จักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้
“แปลกจังเลย เกมกำลังจะเริ่มแล้วแท้ๆ ทำไมถึงยังไม่มีผู้ชมเข้ามาในสนามอีกนะ?” นักกีฬาของทั้งสองทีมมาถึงสนามแล้ว โดยปกติพวกเขาจะได้ยินเสียงเชียร์ดังลั่นเมื่อเดินออกมาจากห้องพัก แต่ในวันนี้ทั่วทั้งสนามกับเงียบอย่างน่าประหลาดใจ
อัฒจันทร์ที่จุคนได้กว่า 20,000 คนว่างเปล่า นอกจากผู้เล่น ผู้ตัดสิน ทีมงาน และผู้นำของแต่ละทีมแล้ว ก็ไม่มีใครอื่นอีกเลย
ผู้เล่นของทีมฮิวสตันทุกคนต่างไม่เข้าใจในสถานการณ์ เมื่อเช้านี้พวกเขาได้รับแจ้งว่าผู้สนับสนุนทั้งหมดที่เคยร่วมมือกับทางทีมได้ยกเลิกสัญญาและถอนการสนับสนุนทั้งหมดออกไป
แม้ว่าเงินเดือนของผู้เล่นจะยังคงจ่ายตามสัญญา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ทีมตกอยู่ในอันตราย
“ดารีล ดูสิ่งที่คุณทำสิ!” ไมค์ โค้ชของทีมพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เพราะทีมจะได้รับส่วนแบ่งของรายได้มาจากค่าตั๋ว ถ้าไม่มีผู้ชม นั่นก็หมายความว่าพวกเขาจะไม่ได้รับเงิน
ไม่เพียงเท่านั้น กล้องบันทึกการแข่งขันทั้งหมดยังได้ถูกเตรียมการเอาไว้แล้ว หากเกมวันนี้เผยแพร่ออกไป ผู้คนทั่วทั้งโลกจะต้องหัวเราะเยาะอย่างแน่นอน
“อย่ากังวลไปเลยน่า ไมค์!” ดารีลพูดอย่างผ่อนคลาย “ตั๋วเข้าชมของเราขายได้หมดเกลี้ยงตั้งแต่เปิดขายแล้ว ฉันคิดว่ามันคงจะถูกซื้อโดยบริษัทหรือองค์กรใหญ่บางแห่งนั่นแหละ และคาดว่าพวกเขาคงน่าจะมาถึงในเร็วๆนี้"
“ลืมไปแล้วหรือไงว่าเมื่อสองวันก่อนคนจีนยังเข้ามาชมเราเต็มสนามอยู่เลย มันไม่มีทางอยู่แล้วที่คนจีนจะทำอะไรเราได้!” น้ำเสียงของดารีลเต็มไปด้วยความรังเกียจ
“คุณไม่ควรพูดแบบนี้นะ!” ไมค์ยิ่งโกรธมากขึ้นไปอีก “คุณน่าจะรู้ไม่ใช่หรือว่าการสนับสนุนของทีมส่วนใหญ่มาจากบริษัทในประเทศจีน ถ้าพวกเขายุติสัญญาทั้งหมด เราก็ไปต่อกันไม่รอด!”
“ไมค์ ในโลกนี้น่ะไม่มีใครที่มีอำนาจอยู่เหนือเงินหรอกนะ” ดารีลพูดอย่างมั่นใจ “เพราะเรื่องนี้กำลังเป็นที่ถูกพูดถึง เหล่าบริษัทต่างๆจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยุติสัญญา แต่หลังจากที่เรื่องนี้ซาลง พวกเขาจะต้องกลับมาตกลงเรื่องความร่วมมือกับเราเหมือนเดิมอย่างแน่นอน เชื่อฉันสิ!”
ในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังมาจากนอกสนาม
“นั่นไง มากันแล้ว” ดารีลหัวเราะ “ฮ่าฮ่าฮ่า เรามารอดูฉากที่น่าตื่นเต้นกันอีกครั้งเถอะ!”
ดารีลคาดเอาไว้ว่าจะต้องมีคนจีนที่ต่อต้านเขาเข้ามารับชมการแข่งขันในครั้งนี้ และเมื่อการกระทำดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ประเทศจีนก็จะถูกคนทั่วโลกวิพากษ์วิจารณ์
“เดี๋ยวสิ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ?” นักกีฬาทุกคนต่างประหลาดใจ ถึงแม้ว่าการแข่งจะยังไม่เริ่มขึ้นก็ตาม แต่ตามปกติแล้วพวกเขาจะได้ยินเสียงของแฟนๆเรียกชื่อของตัวเองหรือไม่ก็เสียงตะโกนเชียร์ แต่จนถึงตอนนี้พวกเขายังไม่ได้ยินเสียงแม้แต่แอะเดียว
"แล้วนั่นมันชุดยูนิฟอร์มของบริษัทไหนกัน ทำไมมันถึงเหมือนกับชุดโรงพยาบาลเลย" นี่คือความคิดที่อยู่ภายในหัวของทุกคน
ผู้ชมทั้งหมดเงียบและเป็นระเบียบมาก ไม่มีเสียงตะโกน ไม่มีเสียงเชียร์ พวกเขานั่งอย่างเรียบร้อยอยู่รอบๆสนามกีฬา อย่างไรก็ตาม มีคนมาที่สนามกีฬาขนาดใหญ่เพียงแค่ 1,000 คนทำให้ทั่วทั้งสถานที่ดูว่างเปล่าอย่างมาก
“นี่มันหมายความว่ายังไง?” ดารีลสังหรณ์ใจไม่ดี
“ผู้ป่วยทุกคนนั่งลงให้เรียบร้อย วันนี้โรงพยาบาลของเราได้พาพวกคุณมาที่นี่เพื่อดูการแข่งขันบาสเกตบอลของเอ็นบีเอ นี่ถือว่าเป็นกิจกรรมพัฒนาทักษะการอยู่ในที่กลางแจ้งที่หาได้ยากมาก ฉันหวังว่าพวกคุณทุกคนจะสนุกไปกับมัน!” จางเฟิงแสร้งทำเป็นตะโกนแล้วนั่งลงอยู่ด้านหลังของผู้ป่วยทั้งหมด
“เมื่อกี้เขาพูดว่าอะไร” ดารีลถามล่ามที่อยู่ข้างๆเขา
“คุณดารีล... คนกลุ่มนี้เป็นผู้ป่วยทางจิต พวกเขามาที่นี่เพื่อพัฒนาทักษะการอยู่ในที่กลางแจ้ง!” ล่ามพูดอย่างตะกุกตะกัก
ในสนามแห่งนี้สามารถจุคนได้เกือบ 20,000 คน แต่กลับกลายเป็นว่ามีคนดูไม่ถึงหนึ่งในสิบ แถมยังไม่ใช่คนปกติทั่วไป แต่เป็นผู้ป่วยทางจิต นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?
“ปัก!” ดารีลทุบโต๊ะ “ถ้าเรื่องนี้ถูกเผยแพร่สู่โลกภายนอกล่ะก็ ทีมของเขา ไม่สิ ทีมทั้งหมดในเอ็นบีเอจะต้องเป็นตัวตลกในสายตาของทุกคนอย่างแน่นอน”
“เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ทีไ่หน ทำไมถึงปล่อยให้คนพวกนี้เข้ามาได้” ดารีลโกรธจัด
“ใจเย็นๆก่อน ตอนนี้การแข่งขันกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว เราจะมามัวเสียเวลากับเรื่องนี้ไม่ได้ อีกอย่างนัดนี้ก็สำคัญสำหรับอันดับทีมของเรามากด้วย!” นักกีฬาพูดกับดารีล
เวลาหนึ่งทุ่มตรง ผู้เล่นจากทั้งสองทีมออกมารวมตัวกันที่กลางสนาม สนามกีฬาเงียบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ผู้ชมต่างไร้อารมณ์ ดวงตาของพวกเขาราวกับร่างไร้หัวใจ และบรรยากาศนี้ก็ทำให้ทุกคนรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
“ปี๊ด!” เสียงนกหวีดดังขึ้น และทั้งสองทีมก็เริ่มแข่งกันทันที
การแข่งขันกำลังถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก แม้ว่าบริษัทของประธานหม่าจะยุติสัญญาออกอากาศกับเอ็นบีเอไปแล้ว แต่ยังมีแพลตฟอร์มของต่างประเทศจำนวนมากที่ฉายให้ทุกคนได้ดู ซึ่งความเงียบสงบบนหน้าจอก็ทำให้ทุกคนต่างต้องประหลาดใจ
“เกิดบ้าอะไรขึ้น ตั๋วถูกขายหมดไม่ใช่หรือไง ทำไมถึงมีคนเข้าชมแค่นิดเดียวเองล่ะ”
“ดูสิ คนพวกนั้นใส่เสื้อผ้าของผู้ป่วยด้วย!”
“นี่มันหมายความว่ายังไง ใครก็ได้ช่วยอธิบายให้ฉันฟังที!”
“แบบนี้มันดูไม่มีชีวิตชีวาเลย!” ในขณะที่แฟนบาสกำลังสับสน ฟางจือหยูก็กำลังมองดูการแข่งขันอย่างเพลิดเพลิน “จางเฟิง คุณช่วยทำให้บรรยากาศมันครึกครื้นกว่านี้หน่อยสิ!”
“ได้ครับนายน้อย!” จางเฟิงเข้าใจดีว่าฟางจือหยูหมายถึงอะไร
หลังจากคำพูดจบลง คลื่นพลังจิตที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าก็แผ่ซ่านไปรอบๆตัวของจางเฟิง และผู้ป่วยทั้งหมดก็ถูกปลดจากพันธนาการ
"ข้าคือจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้!" ทันใดนั้น เสียงหนาใหญ่ก็ดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน และเสียงนี้ก็ทำให้เหล่านักกีฬาที่กำลังแข่งขันตกใจกลัว
"เกิดอะไรขึ้น" การแข่งขันไม่ได้ถูกระงับ แต่นักกีฬาทั้งหมดต่างมุ่งความสนใจไปที่อัฒจันทร์
“เซียวหยาน เจ้ากล้าที่จะลงจากหลังม้าและมาต่อสู้กับข้าแบบตรงไปตรงมาหรือไม่?”
“หากพวกเจ้ายอมสยบและปล่อยให้ข้าได้ขึ้นครองบัลลังก์ ข้าสัญญาว่าจะมอบเกียรติยศและความมั่งคั่งนับไม่ถ้วนให้กับพวกเจ้าทุกคน เอาล่ะ ผู้ที่คิดจะสวามิภักดิ์ต่อข้าจงคุกเข่าลงได้เลย!”
“ข้าคือบุตรแห่งพระเจ้า ชายที่ก้าวไปบนวิถีแห่งสวรรค์เพื่อปกครองทุกสิ่ง”
“แม่ครับ ผมอยากกินมันเผา!”
“ซูหยาน เรากลับมาคืนดีกันเถอะ อย่าทิ้งฉันไปเลยนะ!”
"ฉันคือที่สุดของวงการลีกออฟเลเจ็นดส์..."
"ในที่สุดฉันก็เจอแกสักทีนะ จอมมารซาตาน!"
......