จงใจลดระดับพรสวรรค์

สายตาทุกคนภายในสถานที่แห่งนี้นั้นล้วนแล้วแต่รวมอยู่ที่ตัวนางการที่จะหาพรสวรรค์ระดับ 6 ดาวเช่นนี้นั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ผู้ที่มีพรสวรรค์ระดับนี้นั้นล้วนแล้วแต่เป็นผู้ทรงอิทธิพลของทวีปทั้งสิ้น แถมพลังธาตุที่นางมีนั้นเป็นพลังธาตุที่หายากเป็นอย่างมากน้อยคนนักที่จะมีมัน ไม่ว่าจะเป็นพระสังฆราช หรือจะเป็นผู้อำนวยการของโรงเรียนเทพธิดา นางนั้นก็ถือพลังธาตุแสงเช่นกันกับหลินเอ๋อ

“ตัวข้านั้นมีนามว่า เฟยเสวี่ย เป็นรองผู้อำนวยการของโรงเรียนเทพธิดา ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปเจ้าเป็นศิษย์ของทางเราแล้วหากใครหน้าไหนกล้ารังแกหรือสร้างความเดือดร้อนให้เจ้า เท่ากับเป็นการหยามหน้าโรงเรียนเราขอให้ทุกท่านโปรดจำไว้ ณ ที่นี้ด้วย” นี่นับว่าเป็นครั้งแรกที่โรงเรียนเทพธิดาออกตัวแรงขนาดนี้ขนาดลูกศิษย์คนก่อนหน้านี้นั้นยังไม่ได้รับการเอาใจใส่แม้แต่เพียงเศษเสี้ยว นั่นหมายความว่าโรงเรียนเทพธิดานั้นให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

“ขอบคุณท่านอาวุโสที่เมตตาเด็กรุ่นเยาว์เช่นข้า” หลินเอ๋อกล่าวออกมาด้วยความซาบซึ่งใจเป็นอย่างยิ่งนางไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าจะได้รับการปฏิบัติตัวดีเยี่ยงนี้ผลก็เป็นเพราะพรสวรรค์ของนางเองหากนางเป็นเพียงคนธรรมดาน้อยคนนักที่จะให้ความสนใจ

“ผู้อาวุโส อะไรกันเด็กน้อยต่อไปนี้ข้าจะเป็นอาจารย์ของเจ้า” รองผู้อำนวยการเฟยเสวี่ยกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม ไม่เพียงแต่รูปร่างหน้าตาของนางจะน่ารักน่าชังแล้วนางยังเต็มเปรี่ยมไปด้วยความสามารถคุณสมบัติเช่นนี้ต่อให้ค้นหาอีกเป็นเวลาหลายสิบปีก็อยากที่จะพบหรือไม่ต่อให้หาตลอดชีวิตของนางก็คงที่จะหาเด็กผู้มากไปด้วยพรสวรรค์เช่นนี้ไม่ได้อีกแล้ว

การที่ตัวตนระดับรองผู้อำนวยการมาด้วยตนเองถึงขนาดนี้แสดงว่าทางโรงเรียนให้ความสำคัญกับการรับศิษย์ใหม่เข้ามาภายในโรงเรียนมากๆส่วนโรงเรียนอื่นนั้นเต็มที่คงส่งแค่ระดับผู้อาวุโสของโรงเรียนมา แต่โรงเรียนที่ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกศิษย์ในครั้งนี้นั้นกับเป็นโรงเรียนดาราสวรรค์นั่นเป็นเพราะตัวตนระดับผู้อำนวยการโรงเรียนมาด้วยตนเอง

“ค่ะท่านอาจารย์” หลินเอ๋อกล่าวออกมาด้วยความสุภาพเรียบร้อยอ่อนหวาน

“เจ้าได้รับการอบรมสั่งสอนกิริยามารยาทมาดีมิใช่น้อย สมแล้วที่เป็นศิษย์ของทางโรงเรียนเราเชิญเจ้าไปนั่งที่ก่อนกลับข้าจะไปเยี่ยมเยือนครอบครัวเจ้าด้วยตัวเอง” เฟยเสวี่ย รู้สึกถูกชะตาในตัวหลินเอ๋อเป็นอย่างมากไม่เพียงแต่นางจะมากไปด้วยพรสวรรค์แล้วแต่มารยาทและการวางตัวของนางนั้นก็นับว่าไม่ธรรมดาหาได้ยากยิ่งในหมู่ผู้มีพรสวรรค์ นางเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าหากผู้อำนวยการได้พบเจอนาง นางจะต้องยินดีสั่งสอนเด็กคนนี้ด้วยตัวเองเป็นแน่นานมากแล้วจริงๆที่ผู้อำนวยการของโรงเรียนเทพธิดานั้นไม่ได้รับศิษย์

“เจ้าเก่งมากน้องพี่” หลินเทียนกล่าวชมเชยผู้เป็นน้องสาวอย่างอบอุ่น

“คิ๊ก คิ๊ก ท่านพี่เองก็อย่ายอมแพ้ข้าล่ะ ไม่งั้นขายหน้าน้องสาวคนนี้แย่” นางไม่ได้คิดอะไรมากนักเกี่ยวกับพรสวรรค์ของนางที่ได้มานางเชื่อแทบจะเต็มสิบส่วน สิ่งพวกนี้มันต้องเกี่ยวข้องกับวิธีฝึกพี่ชายของนางแน่

หวืดดดด หวืดดดด หวืดดดดดด แสงผนึกเกิดการส่งแสงอีกครั้งมันสว่างแสบตาเสียยิ่งกว่าผู้เป็นน้องสาวของเขาเสียอีกในขณะที่แสงกำลังส่งสว่างถึงขีดสุดมันกับค่อยๆจืดจางลงอย่างช้าๆคล้ายกับว่าเขาสามารถควบคุมมันได้ดั่งใจ เหตุการณ์เช่นนี้นั้นมิเคยเกิดขึ้นมาก่อน

“อะไรกันพรสวรรค์ระดับ 4 ดาว เจ้าคนที่มาจากหมู่บ้านนี้มันอะไรกันนิมันเป็นสัตว์ประหลาดหรือไง” เหล่าผู้เข้าร่วมการทดสอบต่างพากันส่งเสียงแตกตื่นโง่งม มีเพียงแต่ตัวตนระดับสุดยอดเท่านั้นที่สามารถจับผิดสั่งเกตุได้แววตาของพวกมันนั้นจ้องมองเด็กหนุ่มผู้นี้เป็นทางเดียว

“นี่มันอะไรกันของเจ้าเด็กนี่กัน มันจงใจลดแสงสว่างจากดวงดาวด้วยตัวของมันเองอย่างงั้นเหรอ พรสวรรค์ของเจ้าเด็กนี่แท้จริงมันอยู่ระดับใดกันแน่ มันจะต้องไม่ใช่เพียงแค่ระดับที่ 4 ดาวแน่ๆ” ตัวของหลินเทียนนั้นดูถูกผู้คนที่นี่มากจนเกินไปมีเหรอที่พวกเขาจะจับจุดสังเกตุไม่ได้ สาเหตุที่หลินเทียนจำเป็นต้องลดระดับพรสวรรค์ของตัวเองลงมานั้นเขาเกรงกลัวว่าจะเกิดเรื่องยุ้งยากขึ้นมาได้ ในความคิดของเด็กหนุ่มผู้นี้นั้นหลังจากที่เอามือวางบนผลึกเขาก็สามารถที่จะรับรู้ได้แล้วว่าตัวของเขานั้นแท้จริงมีความสามารถอยู่ในระดับ 7 ดาว ในระดับ 7 ดาวมีเพียงแต่ในตำนานเท่านั้น เขาเกรงว่ายังไม่ทันที่ตัวเองจะโตคงจะถูกผู้คนที่มีจิตคิดร้ายไล่ฆ่าเสียก่อน

เมื่อสิ้นสุดการทดสอบพรสวรรค์แล้วหลินเทียนก็ทำการหยดเลือดเพื่อทำการตรวจสอบธาตุของตนในทันทีด้วยกระบวนการนี้นั้นเขาไม่สามารถที่จะปิดกลั้นหรือหลอกรวงใครได้

“บ้าไปแล้ว นี่เขาสามารถที่จะใช้ได้ทุกธาตุอย่างงั้นเหรอตัวตนเช่นนี้นั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

“นี่คือสิ่งที่น่าเหลือเชื่อก็จริง แต่การที่เขามีทุกธาตุนั้นนั่นก็หมายความว่าเขาไม่สามารถที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับธาตุนั้นๆได้ถึงขีดสุด พรสวรรค์เช่นนี้มันไม่ต่างอะไรไปจากขยะดีๆนั่นเอง” ผู้คนต่างพากันถกเถียงกันว่าแท้จริงแล้วหลินเทียนผู้นี้นั้นเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์หรือเป็นเพียงแค่เศษขยะกันแน่ แต่ถึงจะเป็นอย่างงั้นเขาก็มีพรสวรรค์มากถึง 4 ดาวควรค่าแต่การฝึกฝน มีโรงเรียนใหญ่ทุกโรงเรียนที่ยินดีต้อนรับหลินเทียนแต่ตัวของเขานั้นจะไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควรนัก

“หากเจ้ายินดีเข้าร่วมกับทางโรงเรียนข้า ไม่ว่าเจ้าจะเรียกร้องอะไรหากไม่เกินความสามารถข้าก็ยินดีที่จะทำตามคำขอของเจ้า” ผู้ที่กล่าวออกมานี้นั้นคือผู้อำนวยการของโรงเรียนดาราสวรรค์ นามของเขาคือชิงหลง ความสามารถของคนผู้นี้นั้นก็อยู่ในลำดับต้นๆของทวีปสาเหตุที่โรงเรียนนี้ตกต่ำลงนั้นอันเป็นผลมาจากมีศิษย์ที่มากไปด้วยความสามารถที่ต้องจบชีวิตไปก่อนวัยอันควรสาเหตุของการตายนั้นยังไม่แน่ชัดและยังคงเป็นความลับจนถึงปัจจุบัน

“ข้าขอเข้าร่วมกับโรงเรียนดาราสวรรค์” หลินเทียนตอบตกลงในทันที ถึงแม้ว่าในยามนี้นั้นโรงเรียนดาราสวรรค์จะอยู่ในลำดับท้ายสุดจากชั้นหัวแถว แต่ตัวของเขานั้นย่อมให้ความสำคัญกับมิตรภาพมากที่สุดและอีกอย่างผู้อำนวยการคนนี้นั้นลักษณะนิสัยท่าทางก็ไม่เลวนัก ส่วนโรงเรียนอื่นเหรอเลิกคิดไปเลยแนวทางปฏิบัติมันแตกต่างจากแนวคิดของเขามากจนเกินไป

ตอนก่อน

จบบทที่ จงใจลดระดับพรสวรรค์

ตอนถัดไป