ไม่มีใครอยากดู
เช้าวันรุ่งขึ้น แฟนๆนับไม่ถ้วนต่างจ้องมองหน้าโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์อย่างใจจดใจจ่อ โดยหวังว่าจะทำการซื้อตั๋วทันทีที่เริ่มเปิดวางขาย
“เหลืออีกแค่หนึ่งนาทีเท่านั้น!”
เวลาสิบโมงเช้า ตั๋วเปิดขายอย่างเป็นทางการ!
“ไม่นะ! ฉันกดไม่ทัน!” มีการถอนหายใจของผู้คนมากมายที่อยู่ในรถไฟใต้ดิน ในรถบัส หรือในสำนักงานของบริษัท
"เป็นไปได้ยังไง ทำไมตั๋วถึงขายหมดเร็วขนาดนี้"
“นั่นสิ ฉันกับญาติทั้ง 12 คนก็กดไม่ทันเหมือนกัน!”
“ไม่อยากจะเชื่อ แม้ในอดีตจะมีครั้งที่ฉันกดซื้อตั๋วไม่ทันบ้างก็ตาม แต่อย่างน้อยฉันก็สามารถเข้าสู่หน้ากรอกข้อมูลส่วนตัวได้ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันได้ประสบพบเจอกับเหตุการณ์แบบนี้!”
"เป็นไปได้มั้ยว่าเว็บไซต์จะมีปัญหา?"
ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของแฟนๆนับไม่ถ้วน แพลตฟอร์มจำหน่ายตั๋วต่างๆก็ได้ออกมาอธิบายว่าตั๋วทั้งหมดไม่ได้ขายล่วงหน้าให้ใคร และแสดงข้อมูลให้เห็นว่าตั๋วทั้งหมดถูกซื้อโดยไอพีที่ต่างกันภายใน 0.1 วินาที
ซึ่งเรื่องแบบนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในจีน แต่มันเกิดขึ้นทั่วทั้งโลก!
ฟางจือหยูกำลังเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มของเขาในห้องนั่งเล่น และดูสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ตด้วยรอยยิ้ม
“ตอนแรกผมคิดว่าพี่จะทำการซื้อตั๋วทั้งหมดล่วงหน้าโดยใช้ความสัมพันธ์ของครอบครัวฟางกับใครบางคนซะอีก!” ฟางจือหยูพูดกับจ้วงหยิง
“ฮ่าฮ่า เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ปล่อยให้คนของเราจัดการก็พอแล้วค่ะนายน้อย” จ้วงหยิงหัวเราะ
แผนกข่าวกรองที่อนู่ภายใต้ฟางจือหยูเต็มไปด้วยคนที่มากความสามารถนับไม่ถ้วน พวกเขาเขียนโปรแกรมซื้อตั๋วขึ้นมาเมื่อคืน โดยใช้ระบบที่เทียบได้กับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ถ้าหากอีกฝ่ายไม่ได้ใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่มีพลังมากกว่าพวกเขาล่ะก็ อีกฝ่ายไม่มีทางที่จะกดตั๋วทันได้เลย
"แล้วตั๋วสำหรับที่นั่งวีไอพีที่ไม่ได้ขายทางออนไลน์ล่ะทำยังไง"
“สำหรับตั๋วเหล่านั้นจะถูกสงวนไว้ให้สำหรับคนใหญ่คนโตและแขกพิเศษบางคน ซึ่งเราก็ยิ่งใหญ่พอที่จะนำมันมา ดังนั้น ในการแข่งขันเอ็นบีเอทั่วโลกจึงจะเหลือเพียงแค่บุคลากรในทีม ผู้ตัดสิน และเจ้าหน้าที่ในสนามการแข่งขันเพียงอย่างเดียว!”
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! เจ๋งมาก!" ฟางจือหยูคาดเดาได้ว่าการแสดงออกของประธานเอ็นบีเอจะเป็นยังไงในเวลานั้น
"ฉันพร้อมซื้อตั๋วราคาสองเท่า มีใครขายให้ฉันได้บ้างหรือเปล่า"
“ฉันถามไปหลายสิบกลุ่มแล้ว แต่ไม่มีใครมีตั๋วเลย”
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!”
......
ข่าวการขอซื้อตั๋วเข้าชมเอ็นบีเอกระจายไปทั่วทั้งโลก แต่คนกลุ่มนั้นไม่ได้รับอะไรกลับมาเลยนอกจากการถูกหลอกครั้งแล้วครั้งเล่า
ตลอดเช้า หมายเลขโทรศัพท์ของแพลตฟอร์มซื้อตั๋วทั้งหมดถูกโทรเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ตั๋วนับหมื่นใบจะหายไปได้ยังไง? แม้แต่นักเก็งกำไรระดับสูงก็หาวิธีซื้อตั๋วทั้งหมดแบบนี้ไม่ได้ มันจะต้องมีอะไรบางอย่างอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม เหล่าผู้คนที่โทรเข้ามาต่างก็ได้รับคำตอบเหมือนกัน นั่นก็คือตั๋วถูกขายหมดแล้ว และทั้งหมดก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้จริงๆ
“จือหยู นายช่วยฉันซื้อตั๋วเอ็นบีเอของวันพรุ่งนี้หน่อยได้หรือเปล่า” หวังฉงโทรหาฟางจือหยูในตอนบ่าย
“หวังฉง นายสนับสนุนเอ็นบีเออย่างงั้นหรอ ไม่เห็นหรือไงว่าพวกนั้นทำยังไงกับเรา” ฟาง จือหยูพูดอย่างโกรธเคือง
“ไม่ใช่ ฉันมีเพื่อนสองสามคนที่ต้องการมัน!” แม้ว่าหวังฉงจะชอบเล่นบาสเกตบอลและมักจะไปดูการแข่งขันอยู่เป็นประจำก็ตาม แต่หลังจากได้ยินข่าวเรื่องนี้ เขาก็เลิกติดตามและโพสต์แสดงความคิดเห็นลงบนเวย์ปั๋วของตัวเองทันที
“ฉันไม่คิดที่จะซื้อให้ และฝากบอกเพื่อนของนายด้วยว่าอย่าเสียเวลาตามหาตั๋วเลย เพราะต่อให้หาเท่าไหร่ก็ไม่มีทางหาได้อยู่ดี ไม่ว่าจากนี้ และก็ตลอดไป!” ฟางจือหยูพูด
“ทำไมนายถึงดูมั่นใจจังเลยล่ะ” หวังฉงสงสัยในตัวฟางจือหยู
“เพราะฉันเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังการซื้อตั๋วทั้งหมดของเอ็นบีเอในวันนี้เอง!” ฟางจือหยูพูดโดยตรง
“ว่าไงนะ นายคิดจะเป็นตัวแทนจำหน่ายตั๋วอย่างงั้นหรอ?” หวังฉงพูด “ตอนนี้ราคาตั๋วออนไลน์เพิ่มขึ้นกว่าสี่เท่าตัวแล้ว ถ้านายขายตั๋วทั้งหมดออกไปตอนนี้ล่ะก็รวยเละแน่นอน”
“ขายตั๋ว? ไร้สาระ ฉันวางแผนที่จะทำลายทิ้งทั้งหมดต่างหาก!” ฟางจือหยูพูด “นายไม่เห็นหรือไงที่ชาวเน็ตต่างชาติมันหัวเราะเยาะเรา”
“ฉันเห็นแล้ว!” หวังฉงรู้สึกเจ็บปวดเมื่อนึกถึงคำด่าต่างๆ
“แล้วนายคิดจะทำอะไรต่อ จะเอาตั๋วเข้าชมไปคล้องคอสุนัขและปล่อยให้มันเดินเข้าไปในสนามเพื่อสร้างปัญหาอย่างงั้นหรอ?”
“นายนี่มีความคิดที่สร้างสรรค์จริงๆเลย!” ฟางจือหยูรู้สึกขบขันกับความคิดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของอารยธรรมจีน เขาคงจะลงมือทำโดยไม่ลังเล
ลองนึกถึงภาพที่ว่าไม่มีผู้เข้าชมตอนเริ่มเกม และจู่ๆก็มีกลุ่มสุนัขที่มีตั๋วคล้องอยู่รอบคอเดินเข้าไปดูสิ มันจะน่าขำขนาดไหน?
“สุนัขอาจจะไม่สามารถเข้าไปในสนามได้ แต่คนสามารถเข้าไปได้” จู่ๆฟางจือหยูก็มีความคิดบางอย่างและหัวเราะออกมาอย่างชั่วร้าย
“หวังฉง พรุ่งนี้ใครรับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยของสถานที่จัดงาน” ฟางจือหยูถาม
“เหมือนว่าจะเป็นบริษัทรักษาความปลอดภัยที่ชื่อเมเดส ทำไมจู่ๆถึงถามเรื่องนี้ล่ะ นายคิดที่จะระเบิดสนามแข่งอย่างงั้นหรอ” หวังฉงพูดติดตลก
“ฮ่าฮ่าฮ่า ถูกต้อง ฉันจะ 'วางระเบิด'!”
“พี่เสี่ยวหยิง มีผู้ป่วยกี่คนในโรงพยาบาลจิตเวชนานาชาติดอว์นนิ่งของผม”
“น่าจะมีราวๆสักหมื่นคนค่ะ เอ่อ…ว่าแต่ทำไมถึงถามเรื่องนี้หรอคะนายน้อย มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
“คนไข้พวกนั้นเป็นยังไงบ้าง”
“ส่วนใหญ่ก็อาการคงที่ดี แต่ด้วยการที่พวกเขาไม่มีสมาชิกในครอบครัวคอยดูแล พวกเขาจึงต้องอยู่ในโรงพยาบาลต่อไป!” จ้วงหยิงเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของฟางจือหยู และพอจะคาดเดาการกระทำของฟางจือหยูในอนาคตได้
“ปกติโรงพยาบาลมีกิจกรรมหรือเปล่า” ฟางจือหยูถามอีกครั้ง
“มีค่ะ ทางโรงพยาบาลจะนำพาผู้ป่วยไปห้องดูหนังและห้องออกกำลังกายตามช่วงเวลา”
“โอเค ฝากติดต่อกับโรงพยาบาลให้ที พรุ่งนี้ฉันจะพาพวกเขาไปดูเอ็นบีเอ!”