ตบฟันร่วง
อุปนิสัยผู้คนโดยมากมักจะเป็นเช่นนี้ ผู้ที่มีสวรรค์มักจะมีคนพูดจาเยินยอสรรเสริญเต็มไปหมดอย่างมิขาดหู ส่วนผู้ที่อ่อนแอไร้พลังนั้นล้วนแล้วแต่ได้รับการดูถูกถากถางให้อับอาย ผู้คนเหล่านี้นั้นค่อยๆเดินจากไปด้วยจิตใจเศร้าหมอง ภายในสถานที่แห่งนี้นั้นมีทั้งเสียงด่าทอเสียงสรรเสริญปะปนกันไปเต็มไปหมด
“ท่านพี่จ้าว ท่านช่างเป็นบุคคลที่มีพรสวรรค์มากนัก อายุยังน้อยแต่มีพรสวรรค์ระดับ 4 ดาว ธาตุอัคคี อนาคตในภายภาคหน้าได้โปรดอย่าลืมข้านะ ข้าจะทำตัวเป็นลูกน้องที่เชื่อฟังของท่านเอง” ผู้ที่กำลังเลียแข็งเลียขาอยู่นี้นั้นตัวของมันอายุ 14 ปี มีพรสวรรค์เพียงระดับ 2 ดาวเท่านั้น แต่เจ้าตัวกำลังเลียแข็งเลียขาเด็กน้อยอายุ 9 ปี เรียกขารเป็นพี่เสียแล้วทักษะในการเลียแข็งเลียขาของมันผู้นี้นั้นนับว่าไม่ธรรมดาเลยทำให้ผู้ที่ได้ฟังอดตัวลอยแทนมิได้
“ได้หากเจ้าทำตัวเป็นสุนัขที่เชื่อฟังข้าจะรับเจ้าเป็นลูกน้องเอง” ตัวของมันเกิดเพียงแค่ชาติตระกูลธรรมดาเท่านั้นใครจะไปคาดคิดได้กันว่าเด็กบ้านนอกเช่นมันจะมีโอกาสได้เข้าโรงเรียนจอมเวทที่แข็งแกร่งและมีชื่อที่สุดของทวีปยังไม่ทันไรตนเองก็มีสุนัขรับใช้เสียแล้วอนาคตของตนมันช่างสดใสเสียจริง
“จริงนะลูกพี่จ้าวท่านไม่ได้โกหกข้านะ” เพียงแค่ได้เป็นสุนัขรับใช้ของผู้มีพรสวรรค์ระดับ 4 ดาวตัวของมันถึงกับแสดงท่าทางตื่นเต้นยินดีราวกับว่าตัวมันเองได้ 4 ดาวซ่ะเอง ไม่เพียงแค่นั้นมันกลับบ้านไปจะไปบอกญาติพี่น้องของมันเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย การกระทำตัวของคนพวกนี้นั้นช่างมีเกียรติและศักดิ์ศรีเสียจริง
“เจ้าขยะ ไปไส้หัวออกไปอย่ามาเข้าใกล้พี่จ้าวของข้านะ เดียวรังสีขี้ข้าจะมาติด” เมื่อมันได้รับการรับรองเป็นลูกน้องอย่างเป็นทางการแล้วมันจำเป็นที่จะต้องเห่าหอนผู้คนไปเรื่อยเพื่อเป็นการสร้างผลงาน
ทางด้านของหลินเอ๋อในยามนี้นั้นตัวของนางกำลังสั่นเท่าด้วยความหวาดกลัว และดูเหมือนผู้คุมทดสอบก็ไม่ได้ให้การสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อให้มีคนแหกปากเสียงดังโวยวายแค่ไหนหน้าที่ของมันเพียงแค่ทำการทดสอบเท่านั้นทางด้านอาจารย์ตัวแทนของแต่ล่ะโรงเรียนก็แทบที่จะไม่เหลือบตามองด้วยซ้ำ เพราะเหตุการณ์ยกยอหรือการข่มขวัญคนอื่นมันก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาทุกปีอยู่แล้ว
“นี่ท่านพี่ชายร่างยักษ์ ท่านเห็นหรือไม่น้องสาวของข้ากำลังหวาดกลัวในตัวท่านแล้ว” หลินเทียนสกิดชายร่างยักษ์ในทันทีมันผู้นี้อยากเลียแข็งเลียขาใครเขาไม่ว่า แต่มันผู้นี้ถึงกับทำให้น้องสาวของตนหวาดกลัวตัวเขาจะปล่อยผ่านมันไปได้อย่างไร
“ชิ เจ้าทาสชั้นต่ำไม่รักดี เจ้าถือสิทธิ์อะไรมากล่าวเตือนข้าเจ้ารู้ไม่ว่าข้านั้น….” เพรี๊ยยยยยย
ใบหน้าของมันถึงกับสั่นสะท้านอย่างไม่ทันตั้งตัวด้วยแรงตบเพียงครั้งเดียวมีเศษสีขาวเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนหลุดลอยออกมาจากปากของมัน ร่างของมันถึงกับสั่นกระตุกอย่างช้าๆ พร้อมกับน้ำลายฟูมปากราวกับคนใกล้ตายทุกนาที หลินเทียนเพียงแค่ต้องการสั่งสอนเท่านั้นแต่ไม่ต้องการฆ่าให้ตายถึงชีวิต เขาจึงจับร่างที่ล้มลงของมันและช่วยรักษามันอย่างช่วยไม่ได้จนสภาพร่างกายของมันเริ่มที่จะฟื้นฟูขึ้นมาอย่างช้าๆหลังจากนั้นไม่นานทางด้านผู้คุมการทดสอบก็ได้รากร่างของมันจากไป
“เจ้าหนูนี่มันอะไรกัน มันยังไม่ได้ใช้พลังเวทด้วยซ้ำกับทำร้ายผู้คนบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้ได้อย่างไร” อาจารย์จากโรงเรียนเทพกระบี่กล่าวออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อต่อให้หลินเทียนผู้นี้นั้นมีระดับกี่ดาวก็ช่างเขาจะต้องนำเขามาเข้าร่วมกับตนให้ได้
“นี่คือพลังกายของเขาล้วนๆไม่น่าเชื่อหมู่บ้านที่ห่างไกลความเจริญเช่นนี้กับสามารถสร้างสัตว์ประหลาดตัวน้อยขึ้นมาได้เสียด้วย” อาจารย์จากโรงเรียนดาราสวรรค์กล่าวออกมาโดยไม่ต้องคิดเพราะการโจมตีเมื่อครู่เขาไม่สามารถตรวจจับพลังเวทได้เลย มีเพียงแต่พลังกายเท่านั้นที่จะให้คำตอบนี้ได้
ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่นี้นั้นถึงกับทำให้หลินเอ๋อ อดตื่นตะลึงขึ้นมาไม่น้อยพร้อมทั้งรีบสะกิดแขนผู้เป็นพี่ชายในทันที
“ท่านพี่ช่างเป็นบุคคลที่ดุร้ายนัก ข้าไม่รู้มาก่อนเลยว่าท่านซ่อนลักษณะนิสัยเช่นนี้เอาไว้ด้วย”
“เจ้าคือครอบครัวของพี่ พี่จะปล่อยให้ใครมารังแกเจ้าได้อย่างไร อีกอย่างชายที่โดนพี่ทำร้ายไปพี่ก็ช่วยรักษาเขาเบื้องต้นให้แล้วเจ้าจะว่าพี่ดุร้ายได้อย่างไร” หลินเทียนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น นี่จึงทำให้น้องสาวของเขารู้สึกปลอดภัยอย่างมากเมื่ออยู่ใกล้กับผู้เป็นพี่ชาย
จากการแสดงฝีมือของหลินเทียนเมื่อครู่ เหล่าผู้คุมการทดสอบจึงลงความเห็นว่าให้หมู่บ้านพยัคฆ์ขาวเป็นรายถัดไปในการทดสอบ เพราะทางคนใหญ่คนโตต่างก็ต้องการเห็นความสามารถของผู้คนภายในหมู่บ้านนี้
ผู้คนส่วนใหญ่ภายในหมู่บ้านนั้นล้วนได้เพียง 1 ดาว แล้วก็ 2 ดาวเท่านั้นจนกระทั่งมาถึงคิวของหลินเอ๋อ
“ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็ช่างพี่ให้กำลังใจเจ้าเสมอ” หลินเทียนกล่าวออกมาเพื่อไม่ให้น้องสาวของตนเคร่งเครียดมากจนเกินไป
“ค่ะท่านพี่” หลังจากนั้นนางก็เดินออกไปที่แท่นทดสอบในทันที
หลังจากนั้นไม่นานเกิดแสงสีขาวสว่างจ้าราวกับดวงดาวบนฟากฟ้าสร้างความตื่นตะลึงต่อทุกผู้คนที่อยู่ภายใน ณ ที่ แห่งนี้ ผู้ที่สังเกตการณ์ลมหายใจของมันถึงกับติดขัดเมื่อได้พบเห็นกับภาพตรงหน้า
“สวรรค์นี่มันอะไรกัน พรสวรรค์ระดับ 6 ดาว ในรอบ 1 หมื่นปีจะเกิดขึ้นสักครั้งนึงข้าจะต้องนำนางมาอยู่กับข้าให้ได้ไม่ว่าจะทุ่มเททรัพย์กรมากมายเพียงใดข้าก็ต้องรับเด็กคนนี้มาอยู่ด้วยให้ได้” พรสวรรค์เช่นนี้นับว่าหาได้ยากเย็นจริงๆภายในทวีปแห่งนี้ อีกไม่นานนักชื่อเสียงของนางจะต้องดังไปไกลแน่
หลังจากนั้นไม่นานก็ทำการตรวจสอบว่าภายในตอนนี้นั้นนางถือครองธาตุอะไร
“บ้าหน่า….นางถือครองพลังแสงสว่างและพลังธาตุน้ำแข็ง จะแข็งแกร่งเกินไปแล้ว” ผู้ที่ถือครองพลัง 2 ธาตุนั้นมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยและยิ่งเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับนี้นั้นยิ่งยากเข้าไปใหญ่
ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน มังกรอัสนี,ดาราสวรรค์,เทพธิดา,เทพกระบี่,เมฆา ก็ล้วนแล้วแต่อยากได้นางเข้าร่วมทั้งสิ้นถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อจริงๆที่โรงเรียนใหญ่ทั้งหมดต่างที่ต้องการจะดึงตัวนาง
“ข้าขอเลือกโรงเรียนเทพธิดา” หลินเอ๋อ เลือกโรงเรียนนี้นั้นเพราะว่าน่าจะเหมาะสมกับนางที่สุดและก่อนที่จะมาเข้าร่วมในการทดสอบนั้นพี่ชายของนางเองก็อยากที่จะให้นางเข้าเรียนโรงเรียนนี้ เพราะผู้นำสูงสุดของโรงเรียนนี้นั้นนางเป็นสตรีเพียงคนเดียวที่มีความแข็งแกร่งระดับตนๆของทวีปด้วยพรสวรรค์ของหลินเอ๋อภายในอนาคตจะต้องได้รับการสั่งสอนจากนางเป็นแน่