ใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ดูหนังกับเล่นเกม

เวลาที่ตกลงกับหัวหน้าคือบ่ายสองโมง แต่เนื่องจากฟางจือหยูไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้คนอื่นรอ เขาจึงมาถึงที่บ้านของฉีตงเร็วกว่าเวลาที่กำหนดพอสมควร



“มาเร็วจังเลยนะเสี่ยวฟาง นั่งลงก่อนสิ!” ฉีตงทักทายเขาอย่างอบอุ่น “วันนี้ฉันขอให้ภรรยาของฉันเตรียมผลไม้สดเอาไว้ให้ เรามากินด้วยกันเถอะนะ!”



ความชื่นชอบของฉีตงที่มีต่อฟางจือหยูนั้นสูงส่งมากกว่าหลานชายของตัวเอง เพราะเขาไม่เพียงแต่จะแก้ไขปัญหาทางวิชาการตั้งแต่อายุยังน้อยได้ แต่เขายังบริจาคเงินจำนวนมากเพื่อสนับสนุนงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์อีกด้วย ซึ่งถ้าหากมีหลานเป็นผู้หญิงล่ะก็ เขาจะแนะนำเธอให้ฟางจือหยูรู้จักอย่างแน่นอน



“คุณฉีไม่ต้องสุภาพกับผมนักหรอก ผมก็แค่อยากตอบแทนสำหรับความช่วยเหลือของคุณ” ฟางจือหยูรู้สึกตื่นเต้นเมื่อเห็นความกระตือรือร้นที่มากเกินไปของฉีตง



“เกรงว่าตอนนี้หัวหน้าคงใกล้จะมาถึงแล้ว คุณฟาง คุณต้องทำตัวสุภาพ และห้ามทำอะไรหยาบคายต่อหน้าของเขาเด็ดขาดเลยนะ! เข้าใจที่ฉันพูดใช่หรือเปล่า?” ฉีตงเตือน



“ไม่ต้องกังวลหรอก ผมรู้ดีว่าตัวเองควรจะทำตัวยังไง!” แม้ว่าจะพูดเช่นนี้ แต่จริงๆแล้วหัวใจของฟางจือหยูนั้นเต็มไปด้วยความประหม่า



“กึก กึก!” เสียงเคาะประตูดังขึ้น “ลาวฉี เปิดประตูให้ฉันหน่อย!”



“ฉันกำลังไป!” ฉีตงลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว



“แอ่ด!” ประตูถูกเปิดออก แม้ว่าฟางจือหยูจะไม่เคยเห็นหัวหน้าตัวเป็นๆมาก่อน แต่เขาก็เคยเห็นผ่านทางทีวีมาบ้าง และเขาก็จดจำรูปลักษณ์ของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ชายชราตัวน้อยที่ยืนอยู่นอกประตูนั้นไม่เหมือนกับหัวหน้าที่เขาเคยเห็นเลย



“ฮ่าฮ่าฮ่า ลาวฉี นายนี่ยังดูดีไม่เปลี่ยนเลยนะ!” ชายชราตัวน้อยพูด



“นายเองก็ยังดูดีไม่เปลี่ยนเลยเหมือนกัน!” ฉีตงและชายชราตัวน้อยกอดทักทาย



“เสี่ยวฟาง ฉันขอแนะนำให้รู้จัก นี่คือเพื่อนร่วมชั้นเรียนของฉัน หวู่ยี่ฟาง เราเคยศึกษาหัวข้อเดียวกัน แต่เขาไปทางเหนือเพื่อพัฒนา ส่วนฉันเลือกที่จะไปทางใต้ เขาได้รับรางวัลวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติหลายรางวัล นอกจากนี้เขายังได้รางวัลความก้าวหน้า และระดับการศึกษาของเขาก็ไม่ได้แย่ไปกว่าฉันเลย!”



“ลาวฉี” ศาสตราจารย์หวู่พูดอย่างไม่มั่นใจ “นี่คือชายหนุ่มที่นายพูดถึงอย่างงั้นหรอ?”



“ใช่แล้วล่ะ!” ฉีตงพูด



“น่าแปลกใจจริงๆ คนอายุเท่านี้สามารถทำวิจัยนั่นให้สำเร็จด้วยตัวเองได้ยังไงกัน?” หวู่ยี่ฟางสงสัย



“ผมได้นำข้อมูลการวิจัยมาทั้งหมดมาด้วย ถ้าศาสตราจารย์หวู่ไม่เชื่อ คุณสามารถเปิดอ่านดูได้เลย!” ฟางจือหยูพูดด้วยรอยยิ้ม



“ฮ่าฮ่าฮ่า คนหนุ่มสาวสมัยนี้นี่มั่นใจในตัวเองจริงๆเลยนะ!” เสียงดังมาจากนอกประตู และชายวัยกลางคนในชุดสูทที่มีรูปลักษณ์เหมือนกับหัวหน้าในทีวีก็เดินเข้ามา



“หัวหน้า” ฉีตงเดินไปจับมือกับหัวหน้า



“สวัสดี หัวหน้า!” ฟางจือหยูพยายามอย่างสุดความสามารถในการควบคุมอารมณ์ของตัวเอง



“ประเทศของเราโชคดีมากจริงๆที่มีอัจฉริยะอย่างคุณ!”



“หัวหน้าก็พูดเกินไป ฮ่าฮ่า” ฟางจือหยูเขินอายเมื่อได้รับคำชม



“หัวหน้านั่งลงก่อนเถอะ” ฉีตงหันกลับไปทางประตูแล้วพูด “คนที่อยู่ข้างนอกเองก็รีบเข้ามานั่งสิ!”



“ยังมีคนอยู่อีกหรอ?” ฟางจือหยูหันไปมองและเห็นว่ามีศาสตราจารย์สามคนอยู่นอกประตู และมีอีกหนึ่งคนที่ดูเหมือนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย



เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนนี้ไม่มีปืนและอาวุธใดๆติดตัวอยู่เลย จากการคาดเดาโดยวิเคาระห์รูปลักษณ์ภายนอก เขาน่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี หัวหน้าไม่กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นเลยหรือไง? แม้ว่าเขาจะไม่ได้นำทีมทหารมา แต่อย่างน้อยเขาก็ควรจะมีผู้คุ้มกันสักสองคนที่มีกระสุนจริงไม่ใช่หรอ? ถ้าต้องเผชิญกับอันตรายจะเกิดอะไรขึ้น คนคนนั้นเพียงคนเดียวจะจัดการกับปัญหาได้ยังไง?



“อย่าดูถูกชายคนนี้จะดีกว่านะโฮสต์ คุณอาจจะไม่สามารถสัมผัสได้ แต่ฉันรับรู้ได้อย่างชัดเจนเลยว่าชายคนนี้มีอายุพอๆกับปู่ของคุณ และพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเขาก็เทียบเท่ากับผู้ใช้พลังพิเศษระดับ SSS ” เสี่ยวยี่พูด



"เขากับกู่ยี่แล้วใครแข็งแกร่งกว่ากัน"



“โฮสต์คิดว่าทรายแข็งกว่าเหล็กมั้ยล่ะ” เสี่ยวยี่ตอบอย่างไม่ใส่ใจ



“เอาล่ะ เรามาดูเอกสารการวิจัยกันเลยเถอะ!” เหล่าศาสตราจารย์ชราไม่อ้อมค้อมแต่อย่างใด



“เสี่ยวฟาง เปิดข้อมูลให้พวกเขาดูได้เลย!” บ้านของฉีตงมีอุปกรณ์ฉายภาพ และในระหว่างรอการฉายข้อมูล พวกเขาก็หยิบสมุดจดขึ้นมา



"ผมจะเริ่มแล้วนะ อะแฮ่ม ก่อนอื่น ผมขอพูดถึงความคิดของตัวเองก่อนก็แล้วกัน ทุกคนน่าจะรู้ดีใช่มั้ยว่ามันจะมีผลเสียบางอย่างตามมาหากทำการเปลี่ยนยีนของพืช ถ้างั้นทำไมเราไม่เพิ่มความยาวของดีเอ็นเอเข้าไปโดยพิจารณาการรักษายีนดั้งเดิมของมันเอาไว้ล่ะ ถ้าเราทำแบบนั้น ผลที่ออกมาก็จะเป็น...”



ฟางจือหยูอธิบายยาวนานกว่า 40 นาที แต่เนื่องจากเวลามีจำกัด เขาจึงพยายามพูดแบบรวบรัดโดยเน้นเนื้อหาสำคัญ



“ฉันคิดว่าแนวคิดนี้เป็นไปได้นะ คุณเคยทำการทดลองจริงแล้วหรือยัง” ศาสตราจารย์ถาม



“ยังไม่เคย แต่ผมได้ทำการทดลองแบบจำลองดูแล้ว!” ฟางจือหยูเปิดวิดีโอจำลองผ่านในซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่บ้านของเขา!



ในวิดีโอ เมล็ดพืชได้หยั่งรากและงอกอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้การครอบคลุมของรากและความลึกของการขยายก็มากกว่าพืชทั่วไปหลายสิบเท่า จากนั้นสามเดือน ดินแดนที่รกร้างว่างเปล่าก็เริ่มเต็มไปด้วยป่าไม้เขียวชอุ่ม



“นอกจากเปลี่ยนยีนข้างต้น ผมยังได้เปลี่ยนคุณสมบัติอื่นๆของพืชด้วย เช่น ความสามารถในการป้องกันลมและทราย เก็บน้ำ และอื่นๆอีกมากมาย ตราบใดที่พืชเหล่านี้ถูกนำไปใช้ พื้นดินที่แห้งแล้งก็จะเต็มไปด้วยแร่ธาตุ และมีคุณสมบัติมากพอที่จะก่อสร้างอาคารขึ้นได้!"



ฟางจือหยูเปิดวิดีโออีกอันหนึ่งขึ้นมา มันเป็นวิดีโอจำลองที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในช่วงแรกของการก่อสร้างเมือง โดยระยะเวลาที่ต้องการคือประมาณหนึ่งปีกับอีกหกเดือน!



“น่าทึ่ง นี่มันน่าทึ่งมาก!” ศาสตราจารย์กลุ่มหนึ่งยกย่องสรรเสริญ “ด้วยประสิทธิภาพดังกล่าว ทะเลทรายคงจะไม่ใช่ที่ที่มนุษย์เข้าไม่ถึงอีกต่อไป!”



"แต่ฉันยังมีคำถามอยู่ การทดลองแบบจำลองของคุณเกิดขึ้นได้ยังไง ด้วยการคำนวณข้อมูลจำนวนมากขนาดนี้ คอมพิวเตอร์ทั่วไปไม่มีทางที่จะรองรับได้แน่นอน คุณทำได้ยังไงกัน" มีคนถาม



“อ๋อ ที่บ้านของผมมีซูเปอร์คอมพิวเตอร์อยู่น่ะ และข้อมูลสำหรับการจำลองก็อยู่ในขอบเขตที่เครื่องรองรับได้แบบสบายๆ!” ฟางจือหยูพูด



“ซูเปอร์คอมพิวเตอร์?” นักวิชาการกลุ่มหนึ่งเบิกตากว้างทันที เพราะมันคืออุปกรณ์ยุทธศาสตร์ของประเทศที่แม้แต่ในประเทศก็ยังมีอยู่ไม่มากนัก กลับกลายเป็นว่าชายหนุ่มคนนี้มีครอบครองอยู่ในบ้านของตัวเองอย่างงั้นหรอ “มันไม่เปลืองทรัพยากรเครื่องหรือไง”



"ไม่เปลืองหรอก!" ฟางจือหยูพูด "อีกอย่างผมก็ไม่ได้ใช้ทำอะไรอยู่แล้วด้วยนอกจากดูหนังกับเล่นเกม!"



“ฮะ! นี่เขาใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ดูหนังdy[เล่นเกมอย่างงั้นหรอ” ทุกคนต่างตกตะลึง

ตอนก่อน

จบบทที่ ใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ดูหนังกับเล่นเกม

ตอนถัดไป