เพื่ออนาคต

ในชีวิตแต่ละวันของหลินเทียนนั้นมีความสุขเป็นอย่างมากกับการที่ได้ใช้ชีวิตกับครอบครัว เขาอยากจะรักษาภาพเช่นนี้และบรรยากาศเช่นนี้ไปตลอดกาล ภายในบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยกับข้าวเลิศรสอาหารทุกจานล้วนแล้วมาจากฝีมือของหลินเทียนแทบจะทั้งสิ้นแต่ก็มีกับข้าวบางอย่างที่ท่านแม่ของเขาลงมือทำด้วยตัวเอง ช่างเป็นครอบครัวที่สุขสรรค์เสียเหลือเกิน เขารู้สึกพึงพอใจและมีความสุขกับชีวิตในตอนนี้เป็นอย่างมาก

“ฝีมือในการทำอาหารของเจ้ามันช่างมหัศจรรย์นัก ตั้งแต่ข้าเกิดมายังไม่เคยกินอะไรเช่นนี้มาก่อน เห้อสงสัยเวลาข้าแก่ตัวไปข้าคงจะเป็นได้เพียงตาแก่อ้วนๆเป็นแน่กินแล้วก็นอน” ผู้เป็นพ่อกล่าวออกมาอย่างสบายอารมณ์พร้อมทั้งแสดงสีหน้าขี้เกียจออกมา เขาวาดฝันกินแล้วก็นอนอนาคตของเขาหลังจากนี้จะต้องมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่านี้แน่อย่าว่าแต่ตนเองเลย แม้แต่ผู้คนภายในหมู่บ้านแห่งนี้ก็มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วยการชี้แนะของหลินเทียน ไม่มีปัญหาอะไรที่เด็กหนุ่มผู้นี้จะแก้ไม่ได้

“เจ้าคนไม่เอาไหน รู้จักหัดพัฒนาตัวเองเสียบ้าง เจ้าจงมองหลินเทียนเป็นตัวอย่างอายุเขาเพียงแค่นี้ แต่ความสามารถของเค้ากับเหนือกว่าเจ้ามากนัก ชิ คืนนี้เจ้าไม่ต้องนอนในห้องนอนข้างนอกนี่แหละ” แม่ของหลินเทียนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เกี๊ยวกาจ นับวันสามีของนางจะทำตัวขี้เกียจลงทุกทีทุกทีหวังแต่พึ่งผู้เป็นบุตรชายไปหมด ไม่รู้จักหาวิธีคิดแก้ปัญหาด้วยตนเองเอาเสียเลย

“ชิ๊ ใครว่าข้าไม่เอาไหนกัน ข้าสามารถที่จะเสกเด็กในท้องของเจ้าจนเกิดขึ้นมาเป็นหลินเทียนและหลินเอ๋อได้ยังไงล่ะเด็กรุ่นใหม่ภายในหมู่บ้านยังไม่ฉลาดเท่าลูกเราสักคนนี่คือความภาคภูมิใจเดียวของข้า”

“โอ้ยยย โอ้ยยย เจ้าจะทำอะไรข้านะเลิกบิดหูข้าได้แล้ว” พ่อของหลินเทียนร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวด นับวันภรรยาของเขาผู้นี้ชักเริ่มที่จะเหมือนนางยักษ์ขึ้นลงไปทุกที

“เจ้าไม่ต้องเข้ามานอนห้องข้า 1 อาทิตย์ เข้าใจไหม๊ !! ห๊า…..”

“ข้า ข้าเข้าใจแล้วพอแล้วอย่าทำข้าอย่าทำข้า” เมื่อเจอท่าทีที่ดุร้ายของภรรยาน้ำเสียงของหลินตงผู้นี้นั้นกลายเป็นนิ่มอ่อนและพูดจาว่าง่ายในทันที

“คิ๊ก คิ๊ก ข้ารักพวกท่านที่สุด” หลินเอ๋อกล่าวออกมาอย่างมีความสุขทางด้านของหลินเทียนเองก็มีความคิดเช่นนี้ไม่ต่างอะไรไปจากผู้เป็นน้องสาว

“จริงซิอายุของหลินเอ๋อก็เข้าเกณฑ์ที่จะไปสมัครโรงเรียนจอมเวทได้แล้วอีกไม่นานหลังจากนี้ ผู้ใหญ่บ้านจะพาเด็กๆทุกคนเข้าไปที่เมืองหลวงเพื่อที่จะตรวจสอบวัดระดับพรสวรรค์ พวกเจ้าสองพี่น้องก็ควรที่จะไปกับพวกเขาด้วยข้าอยากที่จะรู้นักว่าพรสวรรค์ของพวกเจ้าอยู่ระดับใดกันแน่” ถึงแม้ว่าผู้เป็นพ่อจะเป็นคนเกียจคร้านไปบ้างแต่เรื่องอนาคตของลูกและครอบครัวนั้นตัวของเขานั้นไม่เคยที่จะล่ะเลย

“ท่านพ่อตัวข้านั้นยังไม่อยากไปยังมีเรื่องราวภายในหมู่บ้านอีกมากมายนักที่ตัวข้านั้นอยากจะช่วยให้ข้าไปสมัครโรงเรียนจอมเวทตอนข้าอายุ 15 มันก็ยังไม่สาย” หลินเทียนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังนั่นเป็นเพราะตัวของเขานั้นยังเป็นห่วงชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนที่นี่

“เหลวไหลยิ่งปล่อยให้อายุมากขึ้นพรสวรรค์และการเรียนรู้ก็จะยิ่งลดน้อยลง ส่วนผู้คนภายในหมู่บ้านเจ้าเองก็ไม่ต้องเป็นห่วงพวกเขานัก ด้วยคำชี้แนะของเจ้าผลผลิตที่ได้มาทำให้พวกเรามีกินมีใช้ตลอดปีส่วนพวกสัตว์เลี้ยงไม่ต้องพูดถึงร่างกายของพวกมันอ้วนท้วมสมบูรณ์ดี สถานที่แห่งนี้เคยเป็นพื้นที่ที่แห้งแล้งแต่บัดนี้มันกลายเป็นพื้นที่สีเขียวเจ้ายังจะห่วงอะไรพวกข้าอีก ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนฉลาดแต่เรื่องบางสิ่งบางอย่างควรที่จะปล่อยให้ผู้ใหญ่เช่นข้าเรียนรู้ด้วยตนเอง ห้ามมีข้ออ้างอีกเป็นอันขาดปีนี้เจ้าต้องไปทดสอบพรสวรรค์กับน้องสาวของเจ้า” ผู้เป็นพ่อออกคำสั่งที่เด็ดขาดออกมาไหนเลยที่หลินเทียนจะขัดคำสั่งนี้ได้

“ข้าเข้าใจแล้วท่านพ่อ ปีนี้ข้าจะไปทดสอบพรสวรรค์พลังเวทเป็นเพื่อนน้องสาวของข้าเอง”

“เย้ ข้ามีเพื่อนไปแล้ว ด้วยความสามารถและภูมิรู้ของท่านพี่ผู้คนจะต้องแตกตื่นเป็นแน่” หลินเอ๋อกล่าวออกมาอย่างดีใจ ที่เจ้าพี่บ้าของนางผู้นี้ในที่สุดมันก็ยินดีที่จะไปเข้ารับการทดสอบ ยิ่งตัวของนางอายุมากขึ้นเพียงใดนางก็ยิ่งที่จะรับรู้ได้ว่าพี่ชายของนางนั้นจะต้องเป็นบุคคลที่ไม่ธรรมดาแน่ และเรื่องเกี่ยวกับหลินเทียนแอบฝึกฝนให้กับนางนั้นเรื่องนี้ก็เป็นความลับไม่มีใครรู้แม้แต่คนเดียว ด้วยพลังกายของนางอย่างเดียวในยามนี้นั้นสามารถจัดการกับสัตว์อสูรที่มีความแข็งแกร่งพอๆจอมเวทฝึกหัดขั้น 3 ได้สบายๆ หากนางได้รับการฝึกฝนและการเรียนรู้เกี่ยวกับพลังเวทความสามารถของนางจะต้องพัฒนาขึ้นไปอย่างก้าวกระโดดขึ้นมาแน่

“หลินเทียนเจ้าก็อย่าได้โกรธท่านพ่อของเจ้าเลยนะที่เขาบังคับเจ้าก็เพื่ออนาคตของเจ้า” ผู้เป็นแม่กล่าวปลอบโยนลูกชายของนางด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น ในฐานะคนเป็นพ่อเป็นแม่แล้วก็ย่อมที่อยากจะให้ลูกของตัวเองได้ดีเขาไม่อยากให้ลูกของตัวเองมาใช้ชีวิตจมปักอยู่ที่นี่ เพราะนี่ไม่ต่างอะไรไปจากการปิดกลั้นพรสวรรค์ฟ้าประทาน

“ขอรับท่านแม่ ตัวของข้านั้นเข้าใจความรู้สึกและความหวังดีของท่านพ่อดีแต่ตัวของข้าเพียงแค่เป็นห่วงพวกท่านเท่านั้น” ดูเหมือนว่าการที่ตัวของเขานั้นจะได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวเวลาของเขามันช่างน้อยนิดนัก แต่ตัวของเขานั้นไม่มีทางเลือกเขาจำเป็นที่จะต้องไปฝึกฝนเพราะบนโลกใบนี้นั้นมีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งมากมายถึงแม้ว่าหลินเทียนนั้นจะเป็นผู้ที่รอบรู้ไปหมดแต่ถ้าหากตัวของเค้าอ่อนแอมันก็ไร้ความหมาย แข็งแกร่งเพื่อปกป้องไม่ใช่แข็งแกร่งเพื่อรังแก นี่คือความต้องการของเด็กชายวัย 10 ปี แต่การเดินทางของเขาในฐานะจอมเวทนั้นมันช่างสุดแสนจะยาวนานนักนี่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทาง

ตอนก่อน

จบบทที่ เพื่ออนาคต

ตอนถัดไป