ตำรวจจราจร
ตามหลักฟางจือหยูจะต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วจึงจะไปถึงที่หมาย แต่ด้วยการที่เขาขับรถเร็วเกินกำหนดบวกกับการอาศัยทักษะขับขี่ขั้นสูง เวลาที่ใช้ในการเดินทางจึงลดไปหลายสิบนาที
อย่างไรก็ตาม การขับขี่ด้วยความเร็วและซอกแซกไปมาบนท้องถนนนั้นไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง ส่งผลให้ตอนนี้มีเจ้าหน้าที่ขับไล่ตามรถเขามาอย่างรวดเร็วเช่นกัน
“ทำไมตำรวจจราจรถึงต้องมาไล่ตามในเวลาแบบนี้ด้วยนะ!” เขากำลังจะออกจากเมืองเจียงหนาน แต่ด้วยการที่ทางตำรวจได้ตั้งด่านดักเอาไว้บนถนนอย่างแน่นหนา เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหยุดรถ
“เราตรวจพบว่าคุณขับรถเกินความเร็วกำหนดบนท้องถนนและยังขับซอกแซกไปมา พฤติกรรมของคุณอาจทำให้เกิดอันตราย โปรดออกมาจากรถและให้ความร่วมมือกับเรา!” ตำรวจจราจรชั้นนำพูดกับฟางจือหยู โดยคาดเดาไว้ว่าเขาน่าจะกำลังเมาฤทธิ์สุราและขับ
“ผมขอโทษ ผมรู้ดีว่าตัวเองทำผิดกฎหมาย แต่ผมจำเป็นต้องทำแบบนี้จริงๆ!” ฟางจือหยูไม่มีเวลามาล่าช้าอยู่ที่นี่ “น้องชายของแฟนผมถูกรถตู้จับตัวไป ผมต้องรีบตามหาเขาให้เร็วที่สุด!”
“ฉันก็พอจะเข้าใจความรู้สึกของคุณนะ แต่พฤติกรรมของคุณมันอาจจะทำให้เกิดอันตรายกับผู้อื่นได้! แล้วคุณโทรแจ้งเรื่องนี้ให้ตำรวจทราบหรือยังล่ะ” ตำรวจจราจรสังเกตเห็นอาการวิตกกังวลของฟางจือหยู
“ยังเลย น้องของแฟนผมเพิ่งหายตัวไปแค่ชั่วโมงกว่าเท่านั้นเอง มันไม่ตรงตามเงื่อนไขรับแจ้งความคนหาย คุณตำรวจ ผมยอมรับการลงโทษทุกอย่าง แต่ผมไม่สามารถให้ความร่วมมือกับคุณในตอนนี้ได้จริงๆ คุณบันทึกหมายเลขป้ายทะเบียนของผมเอาไว้และค่อยมาดำเนินเรื่องความผิดของผมภายหลังได้หรือเปล่า ผมไม่มีเวลามาอยู่ที่นี่แล้ว!” ฟางจือหยูอ้อนวอน
“ฉันคงจะทำตามคำขอของคุณไม่ได้! แม้ว่าสิ่งที่คุณพูดจะเป็นความจริง แต่กฎก็คือกฎ เอาล่ะ ออกมาจากรถได้แล้ว!” ตำรวจจราจรพูดต่อ “ เราสามารถประสานเรื่องนี้กับทีมสืบสวนของทางตำรวจได้ ถ้าสถานการณ์เป็นเรื่องจริง พวกเขาน่าจะลงมือตามหาเด็กให้ทันทีอย่างแน่นอน!”
“ขืนเป็นแบบนี้มีหวังไม่ทันการณ์แน่ๆ!” ฟางจือหยูกังวลมากขึ้น จากนั้นดวงตาของเขาก็จับจ้องไปที่กู่ยี่ราวกับว่ากำลังร้องขอความช่วยเหลือ
“นายน้อย ผมสามารถสะกดจิตพวกเขาได้ ท่านต้องการให้ผมทำสิ่งนี้หรือเปล่า?” กู่ยี่ไม่ได้ขยับปากของเขา แต่ฟางจือหยูกับได้ยินเสียงนี้อย่างชัดเจน
“ไม่ได้ ถ้าทำแบบนั้นไปเรื่องทุกอย่างคงจะเลวร้ายขึ้นกว่าเดิม!” ฟางจือหยูพอจะรู้ถึงผลที่ตามมาหากทำการสะกดจิตใส่ตำรวจจราจร
“เสี่ยวยี่ นายพอจะทำอะไรกับสถานการณ์ในตอนนี้ได้หรือเปล่า” ฟางจือหยูถาม
“ฉันคิดว่าเด็กที่ชื่อจ้วงหญิงน่าจะช่วยคุณได้นะ!” เสี่ยวยี่พูด
“จริงด้วย!” เนื่องจากครอบครัวของเขาสืบทอดมรดกต่อกันมาเป็นเวลานาน สิ่งที่เขาครอบครองจึงไม่น่าจะมีเพียงแค่ความมั่งคั่งอย่างเดียว เขาจะต้องมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับองค์กรอื่นๆด้วยอย่างแน่นอน
“พี่เสี่ยวหยิง มีบางอย่างเกิดขึ้นกับน้องชายของซินหยู่... อะไรนะ พี่รู้อยู่แล้วอย่างงั้นหรอ? คือตอนนี้ผมกำลังไล่ตามรถตู้คันนั้นอยู่ แต่เนื่องจากผมขับรถเร็วเกินไปทำให้ถูกตำรวจจราจรเข้ามาขวางทาง พี่ช่วยจัดการเรื่องนี้ให้ผมหน่อยสิ… "
ถึงจ้วงหยิงจะอยู่บ้าน แต่ความแข็งแกร่งทางข้อมูลของครอบครัวฟางนั้นทำให้เธอรู้เรื่องที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเขาตลอดเวลา
หลักจากวางสายไป เครื่องมือสื่อสารของตำรวจจราจรก็ดังขึ้น ฟางจือหยูได้ยินเสียงของชายวัยกลางคนดังออกมา จากนั้นตำรวจจราจรก็หันมาหาเขาและมองเขาด้วยสายตาที่แปลกประหลาด
"ปล่อยเขาไป!" ตำรวจจราจรนำการปิดล้อมออกทั้งหมด
“หัวหน้า...” เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรหลายคนงง
"นี่เป็นคำสั่งจากสำนักงาน! และไม่ใช่สำนักงานสาขา แต่เป็นคำสั่งจากสำนักงานใหญ่ของเมือง!" แม้ว่าพวกเขาจะไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ แต่พวกเขาก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง
“ขอบคุณ ผมจะกลับมารับโทษหลังจากที่เรื่องนี้จบลง!” พูดจบ ฟาจือหยูก็เหยียบคันเร่งและขับออกไปทันที
ชานเมืองเต็มไปด้วยวัชพืช มีถนนที่ค่อนข้างใหม่เพียงเส้นเดียว มีที่ดินเก่าๆและโรงงานล้าสมัยอยู่ทั้งสองข้างทาง สภาพโดยรอบอาจจะไม่ใช่เรื่องน่าแปลกถ้าเป็นเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน แต่ในยุคปัจจุบันนั้นถือว่าเป็นของหายาก
รถตู้สีเทาจอดอยู่ด้านนอกของโกดังร้างที่อยู่ไม่ไกลจากพื้นที่ชานเมือง มีคนยืนสูบบุหรี่อยู่หน้าทางเข้าโกดังหลายคน ในหมู่นั้นไม่ได้มีแค่คนจีน แต่ยังมีคนหน้าตาแบบตะวันตกอยู่ด้วย .
“การทำธุรกิจของเราเริ่มยากมากขึ้นทุกวัน!” หนึ่งในคนจีนถอนหายใจ
“ไม่แปลกหรอก เพราะตอนนี้จีนพัฒนาจนจะตามโลกทันแล้ว และอีกไม่นานเราก็คงจะทำธุรกิจไม่ได้อีกต่อไป! มันคงถึงเวลาแล้วล่ะที่เราจะย้ายออกจากเมืองไปทำธุรกิจต่อที่เขตชายแดน!"
“เป็นความคิดที่ดี...”
“เอี๊ยด!” เบนท์ลีย์ขับเข้ามาจอดอยู่หน้าโกดัง และเสียงเบรกที่ดังขึ้นก็ดึงดูดความสนใจของทุกคนในทันที
พวกเขาเห็นชายหนุ่มที่มีอายุราวๆยี่สิบปีและชายวัยกลางคนที่ดูเย็นชาลงมาจากรถ
“พวกแกเป็นใคร และมาทำอะไรที่นี่” กลุ่มคนที่อยู่ไม่ไกลจากหน้าทางเข้าโกดังรีบเข้ามาหยุดพวกเขาเอาไว้
“หือ?” ตอนแรกฟางจือหยูคิดว่าพวกที่จับกัวจุนหยูไปเป็นเพียงกลุ่มค้ามนุษย์ธรรมดา แต่จากเครื่องแบบทางการของเหล่าคนที่อยู่ตรงหน้าทำให้เขารู้แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นองค์กร!
เมื่อเหลือบมองไปด้านข้าง เขาก็เห็นรถตู้สีเทา และใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นมืดมนทันที
นี่เป็นครั้งแรกที่เขามาหาพ่อแม่ของกัวซินหยู่ มันน่าจะเป็นวันที่มีความสุขที่สุด แต่กลับกลายเป็นว่าทั้งหมดต้องถูกทำลายเพราะคนเลวพวกนี้ เขาไม่มีทางให้อภัยอย่างเด็ดขาด!
“เด็กๆที่พวกแกจับตัวมาอยู่ที่ไหน” ฟางจือหยูพูดออกไปอย่างไม่เกรงกลัว
“เหมือนว่าเจ้าพวกนี้จะมาที่นี่เพื่อตามหาคนที่เราจับมา!” พวกเขาอยู่ในธุรกิจนี้มานานแล้ว และคุ้นชินกับการถูกตามตัวเป็นอย่างดี แต่การที่ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงในการไล่ตามพวกเขามามันผิดปกติจนเกินไป พวกมันรู้ได้ยังไง? มีหนอนอยู่ในองค์กรของเราอย่างงั้นหรอ?
“อะไร” ฝรั่งถาม
“กำจัดพวกมันซะ!”
หลังจากประโยคนี้ดังขึ้น ปากกระบอกปืนสีดำหลายกระบอกก็ถูกยกขึ้นมาโดยเล็งไปที่หัวของฟางจือหยู "ไล่ตามพวกเรามากันแค่สองคน พวกแกนี่ช่างกล้าหาญจริงๆเลย!"
“ปืน!” ฟางจือหยูตัวแข็งทันที
“กู่...กู่ยี่...”
“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเอง นายน้อย!” กู่ยี่เดินเข้าไปตรงๆด้วยท่าทางผ่อนคลาย
“ปัง ปัง ปัง!” เหล่าคนขององค์กรก็ลั่นไกปืนใส่กู่ยี่อย่างไม่ลังเล
และทันใดนั้นเอง สิ่งที่เห็นได้แต่ในภาพยนตร์ก็เกิดขึ้นต่อหน้าของทุกคน กระสุนทั้งหมดที่พุ่งเข้ามาต่างหยุดนิ่ง ราวกับว่ามีกำแพงโปร่งแสงขวางกั้นร่างกายของกู่ยี่เอาไว้!
“เป็นไปได้ยังไง!” กลุ่มคนขององค์กรตกใจเมื่อเห็นฉากนี้ กระสุนหยุดอยู่กลางอากาศ? นี่เป็นความมฝันงั้นหรอ?
“ฮ่าฮ่าฮ่า! พวกแกคงจะตกใจกลัวมากเลยสินะ” ฟางจือเคยเห็นฉากของพ่อตัวเองที่ทำเรื่องแบบนี้ในบันทึกของเสี่ยวยี่แล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ตื่นตระหนกสักเท่าไหร่
“กล้ามากที่จับน้องชายของแฟนฉันไป พวกแกเตรียมพบกับฝันร้ายทั้งๆที่ตื่นอยู่ได้เลย!”