มาทำกันเถอะ
กัวชูลางานชั่วคราวเพื่อมาดูแลกัวจุนหยู ส่วนเหยายี่ฟางก็ลาออกจากงานที่ตัวเองเพิ่งจะผ่านการสัมภาษณ์มา ตอนแรกเธอตั้งใจที่จะทำงานเป็นแม่บ้านแบบฟูลไทม์ แต่เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เธอไม่กล้าปล่อยให้ลูกอยู่คนเดียว
เหยาเย่ฟางและกัวชูอยู่ที่ห้องพิเศษเพื่อคอยดูแลกัวจุนหยูในตอนกลางคืน แม้ว่าจะเป็นห้องพิเศษ แต่มันก็ไม่ได้ใหญ่มากพอที่จะอาศัยอยู่ได้หลายคน ดังนั้น กัวซินหยู่จึงได้ไปนอนที่บ้านของฟางจือหยูที่อยู่ใกล้ๆกับโรงพยาบาล
“สวัสดีคุณกัว คุณมาที่นี่อีกแล้ว!” จ้วงหยิงกำลังทำความสะอาดห้องและเตรียมเสื้อผ้าให้กัวซินหยู่
“คืนนี้อย่ารุนแรงกับเธอนักล่ะ นายน้อย!” จ้วงหยิงกระซิบข้างหูของฟางจือหยู่
“ยังไงก็เถอะ พี่เสี่ยวหยิง เกิดอะไรขึ้นกับคนในสำนักงานความมั่นคงสาธารณะอย่างงั้นหรอ ทำไมพวกเขาถึงได้ทำตัวเหมือนกับว่ารู้จักผมเลย?” ฟางจือหยูสงสัยเล็กน้อยเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้
“ก็ไม่ได้เกิดอะไรขึ้นนะคะนายน้อย แค่ผู้อำนวยการของเมืองเจียงหนานเป็นคนของเรา” จ้วงหยิงพูดเสริม “ไม่มีกฎหมายใดที่สามารถเอาผิดท่านได้"
“แล้วกรมจราจรล่ะ...”
"นั่นก็เป็นของครอบครัวฟางเช่นกัน!"
“โอเค!” ฟางจือหยูไม่อยากรับรู้อะไรอีกต่อไป
“งั้นขอให้คืนนี้เต็มไปด้วยความสนุกนะคะ!” จ้วงหยิงพูดด้วยรอยยิ้ม
“ถ้าพี่ยังพูดเรื่องนี้ไม่เลิกผมจะเปลี่ยนผู้ช่วยใหม่แล้วนะ!” ใบหน้าของฟางจือหยูมืดลง
จ้วงหยิงรู้ว่าฟางจือหยูแค่แกล้งทำเป็นโกรธ "ถ้าอย่างนั้นก็เชิญเลยค่ะนายน้อย!"
“ใครจะไปอยากมีผู้ช่วยที่กวนประสาทเก่งแบบนี้กัน ถ้าไม่ใช่ผมพี่คงโดนไล่ออกไปแล้วแน่นอน!” ฟางจือหยูพูดเบาๆ ในความเป็นจริง แม้ว่าจ้วงหยิงจะชอบพูดตลกและกวนประสาทอยู่เป็นประจำ แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกโกรธหรือไม่ชอบอะไรในตัวเธอเลย
“ฉัน... ฉันจะไปอาบน้ำก่อน!” กัวซินหยู่หยิบเสื้อผ้าที่จ้วงหยิงเตรียมไว้ให้มาและเดินไปเข้าห้องน้ำ
“ฉันจะต้องผ่านค่ำคืนที่ยากลำบากในวันนี้ไปให้ได้!” ฟางจือหยูเดินไปที่เปียโน ตั้งแต่ย้ายมา เขาก็แทบจะไม่ได้เล่นเปียโนเลย ซึ่งมันก็ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึงอดีต
ในเดือนที่ผ่านมา เส้นทางชีวิตของเขาได้รับการเปลี่ยนแปลงอย่างมากเนื่องจากการจากไปของพ่อแม่และการปรากฏตัวของเสี่ยวยี่ และลักษณะนิสัยกับทัศนคติของเขาก็ค่อยๆเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ฟางจือหยูนั่งลง จากนั้นก็วางปลายนิ้วบนแป้นและเริ่มบรรเลงเพลง
กัวซินหยู่ที่กำลังอาบน้ำอยู่ได้ยินเสียงเปียโน เธอปิดวาล์วน้ำและฟังเปียโนของเขาอย่างเงียบๆ ซึ่งเธอก็รู้สึกแปลกใจมากเมื่อพบว่าระดับทักษะการเล่นเปียโนของฟางจือหยูไม่ได้ต่ำไปกว่าของตัวเธอเอง
เธอไม่รู้ว่าทำไม แต่เสียงเปียโนที่เขาเล่นเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน แม้จะสามารถเข้าใจ แต่เธอก็ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้
สิบนาทีต่อมา ฟางจือหยูลุกขึ้นจากเปียโนและถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอกราวกับว่าความหดหู่ใจในหัวใจของเขาได้สลายหายไปจนหมดสิ้น
“ไม่ว่าจะมีทรัพย์สมบัติและอำนาจมากแค่ไหน แต่อย่าได้ปล่อยให้หัวใจของตัวเองถูกหลอกเด็ดขาด!” เขาพึมพำกับตัวเองและขึ้นไปยังห้องที่อยู่ชั้นบน
กัวซินหยู่ยืนอยู่หน้ากระจกโดยสวมชุดนอนแบบสั่งทำ ชุดนอนตัวนี้พอดีกับเธอในทุกๆส่วน และน้ำหนักของเสื้อผ้าก็เบาถึงขั้นทำให้รู้สึกราวกับว่าไม่ได้ใส่อะไร
ด้วยความอยากรู้ เธอจึงมองไปที่ปกคอ แต่เธอก็ไม่พบกับตราสินค้าใดๆเลย
“เป็นไปได้มั้ยที่ชุดนอนตัวนี้จะถูกผลิตโดยโรงงานเสื้อผ้าส่วนตัวของจือหยู?” กัวซินหยู่คาดเดาในใจ
ในเวลานี้ เธอเดินมาถึงหน้าห้องของฟางจือหยู แต่ในขณะที่เธอกำลังจะเคาะประตู ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมา และมือของเธอก็หยุดนิ่งอยู่กลางอากาศในทันที
เธอเดินเท้าเปล่าไปที่เปียโน นั่งลง และเล่นเพลง " ขาวบริสุทธิ์" หนึ่งในบทเพลงที่ชอบที่สุดของเธอ
“ห๊ะ?” เสียงเปียโนขัดจังหวะฟางจือหยูที่กำลังดูแข่งเกมลีกออฟเลเจ็นดส์ เขาปิดรายการแข่ง ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย จากนั้นก็เดินตรงไปยังห้องนั่งเล่น และเขาก็พบว่ากัวซินหยู่กำลังเล่นเปียโนด้วยท่าทางที่สง่างาม
มุมปากของเขายกขึ้นและเดินไปอยู่ข้างๆเธอ จากนั้นก็เปิดตู้ที่อยู่ข้างๆและหยิบไวโอลินที่ปากานินีเคยใช้ออกมา
ฟางจือหยูเล่นเพลง "ดีโม่" หนึ่งในเพลงที่เขาชื่นชอบและหมั่นฝึกฝนอยู่เป็นประจำ
เสียงไวโอลินที่ไพเราะดังขึ้น และสีหน้าของกัวซินหยู่ก็เต็มไปด้วยความแปลกใจ แม้ว่าเพลงนี้จะไพเราะ แต่มันก็มีคนรู้จักเพียงหยิบมือ และมีน้อยคนมากที่จะหยิบเพลงยากๆแบบนี้มาฝึกซ้อม เธอไม่คิดมาก่อนเลยว่าฟางจือหยูจะรู้จักเพลงนี้จริงๆ!
หลังจากการบรรเลงเพลงจบลง ฟางจือหยูก็นำไวโอลินกลับเข้าไปเก็บในตู้อย่างระมัดระวัง จากนั้น แขนสีขาวสองข้างราวกับหิมะก็เข้ามาโอบรอบคอของเขาเอาไว้
“คืนนี้…เรามาทำกันเถอะนะ!” กัวซินหยู่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆและกระซิบข้างหูของฟางจือหยู
ตอนแรกเธอยังไม่พร้อม แต่เรื่องของกัวจุนหยู่ได้เปลี่ยนความคิดของเธอ ชีวิตมนุษย์นนั้นคาดเดาไม่ได้ มันคงจะน่าเสียดายเกินไปหากเธอต้องตายโดยที่ยังไม่ได้ทำในสิ่งที่อยากจะทำ
ฟางจือหยูขนลุกทันทีหลังจากได้ยินประโยคนี้ "เธอคิดดีแล้วใช่หรือเปล่า
“อื้ม!” กัวซินหยู่พยักหน้า “ฉันขอเดิมพันทุกอย่างไว้กับคุณ!”
“ซินหยู่ ผมสัญญาว่าจะไม่ทำให้คุณต้องแพ้การเดิมพัน!” ฟางจือหยูอุ้มกัวซินหยู่และเดินขึ้นไปยังห้องที่อยู่ชั้นบน