เบาะแสของเรื่องราวบางอย่าง

หลินเทียนถึงกับเหม่อลอยกับภาพด้านหน้าเป็นเวลานาน เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าโรงเรียนดาราสวรรค์จะยิ่งใหญ่อลังกาลมากมายถึงเพียงนี้ ที่บริเวณด้านหน้าทางเข้าเป็นกำแพงหินคอนกรีดขนาดยักษ์ถูกแกะสลักเอาไว้อย่างสวยงามคล้ายกับเป็นการเล่าขานตำนานอะไรบางอย่าง ประตูทางเข้านั้นถูกสร้างจากรั้วเหล็กที่ถูกถักทอจนเป็นลวดลายที่สุดแสนจะสวยสดงดงาม บนถนนทางเดินนั้นถูกปูด้วยแผ่นหินคอนกรีตตลอดสาย บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยต้นไม้ที่สูงใหญ่ให้ความสงบร่มเย็นอย่างถึงที่สุด เมื่อมองเหนือขึ้นไปบนท้องฟ้านั้นมีเรือเหาะขนาดยักษ์ลอยอยู่เหนือน่านฟ้า 4-5 ลำ ไม่เพียงแค่นั้นเหล่าเด็กรุ่นเยาว์ต่างพากันเหาะเหินอยู่เต็มไปทั่วท้องฟ้าด้วยทักษะพลังเวทอะไรบางอย่าง หากหลินเทียนได้เรียนเวทนี้ล่ะก็จะช่วยประหยัดระยะเวลาอยู่มิใช่น้อยเลยทีเดียวและดูเหมือนว่าเวทชนิดนี้มันจะเป็นพื้นฐานของพื้นฐานที่สุด

“ไหนว่าโรงเรียนของท่านกำลังตกอับไง แล้วภาพที่ข้าเห็นนี่มันอะไรกัน” ความยิ่งใหญ่ความอลังกาลที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าหลินเทียนแทบที่จะไม่เชื่อว่าโรงเรียนแห่งนี้นั้นกำลังถังแตก ภาพที่เห็นมันช่างแตกต่างจากที่เขาคาดคิดไปไกลนัก

“โรงเรียนของเราเคยเป็นถึงอดีตโรงเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทวีปก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเหลือเค้าโครงของความยิ่งใหญ่ทิ้งเอาไว้ลูกศิษย์ที่จบไปจากที่นี่นั้นล้วนแล้วแต่มีความสามารถที่โดดเด่น แต่ช่วงหลายสิบปีมานี้นั้นเหล่าเด็กรุ่นใหม่ที่มากไปด้วยพรสวรรค์ล้วนแล้วแต่ตกตายไปอย่างปริศนาก่อนวัยอันควร นี่จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่เด็กรุ่นใหม่มากไปด้วยความสามารถไม่เลือกที่จะมาเรียนกับทางโรงเรียนเรา” สาเหตุที่โรงเรียนดาราสวรรค์ตกต่ำลงไปอย่างช้าๆนั้นนั่นก็คือการตายไปอย่างลึกลับของศิษย์ผู้มีพรสวรรค์ และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหลายสิบปีนี้นั้นทางโรงเรียนยังไม่สามารถที่จะตอบคำถามที่แน่ชัดได้เลยว่าการตายของเด็กรุ่นเยาว์ผู้มีพรสวรรค์นั้นแท้จริงแล้วมันเกิดมาจากสาเหตุใดกันแน่แม้แต่ทาง ผู้อำนวยการเช่นมันก็จนปัญญา

“อะไรกันมีเรื่องราวเช่นนี้เกิดขึ้นด้วยอย่างงั้นเหรอแล้วชีวิตของข้าจะปลอดภัยไหมเนี้ย” หลินเทียนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงและท่าทางหยอกล้อ เรื่องภูตผีปีศาจหรือวิญญาณร้ายนั้นตัวของเขาไม่มีทางเชื่ออย่างเด็ดขาด

“เจ้าหนุ่มหากเจ้าสามารถที่จะแก้ปัญหานี้ได้จริงๆหนี้ที่เจ้าติดค้างข้า ถือว่าหักล้างกันไปได้เลย” ชิงหลงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเป็นอย่างมาก

“จริงนะ หากข้าสามารถจัดการกับเรื่องนี้ได้หนี้ที่ข้าติดค้างท่านถือว่าหักล้างกันไปเลย” หลินเทียนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความตื่นเต้นยินดี ตัวของเขานั้นไม่รู้หรอกว่าต้องพบเจอกับอะไรหากสามารถที่จะปลดหนี้ในครั้งนี้ได้นั้นนับว่าคุ้มค่าอย่างถึงที่สุด ในตอนแรกนั้นหลินเทียนคิดว่าสาเหตุที่โรงเรียนดาราสวรรค์ตกต่ำลงได้ถึงเพียงนี้น่าจะเกิดจากสาเหตุภายนอกแต่ที่ไหนได้กับเกิดเหตุภายในและมีหรือที่เกิดเรื่องเช่นนี้ความสามารถเช่นผู้อำนวยการจะมีหรือที่จะไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ได้ คงมีเหตุผลเดียวเท่านั้นเขาต้องการให้เด็กนักเรียนภายในโรงเรียนแห่งนี้แก้ปัญหาด้วยตนเอง ถึงแม้ว่าโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้จะต้องตกต่ำลงก็ตาม

“ฮ่า ฮ่า ตัวของข้านั้นเป็นคนรักษาคำพูดเสมอ ก่อนอื่นข้าจะพาเจ้าไปส่งที่หอพักของศิษย์ฝ่ายนอกหากเจ้ามีเรื่องสงสัยอะไรเจ้าสามารถที่จะถามศิษย์คนอื่นได้ข้าเชื่อว่าพวกเขาคงจะแนะนำและให้การต้อนรับเจ้าเป็นอย่างดี” ผู้อำนวยการชิงหลงไม่ได้อธิบายเรื่องลี้ลับภายในโรงเรียนแห่งนี้มากนัก แต่เขาเชื่อว่าสักวันหนึ่งหลินเทียนจะต้องสามารถแก้ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน

“เอ่อ ท่านผู้อำนวยการสถานที่แห่งนี้มันคือสถานที่ใดกัน” หลินเทียนกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกสงสัยอย่างถึงที่สุดที่ด้านหน้าของมันในยามนี้นั้นเป็นอาคารไม้หลังเก่าที่สุดแสนจะทรุดโทรมมันเป็นอาคารไม้สองชั้นที่มีสภาพพังแหล่ไม่พังแหล่ หลินเทียนไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าโรงเรียนดาราสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่จะมีสถานที่สุดแสนจะน่าสงสารเช่นนี้อยู่ด้วยมันคล้ายกับว่าเป็นสถานที่ห่างไกลผู้คนพื้นที่บริเวณโดยรอบแห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยป่าเขามันให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างอย่างถึงที่สุด และดูเหมือนจะมีเจ้าพวกโง่ที่เป็นจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังเล่นวิ่งไล่จับกันอยู่ใช้ชีวิตกันอย่างไร้สาระ

“มันคือสถานที่พักอาศัยของศิษย์ฝ่ายนอกยังไงล่ะ ต่อจากนี้ไปเจ้าจะต้องพักอาศัยอยู่ที่นี่” สถานที่พักของศิษย์ฝ่ายนอกและศิษย์ฝ่ายในนั้นมันต่างกันราวกับฟ้ากับเหว ไม่เพียงแค่นั้นยังรวมถึงความสามารถของอาจารย์ผู้สอนด้วยอาจารย์ของพวกศิษย์ฝ่ายในนั้นล้วนแล้วแต่มีพลังอำนาจที่สูงกว่าศิษย์ฝ่ายนอก แต่ทักษะวิชาที่อยู่ภายในหอสมุดนั้นล้วนแล้วแต่มีระดับที่ไม่แตกต่างกัน มีเพียงจำนวนหยิบมือนึงเท่านั้นที่สามารถเรียนรู้ทักษะระดับสูงได้ด้วยตัวเองจนสำเร็จโดยมากพวกเขาจะต้องขอคำชี้แนะจากผู้เป็นอาจารย์

หลังจากที่ผู้อำนวยการชิงหลิงเดินทางมาส่งหลินเทียนจนถึงที่พักแล้วตัวของเขานั้นก็ขอตัวจากไปในทันทีเพราะมีงานอีกมากที่เขาจะต้องจัดการหลังจากที่เดินทางมาถึง

ทางด้านตัวของหลินเทียนเองก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไรนักที่ตนเองต้องมาอาศัยอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ เพราะเป้าหมายของเขามีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นเพื่อที่จะปกป้องตัวเขาเองและครอบครัวได้ เมื่อตัวของมันเข้ามาถึงกับพบว่าสถานที่แห่งนี้นั้นมันสกปรกไปหมดเขาอดไม่ได้เลยที่จะทำความสะอาดมันไม่เช่นนั้นค่ำคืนนี้เขาคงนอนไม่หลับแน่ ในตอนนี้นั้นตัวของหลินเทียนรู้สึกคันไม้คันมือไปหมดเขาอยากที่จะแปลงโฉมสภาพห้องที่สุดแสนจะทรุดโทรมนี้ขึ้นมาเสียใหม่ มีแบบบแปลนตกแต่งบ้านมากมายอยู่ภายในหัวสมองของหลินเทียน วัสดุในการก่อสร้างนั้นตัวของเขาสามารถสร้างสรรค์พวกมันขึ้นมาด้วยตัวของเขาเองโดยที่ไม่ต้องไปหาซื้อที่ไหน การรีโนเวทบ้านครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขาได้เริ่มขึ้นแล้วเขาจะเปลี่ยนแปลงห้องไม้ที่ผุๆพังๆนี้นั้นให้มันน่าอยู่ขึ้นราวกับว่าเป็นสรวงสวรรค์ มีเวลาอีกนานนับอาทิตย์ที่การเรียนการสอนจะเริ่มขึ้นและมันก็เป็นเวลาที่มากพอที่ตัวของเขานั้นจะดัดแปลงห้องพักของเขาจนเสร็จ

ตอนก่อน

จบบทที่ เบาะแสของเรื่องราวบางอย่าง

ตอนถัดไป