่อ…” ฟางจือหยูงงเล็กน้อยกับสิ่งที่เสี่ยวยี่พูด



“ฉันจะเล่าให้ฟัง ในอดีตกาล ด้วยเหตุผลบางอย่าง บรรพบุรุษของคุณจึงได้ทำให้โลกเกิดความวุ่นวายทางการเงิน เขาทำลายเศรษฐกิจของประเทศที่มีความขัดแย้งไปกว่าครึ่ง และประเทศญี่ปุ่นก็เป็นหนึ่งในนั้น อาชญากรสงครามจำนวนมากถูกกวาดล้าง และแม้แต่พระราชวังของจักรพรรดิก็ถูกทำลาย เพื่อเป็นการขอให้บรรพบุรุษไว้ชีวิต จักรพรรดิแห่งดินแดนอาทิตย์อุทัยจึงได้ยกที่ดินผืนนั้นให้กับครอบครัวฟางอย่างถาวร!”



“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! เป็นอย่างนี้นนี่เอง บรรพบุรุษของฉันนี่สุดยอดจริงๆ” ฟางจือหยูหัวเราะอย่างมีความสุข



“ดังนั้นการปรากฏตัวของโฮสต์จึงอาจจะทำให้ผู้คนที่นั่นหวาดกลัวจนถึงตายได้ อีกอย่างก็มีเมืองสร้างขึ้นบนพื้นที่แห่งนั้นแล้ว มันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เราจะจัดการกับปัญหาเหล่านี้”



“จะไปยากอะไร เราก็แค่ให้เขาย้ายออกไปเท่านั้นเอง” ใบหน้าของฟางจือหยูปรากฏรอยยิ้มที่ชั่วร้าย

ตอนก่อน

จบบทที่ พื้นที่ทั่วโลก

ตอนถัดไป