พวกเขาล้มลงด้วยตัวเอง
“อย่ามาทำเป็นปากดีหน่อยเลย ตายซะ!” หนึ่งในองค์กรเล็กปากกระบอกปืนไปที่ฟางจือหยูและลั่นไกทันที
เมื่อเห็นเช่นนี้ ฟางจือหยูก็หลับตาลงตามสัญชาตญาณความกลัว แม้ว่าสมรรถภาพทางกายของเขาจะแข็งแกร่งก็ตาม แต่เขาไม่ได้มีพลังระดับเดียวกันกับกู่ยี่ มันไม่มีทางเลยที่เขาจะหลบหรือหยุดกระสุนปืนเอาไว้ได้!
หลังจากผ่านไปหลายวินาที ฟางจือหยูก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมา ซึ่งเขาก็พบว่ากระสุนปืนกำลังหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ ด้วยความสงสัย เขาจึงลองยื่นนิ้วเข้าไปสัมผัส แต่อุณภูมิความร้อนที่มากเกินไปของกำแพงอากาศนั้นส่งผลให้ปลายนิ้วของเขาเกิดแผลพุพอง
“อ๊าก!” ฟางจือหยูรีบดึงนิ้วของเขากลับมาอย่างรวดเร็ว “กู่ยี่ คุณช่วยกำจัดคนพวกนี้ให้ผมหน่อยสิ!”
“ได้เลยนายน้อย! ว่าแต่จะให้ผมฆ่าคนพวกนี้ทั้งหมดเลยหรือเปล่าครับ?” กู่ยี่ถามอย่างเฉยเมย ราวกับว่าการฆ่าคนเหมือนกับการฆ่ายุงที่บินผ่านไปมา
“ไม่ต้องฆ่า แค่ทำให้สลบก็พอแล้ว!” ฟางจือหยูพูด
"รับทราครับ" กู่ยี่โน้มตัวลงเล็กน้อย จากนั้นร่างของเขาก็หายไปอย่างลึกลับ และกลุ่มคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็ล้มลงกับพื้นราวกับว่าถูกทำให้หมดสติ
“เรียบร้อยแล้วครับนายน้อย!” กู่ยี่ปรากฏตัวข้างหลังของเขาอีกครั้ง
“คุณ...” ฟางจือหยูอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง “สุดยอดมาก!”
“เร็วเข้า เราต้องรีบไปตามหาเสี่ยวหยู!” ฟางจือหยูรีบวิ่งเข้าไปข้างในโกดัง
ในโกดังมีแต่ความว่างเปล่า เขาพบกัวจุนหยูกำลังนอนหลับอยู่ในห้องเล็กๆ และนอกจากเขาแล้วยังมีเด็กในวัยเดียวกันอีกสามคน เด็กผู้ชายสองคน และผู้เด็กหญิงหนึ่งคน
“เสี่ยวหยู? เสี่ยวหยู?” ฟางจือหยูเหย่าร่างกายของเสี่ยวหยู แต่เขาไม่ตอบสนองอะไรเลย
“โฮสต์ ฉันคิดว่าเขาน่าจะถูกทำให้สลบด้วยยา คุณสามารถใช้พลังงานชีวภาพปลุกเขาได้! "
“กู่ยี่ เหมือนว่าพวกมันจะใช้ยาสลบกับเด็กพวกนี้ คุณช่วยปลุกพวกเขาได้หรือเปล่า” ฟางจือหยูจำได้อย่างชัดเจนว่าเขาสูญเสียแรงทั้งหมดไปตอนที่ใช้พลังงานชีวภาพเพื่อช่วยให้กัวชูกินยา ดังนั้นถ้าเขาใช้พลังชีวภาพเพื่อช่วยเด็กถึงสามคน . เขาจะต้องหมดสติก่อนอย่างแน่นอน
แต่ตอนนี้กู่ยี่อยู่ที่นี่ด้วย และสำหรับเขามันก็ไม่น่าจะใช่เรื่องยากเย็นอะไร
“นายน้อย พลังงานชีวภาพของผมแตกต่างไปจากปกติ มันอาจจะทำให้ร่างกายของพวกเขาเกิดความเสียหายแก่ที่ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้อีก”
“อย่างนั้นเองหรอ งั้นไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจะพาพวกเขาไปรักษาที่โรงพยาบาลเอง”
สิ้นสุดคำพูด ฟางจือหยูก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและโทรไปรายงานกัวซินหยู่ว่าเสี่ยวหยูปลอดภัย ข่าวนี้ทำให้เหยายี่ฟางร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ ส่วนกัวชูถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
จากนั้นฟางจือหยูก็โทรไปหาจ้วงหยิง และเขาก็ได้รู้ว่าตำรวจจะมาถึงที่โกดังในไม่ช้า
"กู่ยี่ คุณรู้หรือเปล่าว่าคนเหล่านี้ทำงานให้กับองค์กรไหน" ฟางจือหยูถาม
กู่ยี่ไม่ได้พูดอะไร เขานั่งลงข้างๆเหล่าคนที่สลบแล้วคลำหาอะไรบางอย่าง หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หยิบสิ่งที่ดูเหมือนกับเหรียญตรามีลายงูกวักสีเขียวเข้มออกมาจากกระเป๋าของชายคนหนึ่ง
“ผมรู้ คนพวกนี้ทำงานให้องค์กรระดับนานาชาติที่ทำการวิจัยเกี่ยวกับมนุษย์ คาดว่าพวกเขาคงจะมีหน้าที่รับผิดชอบในการหาคนไปทดลอง” กู่ยี่พูด
“คนพวกนี้น่าจะออกจากจีนไปนานแล้วไม่ใช่หรือไง ทำไมถึงยังมีอยู่ที่นี่ได้อีกล่ะ” กู่ยี่พูดกับตัวเอง
“พวกเขาวิจัยอะไรอย่างงั้นหรอ?” ฟางจือหยูถามอย่างสงสัย
“องค์กรนี้ทำการวิจัยศักยภาพของมนุษย์ และมีผู้ใช้ความสามารถพิเศษอยู่มากมายในองค์กรนั้น หลายประเทศรู้เรื่องนี้ดี แต่ไม่มีใครกล้ายุ่งกับพวกเขาเลย”
“ฉันไม่สนใจหรอกนะว่ามันจะยังไง แต่สมาชิกทั้งหมดขององค์กรนี้ในประเทศจีนจะต้องถูกกำจัดทั้งหมดในคราวเดียว คุณทำได้หรือเปล่า กู่ยี่” ถ้าองค์กรแบบนี้ยังคงอยู่ ครอบครัวอื่นๆก็อาจจะต้องเผชิญกับความเสียใจเข้าสักวัน เขาไม่อยากจะให้มีผู้เคราะห์ร้ายมากไปกว่านี้อีกแล้ว
“แน่นอนว่าได้ ตราบใดที่เรารู้ที่ตั้ง เราสามารถกำจัดองค์กรทั้งหมดในประเทศจีนได้ในคืนเดียว!” กู่ยี่พูดอย่างมั่นใจ เพราะเขารู้ถึงอำนาจอันแข็งแกร่งในตัวแม่ของฟางจือหยูเป็นอย่างดี ตัวตนของเธอสูงส่งเกินกว่าใคร และเขาก็ไม่อาจจะเทียบกับเธอได้แม้แต่นิดเดียว
“ที่นี่ไม่น่าจะมีอะไรแล้ว คุณไปจัดการเรื่องนี้ได้เลย!” ฟางจือหยูพูดอย่างเย็นชา
“รับทราบครับ!” หลังจากได้รับคำสั่งของฟางจือหยู กู่ยี่ก็โน้มตัวลงและหายไปทันที
ผ่านไปไม่นาน รถตำรวจหลายคันก็ขับมาจอดหน้าโกดังและเดินเข้ามาด้วยความรีบร้อนพร้อมกับผู้ใหญ่หน้าซีดสองสามคน
“คุณคือคุณฟางใช่หรือเปล่า” แกนนำตำรวจถาม ไม่นานมานี้ เขาได้รับโทรศัพท์จากหัวหน้าว่ามีคนพบข่าวเด็กหายจึงรีบตามมาดู
“ใช่ คุณมีทีมแพทย์มาด้วยใช่มั้ย เด็กพวกนี้ถูกทำให้สลบด้วยยา พวกเขาต้องรีบเข้ารับการรักษาเพื่อความปลอดภัย” ฟางจือหยูพูด
“ทีมแพทย์เข้ามานี่เร็ว!” ตำรวจโบกมือพร้อมกับตะโกน และเจ้าหน้าที่แพทย์กลุ่มหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามาทันที
“คุณฟาง คนพวกนี้…” ตำรวจเหลือบมองพวกอันธพาลที่นอนหมดสติด้วยความสงสัย พวกเขาทั้งหมดถูกชายหนุ่มเพียงคนเดียวทำให้สลบอย่างงั้นหรอ?
“อ๋อ ตอนที่ผมมาถึง พวกเขาวิ่งเข้ามาหาผมโดยหวังจะจัดการ แต่เหมือนว่าพื้นที่นี่จะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ พวกเขาเลยลื่นล้มหัวฟาดพื้นและหมดสติกันไปเอง ฮ่าฮ่า” ฟางจือหยูพูดไปเรื่อย
“นี่...” ตำรวจพูดไม่ออก เขารู้ดีว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องไร้สาระ แต่ตอนนี้ทุกอย่างโอเคดี เขาจึงไม่อยากจะถามอะไรให้มากความ
“ฝากจัดการที่นี่ด้วยนะครับคุณตำรวจ ผมต้องไปที่โรงพยาบาลเพื่อดูแลน้องชายของแฟนสาว ผม” ฟางจือหยูไม่มีเหตุจำเป็นให้ต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป “ยังไงก็เถอะ ในตอนที่ผมไล่ตามคนกลุ่มนี้มา ผมขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด ฝากบอกแผนกจราจรให้ผมหน่อยนะว่าผมจะไปเข้ารับการตรวจสอบความผิดเร็วๆนี้"
“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงหรอกคุณฟาง สิ่งที่คุณทำลงไปมันได้ช่วยเราเอาไว้อย่างมาก เดี๋ยวผมจะคุยกับแผนกจราจรให้เอง”
“เยี่ยมไปเลย ขอบคุณมากครับ!” ฟางจือหยูขอบคุณและตามรถพยาบาลกลับไปที่เมืองเจียงหนาน