อย่าทำแบบนี้

“1000 ปี?” ฟางจือหยูแสดงท่าทีดูถูก “ประเทศเพื่อนบ้านของเราก็มักจะพูดเรื่องความงามที่สวยที่สุดในรอบหลายพันปีเหมือนกัน แต่ผมไม่เห็นว่าผู้หญิงคนนั้นจะสวยตรงไหนเลย!”



“นายน้อย ท่านคิดผิดแล้ว เจ้าหญิงอลิตองค์นี้งดงามมากจริงๆ!” แม้ว่าจ้วงหยิงจะไม่เคยเห็นเจ้าหญิงอลิตตัวเป็นๆ แต่เธอก็เคยเห็นรูปของเจ้าหญิงผ่านทางอินเทอร์เน็ตมาก่อน "เจ้าหญิงอลิตเป็นนางแบบเสื้อผ้าเด็กตั้งแต่อายุยังน้อย และพอโตขึ้นมาเธอก็ได้รับสัญญาที่สูงลิบลิ่วจากวิคตอเรียซีเครทอีกด้วย!”



“ดูเหมือนว่าเธอคงจะมีรูปร่างดีน่าดูเลยสินะ” ฟางจือหยูไม่สนใจในตัวของเจ้าหญิงแม้แต่นิดเดียว



“นายน้อย ท่านคงจะไม่รู้จักเจ้าหญิงอลิตจริงๆสินะ” จ้วงหยิงสืบหาข้อมูลอย่างหนักก่อนจะมาที่นี่ “ว่ากันว่ามีเจ้าชายระดับพันล้านมากมายเดินทางมาที่ราชวงศ์อังกฤษเพื่อขอเจ้าหญิงอลิตแต่งงาน แต่ไม่มีใครได้เห็นเงาของนางเลย!"



"พี่พูดเกินจริงไปหรือเปล่า?"



“นี่ไม่ใช่เรื่องเกิน เมื่อปลายปีที่แล้ว เจ้าฟ้าชายแห่งดูไบได้โดยสารเครื่องบินส่วนตัวมายังประเทศอังกฤษเพื่อขอเจ้าหญิงอลิตแต่งงาน ฉันได้ยินมาว่าสินสอดทองหมั้นคือหุ้นส่วนบ่อน้ำมัน แต่เจ้าหญิงไม่แม้แต่จะออกมาพบกับพระองค์ สิ่งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่านางเป็นคนทะนงตน"



“แล้วไง?" ฟางจือหยูสงสัยว่าจ้วงหยิงต้องการจะพูดอะไรกันแน่



“แต่วันนี้เจ้าหญิงกับเดินทางมารับนายน้อยด้วยตัวเอง ซึ่งนั่นก็หมายความว่านางสนใจในตัวของท่านอยู่!” จ้วงหยิงหัวเราะ “ฉันเดาว่าตราบใดที่ท่านต้องการ เจ้าหญิงจะต้องคบหากับท่านอย่างแน่นอน!”



“ผมยังไม่ต้องการ!” ฟางจือหยูพอใจแล้วกับการเป็นอยู่ในตอนนี้ "เว้นแต่เธอจะมาเป็นสาวใช้ที่คอยเสิร์ฟน้ำเสิร์ฟชาให้ผม!"



“ฮ่าฮ่าฮ่า! สมกับเป็นนายน้อยจริงๆ!” จ้วงหยิงหัวเราะหนักมากหลังจากที่ได้ยินฟางจือหยูขอให้เจ้าหญิงแห่งอังกฤษมาเป็นสาวใช้ และคงจะมีเพียงแต่เขาเท่านั้นที่สามารถพูดอะไรแบบนี้ออกมาได้



“ฮ่าฮ่าฮ่า โฮสต์ คุณทำให้ฉันนึกถึงบรรพบุรุษคนหนึ่งของคุณเลย!” เสี่ยวยี่นึกถึงอดีตที่น่าสนใจ



“ใครหรอ นายช่วยเล่าให้ฉันฟังหน่อยจะได้มั้ย”



“จริงๆมันก็ไม่ค่อยมีอะไรมากหรอก เมื่อสามร้อยปีก่อน นอกจากบรรพบุรุษของคุณที่ชื่อฟางจูจะใช้ทรัพย์สมบัติของเขาทำสิ่งต่างๆมากมายให้กับประเทศแล้ว เขาก็มักจะใช้เงินกับอำนาจไปซื้อเจ้าหญิงให้มาทำงานเป็นสาวใช้ในบ้านของตัวเอง!”



“บรรพบุรุษของฉันนี่มีรสนิยมที่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ” ฟางจือหยูพูดด้วยรอยยิ้ม



ในอดีตกาล สมเด็จพระราชินีอิซาลแห่งอังกฤษทรงคิดว่าตระกูลฟางเป็นเพียงตระกูลต่ำต้อยที่มีเงิน ไม่มีใครรู้มาก่อนว่าฟางคือตระกูลที่สืบต่อกันมาหลายพันปี สมเด็จพระราชินีอิซาลจึงไม่ได้ส่งคนไปรับเป็นการส่วนตัว และสิ่งนี้ก็ทำให้ตระกูลฟางรู้สึกไม่พอใจ



ที่มาของตระกูลฟางและราชวงศ์อังกฤษนั้นเรียบง่ายมาก มันเริ่มมาจากการที่ประเทศอังกฤษประสบภัยพิบัติทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ และบรรพบุรุษของตระกูลฟางที่มีมิตรภาพอันดีกับกษัตริย์องค์แรกสุดของอังกฤษก็ได้ใช้กำลังของตัวเองช่วยให้พวกเขาผ่านพ้นวิกฤติเหล่านั้นมาได้



รุ่นน้องของราชวงศ์อังกฤษอาจไม่รู้ว่าตระกูลฟางแข็งแกร่งแค่ไหน แต่เหล่าผู้เฒ่ารู้ดีว่าฟางคือตระกูลที่ใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้!



หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าหญิงอลิตก็เดินเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ดชุดดำสองสามคน



ซึ่งต้องยอมรับเลยว่าเจ้าหญิงอลิตคนนี้เป็นความงามที่หาได้ยากจริงๆ



เจ้าหญิงอลิตไม่ได้แต่งตัวเป็นทางการมากนัก เธอใช่ชุดสบายๆและแต่งหน้าเบาๆ ผิวของเธอไม่ขาว แต่ออกเป็นโทนข้าวสาลี ใบหน้าของเธอคมดูมีมิติ สัดส่วนสวยงาม และมีผมสีบลอนด์



“เป็นยังไงล่ะนายน้อย ทีนี้เชื่อฉันแล้วหรือยังว่าเจ้าหญิงอลิตงดงามจริงๆ” จ้วงหยิงยิ้ม



“ผมว่าซินหยู่ของผมสวยกว่าอีกนะ!” ฟางจือหยูยิ้มมุมปาก



“ชายคนนี้น่ะหรือคือทายาทของคนในตระกูลนั้น” เจ้าหญิงอลิตแปลกใจเล็กน้อยกับรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาของฟางจือหยู พูดตามตรง ในบรรดาเจ้าชายและเศรษฐีที่มาขอเธอแต่งงาน ทั้งหมด มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่หน้าตาผ่านเกณฑ์มาตรฐานของเธอ



เดิมที เจ้าหญิงอลิตไม่รู้จักฟางจือหยูเลย เธอถูกราชินีอิซาเอลสั่งให้เดินทางมารับอีกฝ่าย โดยบอกว่ามีคนที่มีความสัมพันธ์ดีงามกับราชวงศ์เดินทางมาร่วมงานของตัวเอง



นอกจากนี้ราชินีอิซาเอลยังได้บอกกับเธอด้วยว่าหากสานสัมพันธ์ส่วนตัวกับฟางจือหยู ชายหนุ่มจากตระกูลฟางได้ มันจะถือเป็นความโชคดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของราชวงศ์ และถือว่าเป็นโชคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของตัวอลิตเอง!



แต่แน่นอนว่าอลิตผู้เย่อหยิ่งนั้นไม่ได้เชื่อคำพูดของราชินีอิซาเอลง่ายๆ และสิ่งนี้ก็ยิ่งทำให้เธอสงสัยเกี่ยวกับตัวตนของแขกที่มาจากฝั่งตะวันออกมากว่าเขาเป็นคนแบบไหนถึงสามารถทำให้ราชินีจริงจังกับเรื่องนี้ได้?



“สวัสดี เจ้าหญิงอลิต ฉันชื่อฟางจือหยู มาจากประเทศจีน!” ฟางจือหยูพูดภาษาอังกฤษออกมาอย่างคล่องแคล่ว เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เสี่ยวยี่ได้อบรมเขาเป็นพิเศษ ดังนั้นตอนนี้เขาจึงสามารถสื่อสารกับผู้คนที่พูดภาษาอังกฤษได้อย่างไม่ติดขัดอะไร



“สวัสดีคุณฟาง ฉันไม่คิดมาก่อนเลยว่าภาษาอังกฤษของคุณจะดีขนาดนี้!” เจ้าหญิงอลิตจับมือกับฟางจือหยู



“ฉันได้ยินมาว่าคนที่เดินทางมารับในวันนี้เป็นเจ้าหญิง เลยเตรียมของขวัญเอาไว้ให้เพื่อแทนคำขอบคุณ หวังว่าเจ้าหญิงจะชื่นชอบมันนะ!” ฟางจือหยูพูดด้วยรอยยิ้ม



“นี่คือของขวัญจากนายน้อยของเราที่เตรียมเอาไว้ให้สำหรับเจ้าหญิงอลิตค่ะ!” จ้วงหยิงหยิบกล่องเล็กๆที่มีต่างหูแสนสวยงามคู่หนึ่งออกมา



“เพชรสีน้ำเงินอะพอลโล บลู และเพชรสีชมพูอาร์เทมิส!” เจ้าหญิงอลิตผู้รอบรู้จำต่างหูคู่นี้ได้ทันทีที่เห็น



มันคือต่างหูของเศรษฐีที่นำมาขายในงานประมูลสวิตเซอร์แลนด์เมื่อสองปีที่แล้วด้วยเงินเกือบ 60 ล้านดอลลาร์



มีรายงานว่าเพชรสีน้ำเงินอะพอลโล บลูเป็นเพชรสีน้ำเงินที่บริสุทธิ์ที่สุดตั้งแต่ที่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์ เพชรสีชมพูอาร์เทมิสเองก็เช่นกัน



ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าต่างหูคู่นี้ถูกครอบครัวของฟางจือหยูซื้อไป และยิ่งไปกว่านั้นเขายังนำมันมาเป็นของขวัญเพื่อมอบให้กับเธอ ตอนนี้ดูเหมือนจะรู้แล้วว่าทำไมราชินีถึงให้ความสำคัญกับเขามากนัก



“ทำไมถึงยืนนิ่งแบบนั้นล่ะ เจ้าหญิงไม่ชอบของขวัญชิ้นนี้อย่างงั้นหรอ?”



เจ้าหญิงอลิตตอบสนองหลังจากได้ยินเสียงนี้และเอื้อมมือไปหยิบกล่องต่างหูที่อยู่ข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แต่ด้วยความประหม่า เธอจึงทำกล่องต่างหูหลุดไปจากมือ



ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน เธอก็รีบโน้มตัวลงมาเพื่อหวังจะจับกล่องที่กำลังตกเอาไว้ แต่เธอก็บังเอิญสะดุดอะไรบางอย่างและล้มไปด้านหน้า



แต่ก่อนที่หนึ่งสิ่งกับหนึ่งชีวิตจะสัมผัสกับพื้น ฟางจือหยูก็ได้พุ่งเข้ามาจับเธอพร้อมกับกล่องต่างหูเอาไว้ได้ทัน



“เอ่อ…” เจ้าหญิงอลิตตระหนักได้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังอยู่ในอ้อมแขนของผู้ชาย และใบหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีแดงในทันที



“เกือบไปแล้ว!” ฟางจือหยูตกใจ แต่เขายังคงแสดงท่าทีสุภาพบุรุษออกมา “ไม่เป็นอะไรใช่มั้ย เจ้าหญิง!”

ตอนก่อน

จบบทที่ อย่าทำแบบนี้

ตอนถัดไป