ฉันมีทุกอย่างที่คุณต้องการ

“จือหยู ฉันขอโทษ ฉันไม่สามารถทำการซื้อพื้นที่นั้นมาได้!” หลังจากส่งกัวซินหยู่และคนอื่นๆกลับหอพัก ฟางจือหยูก็ได้รับข่าวที่น่าผิดหวัง

⁠⁠⁠⁠⁠⁠⁠

ก่อนหน้านี้มีที่ดินผืนหนึ่งอยู่ใกล้เขตเมืองซานตง พื้นที่ของที่นี่กว้างใหญ่มาก เดิมเป็นพื้นที่รกร้าง แต่เนื่องจากชุมชนต้องการพัฒนา จึงมีการประกาศขายที่ดินให้กับเหล่านายทุน



แม้ตรวจสอบดูแล้วจะพบว่าพื้นที่ค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับแผนการก่อสร้าง แต่พื้นที่แห่งนี้ดูเหมือนว่าจะสามารถขยายออกไปได้อีกในอนาคต ดังนั้น การสร้างสตูดิโอภาพยนตร์ในพื้นที่ของซานตงจึงไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรเลย



ซึ่งก็มีนายทุนจำนวนมากที่เข้ามาขอซื้อพื้นที่แห่งนี้ แต่สุดท้ายคนที่ได้รับพื้นที่ของซานตงไปครอบครองคือบริษัทที่ต้องการสร้างเมืองอุตสาหกรรม เหตุการณ์นี้ทำให้หวังฉงรู้สึกเสียใจอย่างมาก และรู้สึกผิดต่อฟางจือหยูที่เป็นนายทุนอย่างยิ่ง



“ไม่เป็นไร เราไม่ได้รีบร้อนอะไรขนาดนั้นอยู่แล้ว ไว้เดี๋ยวค่อยมาหาทางออกร่วมกันก็ได้” ฟางจือหยูปลอบโยน



“แต่ฉันเซ็นสัญญากับทีมทำสเปเชียลเอฟเฟกต์ไปแค่ 2 ปี ถ้ามันยืดเยื้อแบบนี้เกรงว่าสัญญาคงจะหมดก่อนที่พวกเขาจะทำงานเสร็จ”



“นายจะกลัวไปทำไม เรื่องนี้เราสามารถใช้เงินแก้ไขได้หนิ!” ฟางจือหยูพูดอย่างผ่อนคลาย



“แต่สำหรับเรื่องพื้นที่มันก็คงจะเป็นปัญหาใหญ่จริงๆนั่นแหละ!” ฟางจือหยูถอนหายใจ แม้ว่าประเทศจีนจะมีอาณาเขตที่กว้างขวาง แต่ทั่วทุกส่วนต่างก็ล้วนแต่มีเจ้าของและสิ่งปลูกสร้างอยู่ ดังนั้นต่อให้เขาจะร่ำรวยมากแค่ไหนก็ตาม มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะครอบครองพื้นที่ขนาดใหญ่



“โฮสต์ ถ้าสร้างสตูดิโอในสถานที่ที่มีผู้คนมันยากมากล่ะก็ เราก็ไปสร้างมันในที่ที่ไม่มีผู้คนแทนสิ!” เสี่ยวยี่ดูเหมือนจะมีความคิดบางอย่าง



“นายจะให้ฉันไปสร้างที่ขั้วโลกใต้หรือขั้วโลกเหนือหรือไง?” ฟางจือหยูนึกถึงเพียงแค่สถานที่สองแห่งนี้เท่านั้น



“ทำไมโฮสต์ของฉันถึงได้โง่ขนาดนี้กันนะ” เสี่ยวยี่พูด “บนโลกของคุณมีดินแดนอยู่เพียงแค่หนึ่งในสามของพื้นที่ทั้งหมด นอกเหนือจากนั้นล้วนแต่เป็นมหาสมุทรและทะเลทราย หากคุณไปสร้างสตูดิโอภาพยนตร์ในทะเลทราย ทางประเทศจะต้องสนับสนุนคุณอย่างแน่นอน!"



“จริงด้วย” ฟางจือหยูไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย ถ้าเขาไปสร้างสตูดิโอภาพยนตร์ที่ทะเลทราย เขาก็จะสามารถทำฉากทะเลทรายทากอออกมาได้อย่างสมจริง และมันก็ช่วยลดภาระงานในเฟสแรกของโครงการไปได้อย่างมาก



“แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะที่จะลงหลักปักฐานในทะเลทราย เพราะมันเป็นสถานที่ที่แทบจะปราศจากทรัพยากรน้ำ และยังต้องเผชิญหน้ากับความร้อนในทุกๆวันอีก มันคงเป็นได้เพียงแค่ความฝันเท่านั้นถ้าคิดจะสร้างสตูดิโอขึ้นในทะเลทราย!”



“โฮสต์กำลังดูถูกฉันอยู่หรือไง” เสี่ยวยี่พูดอย่างมั่นใจ “อย่าลืมไปว่าอารยธรรมที่ดาวเคราะห์ของฉันนั้นล้ำหน้ากว่าดาวโลกของคุณอย่างมาก การปรับเปลี่ยนสภาพทะเลทรายไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลยสำหรับฉันเลย!”



"นายหมายความว่านายมีเทคโนโลยีที่สามารถเปลี่ยนสภาพพื้นดินอย่างงั้นหรอ?"



“ฉันมีทุกอย่างที่คุณต้องการ!” เสี่ยวยี่พูดอย่างมั่นใจ



"ฉันมีเทคโนโลยีดัดแปลงพันธุกรรมพืช เมื่อนำพืชชนิดนี้ปลูกลงในทะเลทราย มันจะหยั่งรากลงไปอย่างรวดเร็ว โดยตัวรากจะขยายไปเรื่อยๆจนกว่าจะถึงจุดที่ลึกที่สุดและดูดน้ำใต้ดินขึ้นมา ส่งผลให้ดินโดยรอบแข็งตัวและทำให้พืชสามารถอยู่รอดได้ เพียงแค่หนึ่งปี ทะเลทรายอันกว้างใหญ่ก็จะกลายเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์!”



“นี่นายพูดจริงใช่มั้ย?”



"แน่นอน ที่ดาวโลกของคุณเองก็มีเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกับของฉันอยู่เช่นกัน ตอนนี้หลายประเทศกำลังทำการวิจัยกันอยู่ แต่ฉันคาดว่าคงจะต้องใช้เวลากว่าสิบปีถึงพวกเขาจะประสบความสำเร็จ"



"มีคนในประเทศจีนทำการวิจัยแบบนี้อยู่บ้างหรือเปล่า" ฟางจือหยูรู้ดีว่าพืชไม่สามารถเติบโตในทะเลทรายได้ด้วยตัวของมันเอง ดังนั้นเขาจึงต้องหาแหล่งอ้างอิงและทำให้มันสมเหตุสมผลมากที่สุด



“มี แต่มีไม่มาก และความคืบหน้าก็ถือว่าช้าเกินกว่าจะหวังผลได้” เสี่ยวยี่เปิดดูข้อมูลเชิงลึก “จากการตรวจสอบ นักวิจัยที่มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงสุดคือศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยเจียงหนานของคุณ ศาสตราจารย์ฉีตง ตอนนี้การวิจัยของพวกเขากำลังติดขัดในเรื่องวัฏจักรการเจริญเติบโตของพืชดัดแปลงพันธุกรรม คุณสามารถใช้เทคโนโลยีของฉันชี้แนะพวกเขาได้!"



“ถ้าอย่างนั้นฉันขอเทคโนโลยีที่ว่านั่นหน่อยสิ…ฮ่าฮ่าฮ่า!” ฟางจือหยูพูดอย่างนอบน้อม



“เรียกฉันว่าพ่อก่อนสิ!”



"ฝันไปเถอะ!"



“งั้นก็ไม่ต้องเอา!”



"พ่อ!"



"ดีมาก!"



...



ในเวลานี้ ฟางจือหยูกำลังนอนเอามือกุมขมับ เขาใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าจะย่อยเทคโนโลยีดัดแปลงพันธุกรรมพืชทั้งหมด นอกจากนี้เสี่ยวยี่ยังได้ปลูกฝังความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับชีววิทยาและพันธุศาสตร์ลงในหัวสมองของเขาอีกมากมาย



เขาในตอนนี้กล่าวได้เลยว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญที่อยู่เหนือผู้เชี่ยวชาญทั้งปวง!



“เสี่ยวยี่ ฉันจะต้องรู้สึกเจ็บปวดแบบนี้ทุกครั้งที่โหลดความรู้เข้าสู่สมองเลยหรือเปล่า?” ฟางจือหยูพูดออกมาอย่างเฉื่อยชา ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนไม่ได้นอนมาสามวันสามคืน



“ไม่หรอก แต่ที่คุณรู้สึกเจ็บเป็นเพราะว่าการพัฒนาทางสมองของคุณมันอ่อนแอเกินกว่าที่จะรับและแยกแยะข้อมูลจำนวนเท่านี้ได้ พ่อของคุณสามารถย่อยข้อมูลดังกล่าวได้โดยใช้เวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้น!” เสี่ยวยี่อธิบาย “ถ้าอยากแข็งแกร่งขึ้นก็รีบทำภารกิจให้สำเร็จไวๆ!"



"ยังไงก็เถอะ เทคโนโลยีของนายนี่น่าทึ่งมากจริงๆ การขยายเซ็กเมนต์ของยีนทางชีววิทยา การดัดแปลงพันธุกรรมโดยการเพิ่มคู่เบสใหม่เทียมเข้าไป ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีวิธีแบบนี้อยู่ด้วย!" ฟางจือหยูอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นกับข้อมูลที่เขาได้รับรู้



“การดัดแปลงพืชเป็นความรู้พื้นฐานในอารยธรรมของเรา และในดาวที่ฉันจากมายังมีเทคโนโลยีที่ทำให้โฮสต์ต้องตกใจอยู่อีกมากมาย ตัวตนของฉันไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะหยั่งถึงได้หรอกนะ!”



แม้ว่าทัศนคติของเสี่ยวยี่จะดูเย่อหยิ่งมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีของดาวโลกนั้นแตกต่างจากอารยธรรมของเขาอย่างสิ้นเชิง



“ถ้างั้นเรามาเริ่มกันเลยเถอะ”




ศาสตราจารย์ฉีตงเป็นอาจารย์ที่มีชื่อเสียงมากในมหาวิทยาลัยเจียงหนาน เขาได้รับการตีพิมพ์บทความลงในวารสารธรรมชาติก่อนจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกในอายุ 28 ปี ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเขาได้ตีพิมพ์บทความทั้งหมด 8 ฉบับ และได้รับการจ้างงานโดยตรงจากมหาวิทยาลัยเจียงหนานให้มาดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์พิเศษหลังจากกลับมาที่ประเทศจีน



ศาสตราจารย์ฉีตงในปีนี้มีอายุ 65 ปี ดำรงตำแหน่งนักวิชาการ กลุ่มวิจัยของเขามุ่งมั่นที่จะพิชิตเทคโนโลยียีนชีวภาพเพื่อจัดการกับปัญหาที่รุนแรงมากขึ้นของการแปรสภาพทะเลทรายในประเทศจีน แต่เทคโนโลยีนี้จัดว่าเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ยากเกินความสามารถของมนุษย์ เขาทำการวิจัยมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว แม้ว่าจะสามารถกำจัดปัญหาไปได้มากมาย แต่ก็ยังมีปัญหาทางเทคนิคอีกหลายอย่างที่ยังคงหลงเหลืออยู่



ถึงอายุของเขาจะถึงช่วงเกษียณ แต่เขาก็ยังคงอาลัยอาวรณ์กับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เขาได้รับการว่าจ้างจากมหาวิทยาลัยให้ทำการวิจัยต่อไป แต่ร่างกายในปัจจุบันของเขาไม่สามารถทำงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่มีความเข้มข้นสูงเช่นนี้ได้ นี่เขาคงจะไม่มีโอกาสทำการวิจัยนี้ให้สำเร็จแล้วใช่มั้ย?



ฉีตงถอนหายใจออกมาหลังจากคิดถึงเรื่องนี้และกำลังจะพับแล็ปท็อปลง



แต่ทันใดนั้นเองก็มีอีเมลส่งเข้ามา ในตอนแรกเขาไม่ได้สนใจอะไรมาก เพราะเขาคิดว่ามันน่าจะเป็นอีเมลของนักศึกษาที่มาขอยืมอุปกรณ์ของมหาวิทยาลัย



เขาเปิดกล่องจดหมาย และพบว่าอีเมลที่เพิ่งถูกส่งเข้ามาไม่ได้เป็นแพลตฟอร์มขอยืมอุปกรณ์ของมหาวิทยาลัย แต่เป็นอีเมลส่วนตัวธรรมดา



ในอีเมลมีไฟล์แนบเพียงไฟล์เดียว เขาเลื่อนเมาส์ช้าๆ จากนั้นก็กดคลิกตรงไฟล์แนบสองที



ทันใดนั้นเอง แบบจำลองทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตพร้อมคำอธิบายประกอบจำนวนมากก็ปรากฏขึ้นมา



“นี่มัน…” ในฐานะนักวิชาการ ฉีตงจึงสามารถอ่านข้อมูลมากมายได้เพียงแค่ชำเลืองมอง



เขารีบโทรไปหานักศึกษาระดับปริญญาเอกของตัวเองทันที “หลิวหยาง! นายรีบไปเรียกทุกคนในทีมวิจัยให้มาที่สำนักงานของฉันเดี๋ยวนี้เลย เราจะทำการจำลองกัน!”

ตอนก่อน

จบบทที่ ฉันมีทุกอย่างที่คุณต้องการ

ตอนถัดไป