ฉันแค่ล้อเล่น
ห้องปฏิบัติการทางวิศวกรรมชีวภาพที่สำคัญของฉีตงนั้นสว่างไสวอยู่ตลอดทั้งคืน
ในวิธีการก่อนหน้านี้ที่ทำการทดลอง แม้ตัวพืชจะมีความสามารถในการทำให้ดินโดยรอบแข็งตัวหลังจากการดัดแปลงพันธุกรรม แต่พลังชีวิตของพืชนั้นลดลงอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ และอัตราการการเจริญเติบโตก็ช้าอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม หลังจากทำการจำลองลองตามวิธีที่ได้รับมาผ่านทางอีเมล พวกเขาต่างพบว่าวงจรการเจริญเติบโตของพืชนั้นเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และพลังชีวิตของพืชก็ดีกว่าการทดลองครั้งก่อนหลายเท่าตัว เหลือเพียงแค่ลองนำไปทดสอบจริง .
แต่ฉีตงยังไม่สามารถทำแบบนั้นได้ เพราะคนที่ส่งอีเมลนี้มาหาเขาไม่ได้บอกถึงวิธีการดัดแปลงพันธุกรรมยีนของพืชเอาไว้ อย่างไรก็ตาม เขารู้ดีว่าคนคนนี้จะต้องติดต่อมาหาเขาอีกอย่างแน่นอน และบางทีอีกฝ่ายอาจจะอยากขอความร่วมมือบางอย่างจากเขาถึงได้ส่งงานวิจัยของตัวเองมาให้เขาดู
ในตอนบ่ายของวันถัดไป โทรศัพท์ส่วนตัวของฉีตงก็ดังขึ้น ด้วยความช่วยเหลือของเสี่ยวยี่ บัญชีและข้อมูลของฟางจือหยูทั้งหมดจึงถูกปิดกั้นเอาไว้ เป็นผลให้ฉีตงไม่สามารถเห็นข้อมูลใดๆเกี่ยวกับเขาเลย
“สวัสดี ศาสตราจารย์ฉี! คุณเห็นอีเมลที่ผมส่งไปให้คุณเมื่อวานแล้วหรือยัง” เนื่องจากอีกฝ่ายหนึ่งเป็นคนที่อุทิศชีวิตส่วนใหญ่ให้กับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาประเทศ น้ำเสียงของฟางจือหยูที่ใช้พูดกับเขาจึงเต็มไปด้วยความเคารพและความสุภาพ
“เด็กมาก!” ฉีตงแปลกใจ เดิมทีเขาคิดเอาไว้ว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นนักวิชาการที่มีอายุใกล้เคียงกับตัวเขาเองหรือต่ำกว่าไม่กี่ปี เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าอีกฝ่ายจะเป็นชายหนุ่มแบบนี้
“ฉันได้รับแล้ว และฉันก็ได้ทำการจำลองแล้วด้วย การดัดแปลงพันธุกรรมที่คุณส่งมาสามารถปรับเปลี่ยนพืชให้อยู่ท่ามกลางทะเลทรายได้จริง และมันยังไม่ส่งผลกระทบต่อลักษณะดั้งเดิมของพืชแม้แต่นิดเดียว ผลงานของคุณสมบูรณ์แบบมาก!” ฉีตงพูดด้วยความตื่นเต้น
“แต่วิธีการดัดแปลงพันธุกรรมพืชนี้เป็นไปได้จริงอย่างงั้นหรอ เพราะเท่าที่ฉันรู้มาไม่มีสถาบันใดในโลกใช้วิธีนี้กันเลย!”
"จริงแท้แน่นอน ผมได้ทำการวิจัยเทคโนโลยีการดัดแปลงพันธุกรรมพืชทางชีวภาพมาเป็นอย่างดี และตอนนี้เทคโนโลยีนั้นก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว"
ฉีตงหยุดชะงักทันทีหลังจากได้ยินประโยคนี้ อีกฝ่ายบอกว่าใช้ได้ผล หมายความว่าเขาลองนำไปทดลองแล้วใช่มั้ย?
“ศาสตราจารย์ฉี ผมติดต่อมาหาคุณเพราะอยากจะหารือเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างเรา” ฟางจือหยูพูดจุดประสงค์ที่แท้จริงของเขา
“ความร่วมมือ?” ฉีตงแปลกใจ เพราะถ้าเทคโนโลยีนี้สำเร็จแล้วจริงๆ เขาสามารถใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อขอสิทธิบัตรต่างๆ หรือแม้แต่ขายให้กับทางประเทศได้ และผลงานของเขาก็เพียงพอที่จะถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาชีววิทยา!
“ไม่ทราบว่าวันนี้ศาสตราจารย์ฉีมีเวลาว่างหรือเปล่า ผมอยากจะไปหาคุณ!”
“ว่าง!” ฉีตงตอบกลับในทันที เขาแทบรอไม่ไหวที่จะเจอกับคนที่ทำเรื่องสุดยอดแบบนี้ ความร่วมมือสำหรับเขาเป็นเพียงเรื่องรองเท่านั้น ตัวเขาอยากจะใช้โอกาสนี้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องชีววิทยา และหากระดับความรู้ของอีกฝ่ายสูงกว่าเขา เขาก็เต็มใจที่จะเรียนรู้อย่างถ่อมตน
“ฉันอาศัยอยู่ที่วิลล่าหมายเลข 8 ในชุมชนสถาบันการศึกษาตรงสี่แยกของถนนซูหลินหมายเลข 3 มหาวิทยาลัยไม่เหมาะสำหรับเราที่จะพูดคุยเรื่องนี้ ถ้ามันทำให้คุณไม่สะดวก ฉันจะส่งคนไปรับคุณเอง ” ฉีตงรู้ว่าเรื่องนี้มันอันตรายเกินไปที่จะพูดคุยกันในที่สาธารณะ
“ไม่เป็นไร มันไม่ได้อยู่ไกลจากมหาวิทยาลัยเจียงหนานสักเท่าไหร่ เดี๋ยวผมไปที่นั่นเอง”
“เดี๋ยวก่อน คุณเป็นคนในมหาวิทยาลัยเจียงหนานอย่างงั้นหรอ” ฉีตงแปลกใจ เพราะตัวเขานั้นเป็นคนที่มีฝีมือและคุมทีมวิศวกรรมชีวภาพที่ดีที่สุดในมหาวิทยาลัยเจียงหนาน กลับกลายเป็นว่าผลงานวิจัยชิ้นนี้ถูกพัฒนาจนสำเร็จโดยกลุ่มนักวิจัยเล็กๆในมหาวิทยาลัยเจียงหนานอย่างงั้นหรอ?
ไม่ใช่ว่าเขาดูถูกกลุ่มวิจัยอื่นๆ แต่การดัดแปลงพันธุกรรมพืชไม่ใช่สิ่งที่ใครจะสามารถทำได้
“ใช่แล้ว ศาสตราจารย์ฉี คุณไม่จำเป็นต้องสุภาพกับผมหรอก ผมเป็นแค่นักศึกษา มันรู้สึกแปลกๆน่ะครับที่ต้องถูกคนระดับคุณพูดจาสุภาพด้วยแบบนั้น” ฟางจือหยูพูดต่อ “คุณสะดวกหรือเปล่าถ้าผมจะไปหาในตอนบ่าย?"
“นักศึกษา?” ฉีตงประหลาดใจมากขึ้นกว่าเดิม ชายหนุ่มคนนี้เริ่มค้นคว้าตั้งแต่ออกมาจากท้องแม่เลยหรือไง?
“ได้เลย ฉันจะรีบกลับบ้านและรอการมาถึงของคุณ!” ฉีตงเก็บของบนโต๊ะใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว นักศึกษาทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างทำงานกับเขามาอย่างยาวนาน และทุกคนต่างก็รู้ดีว่าศาสตราจารย์ของตัวเองเป็นคนที่สงบนิ่งได้แม้กระทั่งตอนไปเข้าร่วมการประชุมแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ
“วันนี้พอแค่นี้ ทุกคนกลับไปพักผ่อนได้เลย” ฉีตงพูดและรีบเดินจากไป
ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ก็ทำให้นักศึกษาปริญญาเอกและปริญญาโทในกลุ่มวิจัยอดไม่ได้ที่จะหันมามองหน้ากัน เพราะศาสตราจารย์ฉีตงไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน และโดยปกติแล้วพวกเขาก็ไม่เคยมีวันหยุดแม้แต่วันเดียว เป็นไปได้มั้ยว่างานวิจัยในครั้งนี้คลืบหน้าอย่างก้าวกระโดด?
ชุมชนสถาบันการศึกษาเป็นที่อยู่อาศัยในเครือของมหาวิทยาลัยเจียงหนาน และอาจารย์กับนักวิชาการส่วนใหญ่ต่างก็อาศัยอยู่ที่นี่ทั้งนั้น
ในชุมชนนี้ ชายชราหรือหญิงแก่ที่เดินไปมาล้วนแต่เป็นนักวิชาการที่ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ และพวกเขาต่างก็เป็นบุคคลที่ได้รับขนานนามว่าหัวสมองของประเทศ
ในฐานะนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเจียงหนาน ฟางจือหยูจึงสามารถผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยที่เข้มงวดของเจ้าหน้าที่หน้าทางเข้ามาได้
“หยุด คุณไม่สามารถเข้าไปข้างในนี้ได้!” แต่เหมือนว่าบ้านของศาสตราจารย์ฉีตงจะไม่เป็นแบบนั้น เนื่องจากฉีตงเป็นคนที่มีพรสวรรค์สูงระดับประเทศ บ้านของเขาจึงมีเหล่าทหารที่ถือปืนใช้กระสุนจริงคอยดูแลอยู่ตลอดเวลา และคนที่ไม่ได้รับอนุญาตจะไม่มีสิทธิ์ได้ย่างเข้าไปข้างในแม้แต่ก้าวเดียว
“ผมนัดกับศาสตราจารย์ฉีเอาไว้แล้ว ถ้าไม่เชื่อพวกคุณสามารถตรวจสอบกับเขาได้เลย” เมื่อเห็นปากกระบอกปืนสีดำกำลังเล็กมาในทิศทางที่ตัวเองยืนอยู่ ฟางจือหยูก็สั่นไปทั้งตัว
ทหารทั้งสองมองคนหน้ากัน เพราะตอนที่ศาสตราจารย์ฉีกลับมาด้วยท่าทางรีบร้อน เขาได้บอกว่าวันนี้มีแขกคนสำคัญจะมาหา แต่ชายหนุ่มคนนี้จะเป็นแขกคนสำคัญได้ยังไง?
“เดี๋ยวฉันจะไปถามศาสตราจารย์ฉีให้” ทหารคนหนึ่งพูด
หลังจากนั้นไม่กี่นาที ชายสูงอายุร่างผอมบางก็วิ่งออกมาจากวิลล่าโดยสวมรองเท้าแตะ แม้ร่างกายของเขาจะดูไร้เรี่ยวแรง แต่ความเร็วในการวิ่งของเขานั้นถือว่าไม่ธรรมดาเลย
เขามองออกไปนอกประตูและจับจ้องไปที่ฟางจือหยู
"เป็นคุณใช่หรือเปล่า"
“ใช่ ศาสตราจารย์ฉี นี่ผมเอง” ฟางจือหยูพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
ผลการวิจัยที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้รับการเผยแพร่ ภายใต้สถานการณ์ปกติ หากขั้นตอนทุกอย่างผ่านการทดลอง ผลงานนั้นจะได้รับการตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำโดยเร็วที่สุด ซึ่งหมายความว่าผลลัพธ์นี้กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า
“คุณค้นคว้าและวิจัยเรื่องนั้นเองอย่างงั้นหรอ?” ฉีตงถามอย่างไม่มั่นใจ
“ใช่แล้วครับ” ฟางจือหยูพยักหน้า
“มันไม่ง่ายเลยนะ คุณมีความสามารถทางวิชาการตั้งแต่อายุยังน้อย ใครเป็นครูสอนพิเศษของคุณกัน?” ฉีตงเต็มไปด้วยความอยากรู้เกี่ยวกับครูของฟางจือหยู เป็นไปได้มั้ยที่เขาได้รับการปลูกฝังจากอดีตผู้ชนะรางวัลโนเบล? เขาจำได้ว่ามหาวิทยาลัยเจียงหนานมีโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศหลายโครงการ บางที ชายหนุ่มคนนี้อาจจะเป็นหนึ่งที่ได้ไปศึกษาที่ต่างประเทศก็เป็นได้
"ผมไม่มีครูสอนพิเศษหรอก ผมแค่ชอบวิชาชีววิทยา ครอบครัวของผมจึงสร้างห้องทดลองให้ผมได้ทำการวิจัย"
การแสดงออกของฉีตรงหยุดนิ่งทันที เขามีชีวิตอยู่มานานกว่าหกทศวรรษ แต่นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาได้ยินเรื่องแบบนี้
เพราะคุณชอบชีววิทยา ครอบครัวของคุณเลยสร้างห้องทดลองให้? งั้นถ้าคุณชอบจักรวาลล่ะ ครอบครัวจะสร้างอวกาศให้หรือเปล่า?