มุ่งหน้าสู่โรงเรียนดาราสวรรค์
หลังจากกินอาหารร่วมกันเสร็จแล้วทางด้านของเฟยเสวี่ยก็ได้พาหลินเอ๋อออกเดินทางในทันทีคณะเดินทางของพวกนางนั้นมีผู้ที่ติดตามมาด้วยนั้นนับว่าเป็นจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวขบวนรถม้า 3-4 คันค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆออกจากหมู่บ้านพยัคฆ์ขาว
“พวกเราก็ควรที่จะออกเดินทางกันบ้างเถอะหลินเทียนนี่ก็สายมากแล้ว” ทางด้านของชิงหลงเองก็ได้ให้เวลากับหลินเทียนไม่น้อยเลยเพื่อที่จะร่ำลากับครอบครัว
“ท่านพ่อท่านแม่ลาก่อนไว้เมื่อมีโอกาสข้าจะมีเยี่ยมพวกท่าน”
“เจ้าเติบใหญ่ขึ้นมากจริงๆหลินเทียน จงเดินตามความฝันของเจ้าเถอะส่วนแม่เจ้าพ่อจะดูแลให้เอง” ทางด้านตัวของหลินเทียนเองรู้สึกมีพลังกายพลังใจขึ้นมาไม่น้อยเมื่อได้รับกำลังใจจากผู้เป็นบิดามารดา หลังจากนั้นหลินเทียนจึงเริ่มที่จะออกเดินทางกันในทันที การเดินทางของพวกเขาทั้งสองเป็นไปอย่างช้าๆเพราะพวกเขานั้นเดินทางด้วยเท้าไม่ทราบว่าต้องใช้ระยะเวลามากน้อยเพียงใดถึงจะไปถึงจุดหมายปลายทาง
“ท่านผู้อำนวยการชิงหลง ผู้ติดตามของท่านหายไปไหนหมดอย่างงั้นเหรอ” หลินเทียนกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัยเพราะในตอนที่อยู่ภายในเมืองแสงศักดิ์สิทธิ์นั้นชิงหลงมีผู้ติดตามมาด้วยไม่น้อยเลย
“อ่อ เจ้าพวกนั้นพาเด็กๆที่ผ่านการคัดเลือกกลับไปที่โรงเรียนของเรากันหมดแล้ว หากพาเจ้าพวกนั้นมาด้วยคงเกิดเรื่องยุ้งยากไม่น้อย” ชิงหลงนั้นเป็นบุคคลที่เข้าถึงได้ยากและเบื่อความวุ่นวายอย่างถึงที่สุดถึงจะเป็นอย่างงั้นเขากับได้รับการยอมรับและให้การนับถือจากคนทั่วทั้งทวีป และได้รับการคัดเลือกจากบุคคลระดับสูงให้มาดูแลที่โรงเรียนดาราสวรรค์แห่งนี้
“หลินเทียนมีสิ่งหนึ่งที่เจ้าต้องเข้าใจ ถึงแม้ว่าตัวของเจ้านั้นจะมากไปด้วยพรสวรรค์ข้าจะไม่ให้สิทธิพิเศษกับเจ้าเป็นอันขาด นี่ก็เพื่อความสำเร็จและความก้าวหน้าของเจ้าเอง”
“ข้าเข้าใจ” หลินเทียนตอบรับอย่างว่าง่าย เพราะถึงอย่างไรชิงหลงผู้นี้นั้นก็ให้การช่วยเหลือตนไม่น้อย จากคำบอกเหล่าของเฟยเสวี่ย ข่ายอาคมที่ชิงหลงกลางให้ตนนั้นถือว่าล้ำค่ามิใช่น้อย และราคาที่เขาคิดให้ตนนั้นถือว่าต่ำความเป็นจริงเป็นอย่างมาก เพียงแค่นี้ก็นับว่าเป็นบุญคุณอย่างมากมายมหาศาล
“โรงเรียนดาราสวรรค์ของทางเรานั้นมีศิษย์อยู่ 3 ระดับด้วยกัน มีศิษย์ฝ่ายนอก ศิษย์ฝ่ายใน แล้วก็ศิษย์หลัก การที่เจ้าจะสามารถเป็นศิษย์ฝ่ายในหรือศิษย์หลักได้นั้น เจ้าจะต้องอยู่ในระดับพลังตามเกณฑ์ที่พวกเราตั้งไว้และทำภารกิจต่างๆให้ครบถ้วน เส้นทางแต่ล่ะด่านที่เจ้าต้องผ่านไปนั้นนับว่าไม่ง่ายเลย” ถึงแม้ว่าตัวของหลินเทียนจะมีพรสวรรค์มากมายขนาดไหนแต่จุดเริ่มต้นของเขานั้นก็เป็นเพียงแค่ศิษย์ฝ่ายนอกเท่านั้น นับว่าความเข้มงวดของตาเฒ่าผู้นี้นั้นนับว่าน่ากลัวจริงๆแม้แต่ผู้ที่มีพรสวรรค์อย่างแท้จริงตัวของเขาก็ไม่มีวันที่จะอ่อนข้อให้
ชิงหลงจ้องมองหลินเทียนเป็นเวลาไม่นานนักตัวของเขากับพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“ไม่เลว ไม่เลว อายุของเจ้าเพียงเท่านี้แค่นั้นกับเป็นจอมเวทฝึกหัดขั้นที่ 2” เด็กรุ่นเยาว์ที่ยังไม่ได้รับการเรียนรู้หรือถ่ายทอดทักษะเกี่ยวกับพลังเวทโดยมากระดับของพวกเขาคงเป็นเพียงแค่ สามัญชนเท่านั้น แต่หลินเทียนกับสามารถพัฒนาตนเองได้จนไปถึงจอมเวทฝึกหัดขั้นที่ 2 ความสามารถเช่นนี้นับว่าน่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง
ในระหว่างการเดินทางที่ผ่านมานั้นก็พอพบเจอกับสัตว์อสูรบ้าง แต่พลังของมันนั้นก็ไม่ได้มีความแข็งแกร่งมากมายอะไรนักชิงหลงไม่พลาดเลยที่จะให้หลินเทียนผู้นี้จัดการด้วยตนเอง หากเมื่อใดที่เขารู้สึกว่ามันเกินความสามารถของหลินเทียนเขาก็จะเข้าให้การช่วยเหลือในทันที
“เจ้าหนู เจ้ามันปีศาจชัดๆ เพียงแค่ใช้พลังกายล้วนๆกับสามารถจัดการสัตว์อสูรได้จนอยู่หมัด ทักษะการต่อสู้ที่เจ้าใช้เมื่อคู่มันคือสิ่งใดกัน” ถ่วงท่าการต่อสู้ของหลินเทียนนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ถึงแม้ว่าชิงหลงจะผ่านโลกมามากแต่ตัวของเขาเองก็ไม่เคยเห็นทักษะเช่นนี้
“มันเป็นทักษะการต่อสู้ที่อาจารย์ของข้าเป็นผู้สอน ที่โรงเรียนของท่านไม่ได้มีการสอนศิลปะการต่อสู้เช่นนี้หรอกรึ” การกระทำใดที่มันผิดแปลกมากจนเกินไปหลินเทียนก็จะอ้างอาจารย์ผู้ไม่มีตัวตนอยู่จริงในทันที
“ไอ้มีมันก็มี แต่มันไม่ได้พิสดารเหมือนเช่นเจ้าเช่นนี้” ทักษะการต่อสู้ของผู้คนที่นี่นั้นเน้นพละกำลังเป็นหลัก แต่ทักษะของหลินเทียนนั้นมันมีครบทุกด้านไม่ว่าจะด้านพละกำลังหรือถ่วงท่า หรือจะเป็นการพลิกแพลง ล้วนถูกหลอมผสานเป็นหนึ่งเดียว
“อาจารย์ที่สามารถสั่งสอนพวกเจ้าพี่น้องได้นั้นความสามารถไม่ธรรมดาเลยจะเป็นไปได้ไหมเจ้าหนูที่ข้าอยากจะพบเจอตัวเขาสักครั้ง” ชิงหลงนั้นคาดหวังเป็นอย่างยิ่งที่อยากจะพบเจอตัวอาจารย์ที่ไม่มีตัวตนของหลินเทียน เขานั้นคิดเองเออเองเอาว่าอาจารย์ของหลินเทียนนั้นจะต้องเป็นยอดฝีมือจอมเวทระดับชั้นหัวแถวเป็นแน่คงจะดีไม่น้อยถ้าสามารถเชิญตัวเขามาเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนของตนเพราะไม่ว่าจะเป็นสถานที่แห่งใดก็ต้องการที่จะได้คนมีความสามารถมาร่วมงานด้วยกันทั้งนั้นไม่เว้นแม้แต่ตัวของชิงหลงเองก็ตาม
“เห็นทีคงจะยาก เพราะอาจารย์ของข้านั้นเป็นผู้รักสันโดดอย่างถึงที่สุดนี่ก็เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ข้าและน้องสาวไม่ได้พบหน้ากับอาจารย์” หลินเทียนแก้ตัวออกมาน้ำขุ่นๆเขาจะสามารถเชิญตัวมาได้อย่างไรก็อาจารย์ที่เขาว่ามานั้นมันไม่มีอยู่จริงทางด้านตัวของชิงหลงเองก็แสดงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเสียดายอยู่ไม่น้อยเลยที่จะไม่ได้พบเจอกับยอดฝีมือด้วยตัวของเขาเอง
“เห่อ ช่างมันเถอะ” ตัวของมันเองก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรมากนักเกี่ยวกับคำตอบของหลินเทียน เพราะผู้คนที่มันรู้จักก็ล้วนแล้วแต่มีลักษณะนิสัยเช่นนี้ เพียงมันได้รับตัวของหลินเทียนเข้ามาเป็นศิษย์นี่ก็นับว่าเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียนของมันอย่างมากมายมหาศาลแล้ว
วันเวลาผ่านไปถึง 5 วัน ในที่สุดหลินเทียนและชิงหลงก็เดินทางมาถึงโรงเรียนดาราสวรรค์แห่งนี้จนได้ความกว้างใหญ่ของโรงเรียนแห่งนี้นั้นมันกว้างใหญ่กว่าหมู่บ้านพยัคฆ์ขาวนับสิบเท่า