ความสามารถในการปรุงยา
เหลือเวลาอีกเพียงแค่ไม่กี่วันแล้วเท่านั้นที่ตัวของหลินเทียนและน้องสาวต้องไปทดสอบวัดพลังที่เมืองหลวง ช่วงเวลาที่เหลืออยู่นี้นั้นเด็กหนุ่มเอาแต่ทดสอบและค้นคว้าเกี่ยวกับพืชสมุนไพร ถึงแม้ว่าหลินเทียนจะมั่นใจในภูมิความรู้ของตนที่ได้มาอยากโลกเดิมแต่เขาก็ต้องลองทดสอบและปฏิบัติดูเพื่อความแน่ใจ หากเกิดข้อผิดพลาดประการใดในบางครั้งมันอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตก็เป็นได้ ถึงแม้ว่าตัวของเขาจะมีความรู้มากมายแค่ไหนแต่ตัวของเด็กหนุ่มเองต้องฝึกปฏิบัติอยู่บ่อยครั้งเพื่อเพิ่มความชำนาญ อย่างเช่นการผลิตยารักษาโลกให้กับสัตว์เลี้ยง หากวัตถุดิบส่วนผสมที่ใส่ลงไปในอัตราส่วนไม่เท่ากันนั้นตัวยาก็อาจจะไม่เป็นผลหรืออาจจะเกิดผลข้างเคียงขึ้นมาก็เป็นได้
“ท่านพี่ ท่านกำลังทำอะไรอยู่อย่างงั้นเหรอ” หลินเอ๋อกล่าวถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นเพราะพี่ชายของนางในยามนี้นั้นเอาแต่ทำหน้าเครียดตลอดไม่ยอมพูดไม่ยอมจากับใครเลย
“อ่อ พี่กำลังทดสอบตัวยา เพื่อที่จะรักษาเจ้าขาวอาการของมันนั้นไม่ค่อยที่จะสู้ดีนัก” หลินเทียนปราดเหงื่อของตนออกมาในขณะเดียวกันมืออีกข้างเขาก็กำลังขรุกเค้าสมุนไพรให้มันมีอัตราส่วนที่เท่ากัน กระบวนการนี้นั้นจำเป็นที่จะต้องมีความระเอียดรอบครอบเป็นอย่างมาก เจ้าขาวที่หลินเทียนว่านี้นั้นนั่นก็คือม้าคู่ใจของท่านพ่อนั่นเอง อาการของมันเดียวนี้นั้นไม่ค่อยสู้ดีนักมันไม่ค่อยที่จะอยากอาหารและร่างกายของมันก็สูปผอมลงเป็นอย่างมากและนี่ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่เขาจะได้พิสูจในภูมิความรู้ของตน ก่อนที่จะไปรักษาตนได้นั้นเขาจำเป็นจะต้องลองกับสัตว์ก่อนเจ้าเขาม้าสุดรักนี้นั้นก็ไม่ต่างอะไรไปจากหนูลองยาดีๆนี่เอง
“โอ้ววว ท่านมีความสามารถในด้านการปรุงยาด้วยอย่างงั้นรึ ท่านจะเก่งไปถึงไหนกัน” หลินเอ๋อ ถึงกับตาโตอ้าปากค้างกับความสามารถของผู้เป็นพี่ชายมีสิ่งใดกันที่ตัวของเขานั้นมิอาจที่จะทำได้แบบนี้นั้นยังเรียกว่ามนุษย์อยู่อีกเหรอ และเท่าที่นางรู้มาจากพวกผู้ใหญ่นักปรุงยานั้นหายากเป็นอย่างมาก ไม่ใช่ผู้ใดอยากจะเรียนรู้ก็เรียนรู้มันได้คนผู้นั้นจะต้องมีพรสวรรค์ในระดับที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
“เจ้ามัวแต่ยืนอึ่งอยู่นั่นแหละ เร็วเข้าไหนๆก็มาแล้ว เจ้าเองก็มาช่วยงานข้าแล้วกัน” ไหนๆน้องสาวที่น่ารักของเขามาทั้งทีหลินเทียนก็ไม่พลาดเลยที่จะใช้งานนางให้จับโน้นถือนี่ไปเรื่อย เวลาผ่านไปไม่นานมากนักตัวเขาก็ปรุงยาเสร็จและจับกรอกปากเจ้าขาวม้าแสนรักตัวนี้ในทันทีเพียงแค่ไม่กี่อึดใจ
ฮี่ ฮี่ ฮี่ เจ้าขาวริ่งโรดด้วยความตื่นเต้นยินดีมันรู้สึกร่างกายของมันกระฉับกระเฉง มากยิ่งกว่าเดิมเสียอีก มันวิ่งวนไปมาอยู่รอบๆตัวของหลินเทียน
“ยารักษาของท่านพี่สามารถรักษาเจ้าขาวได้ด้วย ท่าทางของมันในยามนี้นั้นช่างตื่นเต้นยินดีนัก” หลินเอ๋อกล่าว
ออกมาด้วยความดีใจม้าที่ท่านพ่อรักและห่วงบัดนี้มันกับมาแข็งแรงดีแล้วทั้งที่สภาพของมันก่อนหน้านี้เกรงว่ามันคงอาจจะอยู่ได้อีกไม่นานนักแต่นี่อะไรเจ้าขาวมันแข็งแรงดียิ่งกว่าเมื่อก่อนเสียอีก ความรู้ความสามารถของพี่ชายนางนั้นมันไร้ที่สิ้นสุดจริงๆ
“ด้วยความสามารถของท่านพี่สักวันหนึ่งตัวของท่านจะต้องเป็นคนใหญ่คนโตได้แน่ๆ” นางกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ ไม่ใช่ว่าตัวของนางนั้นจะเข้าข้างผู้เป็นพี่ชายแต่ระยะเวลาตั้งแต่เด็กจนโตนางไม่เคยเห็นผู้ใดที่มีความฉลาดรอบรู้เท่ากับพี่ชายของนางมาก่อน
“หลินเอ๋อเจ้าเองก็มีความสามารถมากกว่าที่ตัวเจ้าเองเห็น เด็กรุ่นราวคราวเดียวกันกับเจ้าล้วนแล้วแต่สู้เจ้าไม่ได้สักคนยามเมื่อเจ้าไปเมืองหลวงความสามารถของเจ้าจะต้องส่องแสงสว่างจ้าจนแสบตาเป็นแน่ แต่พี่ชายผู้นี้ของเตือนและสั่งสอนเจ้าเอาไว้อย่างห้ามเป็นคนหลงตัวเองเป็นอันขาดและอย่าลืมว่าเจ้าเกิดมาจากที่ใดและพ่อแม่ของเจ้าเป็นใครกันแน่” พรสวรรค์ที่หลินเอ๋อมีในยามนี้นั้นล้วนแล้วแต่ได้รับการถ่ายทอดมาจากผู้เป็นพี่ชายหลินเทียนนั้นไม่ต่างอะไรไปจากอารจารย์ของนาง
“ชิท่านพี่เห็นข้าเป็นคนเช่นนั้นเหรอ ข้าจะไม่ลืมคำสอนของท่านเป็นอันขาด” นางเข้าใจถึงในสิ่งที่พี่ชายของนางกล่าวเตือนดี เพราะนี่อาจจะเป็นการขัดขวางความก้าวหน้าของนางก็เป็นได้หากมัวแต่เป็นคนหลงตัวเอง
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในที่สุดสองพี่น้องก็ต้องเดินทางไปเมืองหลวงแล้วเพื่อที่จะได้รับการทดสอบมีเด็กๆจากหมู่บ้านเป็นจำนวนนับสิบคนเพื่อออกเดินทางแล้วเข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้
“ท่านผู้ใหญ่บ้านข้าขอฝากลูกทั้ง 2 คนของข้าด้วยการเดินทางในครั้งนี้เห็นทีตัวท่านจะต้องเหนื่อยแล้ว” พ่อของหลินเทียนกล่าวกับผู้ใหญ่บ้านด้วยน้ำเสียงที่เกรงอกเกรงใจเป็นอย่างมากเพราะการที่จะเดินทางไปยังเมืองหลวงนั้นระยะทางมันไม่ใช่ใกล้ๆเลยกว่าจะเดินทางไปถึง
“วางใจเถอะน้องหลินตง บุตรของเจ้าทั้ง 2 ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ที่โดดเด่นพวกเขาจะต้องสร้างชื่อเสียงที่ดีงามให้กับหมู่บ้านของเราเป็นแน่” ผู้ใหญ่บ้านกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นยินดี ปีที่แล้วตัวของเขาเองก็หัวเสียอยู่ไม่น้อยที่เจ้าเด็กแสบหลินเทียนไม่ยอมที่จะไปเข้ารับการทดสอบ เพราะชาวบ้านต่างรู้จักดีอนาคตของเด็กผู้นี้นั้นจะต้องสดใส่อย่างแน่นอน ความคิดความอ่านของเจ้าเด็กนี่มันเกินวัยนักแต่ปัญหาบางอย่างเขาก็ควรที่จะปล่อยให้ผู้ใหญ่อย่างเราๆแก้ปัญหากันเอง ดูเหมือนว่าสองพี่น้องคู่นี้นั้นจะได้ความรักความเอ็นดูจากผู้คนทั้งหมู่บ้านอยู่ไม่น้อยเลย
เมื่อล่ำลากันแล้วขบวนรถม้าก็เริ่มที่จะออกเดินทางกันเลยในทันทีโดยที่มีชาวบ้านผู้ชายหลายคนร่วมออกเดินทางในครั้งนี้ด้วยนี่ก็เพื่อความปลอดภัยของเด็กๆและพวกเขาเองก็ต้องการที่จะเห็นพรสวรรค์ของบุตรหลานของตัวเองด้วยทางด้านพ่อแม่ของหลินเทียนนั้นจะรอฟังข่าวดีจากทางบ้านแล้วก็กำลังเตรียมของอร่อยๆรอเด็กๆไว้ล่วงหน้าแล้ว เขาเชื่อว่าพรสวรรค์ของลูกๆจะต้องมากกว่าตนเองแน่โดยที่พ่อและแม่ของหลินเทียนนั้นมีพรสวรรค์เพียงแค่ 1 ดาวเท่านั้นนี่คือระดับที่ต่ำที่สุดและชาวบ้านคนอื่นก็อยู่กันเพียงแค่ระดับนี้เท่านั้น