มู่หลานหลาน
เพียงแค่ไม่กี่อึดใจมันก็ถึงยังที่พักของหลินเทียนจนได้คนหนึ่งนั้นเป็นชายชราที่มีใบหน้าดุดันเหี้ยมเกรียมไว้ซึงหนวดเครารากยาว ใบหน้าของมันในยามนี้นั้นเต็มไปด้วยความเงียบขรึมสุดขีด มวลไอสังหารแห่งความตายล้วนแล้วแต่ล่องลอยอยู่บริเวณโดยรอบของชายชราตัวของเขานั้นสวมใส่ชุดเกราะสีดำมืดสนิทเพียงแค่มองก็รู้แล้วว่าของแต่ละชิ้นที่เป็นเครื่องประดับของมันนั้นล้วนแล้วแต่มีระดับที่สูงส่งยิ่งน้อยคนนักที่จะหามันมาสวมใส่ได้เพราะราคาค่างวดของมันนั้นไม่ต่ำทรามเลย อีกด้านเป็นหญิงชราที่มีใบหน้าที่ยังหลงเหลือล่องลอยแห่งความงดงามเอาไว้อยู่เพียงแค่มองก็รู้แล้วว่ายามที่นางเป็นสาวแรกรุ่นนั้นนางจะต้องเป็นสาวงามแห่งยุคเป็นแน่หญิงชรานางนี้สวมเสื้อผ้าสบายๆแต่ยังคงสีดำมืดสนิทเช่นเดียวกับชายชรา
“มู่หลานหลานนางจะต้องอยู่ที่นี่แน่ข้าสามารถสัมผัสรับรู้ถึงนางได้” หญิงชราพูดออกมาด้วยความตื่นเต้นยินดี พวกเขาใช้เวลาไม่น้อยเลยกว่าที่จะหาล่องลอยของนางจนพบ
“นางจะต้องอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้เป็นแน่ พวกเรารีบเข้าไปพบนางกันเถอะไม่แน่ว่า ในยามนี้สภาพของนางกำลังแย่อยู่ก็เป็นได้ ข้ารู้สึกร้อนใจอย่างบอกไม่ถูก” ชายชรากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความเป็นกังวลอย่างถึงที่สุดเกรงว่าจะเกิดภัยอันตรายที่ร้ายแรงต่อหลานสาวของตน ทางด้านเจ้าสัตว์อสูรตัวน้อยนั้นราวกับว่าตัวของมันในยามนี้นั้นกำลังรู้ถึงการมาของคนทั้งสองมันจึงรีบใช้มหาเวทแห่งการหลับไหลเพื่อที่จะให้ตัวของหลินเทียนนั้นเข้าสู่สภาวะแห่งการหลับลึก นี่เป็นการแสดงถึงว่าพลังของนางในยามนี้นั้นสูงล้ำกว่าหลินเทียนเป็นอย่างมากเด็กหนุ่มจึงหลับไหลไปโดยไม่รู้สึกตัวสักนิด
“เจ้า เจ้า” เมื่อชายชราเข้ามาสภาพของมันในยามนี้นั้นถึงกับหนวดเคราชี้ชูชันสั่นไม่หยุดราวกับว่าตัวของมันนั้นกำลังเห็นภาพที่บาดหูบาดตาที่สุดในชีวิตและมันไม่คิดว่าในชีวิตของมันนั้นจะต้องมาเห็นภาพเช่นนี้ หลานสาวที่น่ารักของมันกำลังอยู่ในสภาพร่างของสัตว์อสูรและไม่เพียงแค่นั้นนางยังนอนอยู่ภายในอ้อมกอดของเด็กเปรตผู้หนึ่งอีกด้วย เวลาผ่านไปเพียงชั่วอึดใจในที่สุดมันก็ตั้งสติได้
“เจ้าหนูสกปรก ไส้หัวออกไปจากหลานสาวข้าซ่ะ” เสียงกู่ร้องของชายผู้นี้นั้นราวกับสัตว์อสูรที่ดุร้าย ราวกับว่าต้องการที่จะสับสังหารหลินเทียนเพียงครั้งเดียว
“ท่านปู่ ท่านจะทำอะไรของท่านอ่ะ นี่คือว่าที่สามีของข้าน่ะ และในอนาคตเขาจะมาเป็นหลานเขยของท่านด้วย” เพียงคำพูดไม่กี่คำของหลานสาวที่รักยิ่งถึงกับทำให้ดวงใจของชายชราถึงกับแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน อายุของนางเพียงแค่ 10 ปีเท่านั้นกับพูดจาที่ไร้ยางอายเช่นนี้ออกมา
“เจ้าเฒ่า เจ้าจงออกไปก่อนข้ามีเรื่องที่จะต้องพูดคุยกับนาง” หญิงชราไล่ตาเฒ่าผู้นี้ออกไปทันที คำพูดของนางเพียงไม่กี่คำเหมือนดั่งประกาศิตสวรรค์ ตัวของมันนั้นไม่กล้าที่จะกล่าววาจาออกมาแม้แต่เพียงครึ่งคำ เกรงกลัวว่านางนั้นจะโกรธเคืองมันจึงรีบออกไปทันที
เมื่อตาเฒ่าเดินออกไปแล้วนั้นเจ้าสัตว์อสูรน้อยนี้นั้นเปลี่ยนสภาพร่างของตนเองเป็นมนุษย์ในทันทีสภาพของนางในยามนี้นั้นอยู่ในสภาพที่เปลือยเปล่า ไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์ใดๆสวมใส่อยู่ที่กายของนางทั้งสิ้นนี่จึงเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่นางไม่ยอมกับร่างมาเป็นมนุษย์เสียที ทางด้านของหญิงชราจึงได้รีบหาเสื้อผ้ามาให้นางสวมใส่ในทันทีขืนปล่อยให้หลานสาวผู้งดงามของตนต้องมาตกอยู่ภายในสภาพนี้นานๆมันคงเป็นเรื่องที่ไม่น่าดูชมนัก หญิงสาวผู้งดงามนี้นั้นนางมีชื่อว่า มู่หลานหลาน ใบหน้าของนางนั้นงดงามเป็นอย่างมากความงามของนางนั้นมันมากถึงขนาดที่จะสามารถดูดวิญญาณของคนๆนึงได้อย่างสบาย หากจะบอกว่าความงามของนางนั้นเป็นหนึ่งแต่ไม่เป็นสองนั้นก็ไม่ใช่คำพูดที่เกินไปนัก ไม่เพียงแค่นั้นสตรีนางนี้นั้นยังเป็นถึงผู้มีพรสวรรค์ระดับ 6 ดาวเช่นเดียวกันกับน้องสาวของหลินเทียน แต่ที่พลังฝีมือของนางเหนือกว่าหลินเทียนนั้นเพราะได้รับการส่งเสริมที่ดีจากตระกูลของนางชาติตระกูลของนางนั้นไม่ธรรมดาเพียงแค่เอยนามของมันออกมา มันสามารถที่จะสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งดินแดนดาราสวรรค์แห่งนี้ได้อย่างสบายๆ หากจะพูดให้ถูกพวกเขานั้นไม่ใช่คนของทวีปนี้ แต่ก็มีเส้นสายใหญ่โตอยู่ที่นี่เป็นจำนวนไม่น้อยเลยที่จะยินดีรับใช้ตระกูลของนาง
“มู่หลานหลาน ที่แท้มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเจ้ากันแน่ทำไมตัวเจ้าถึงต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้” หญิงชรากล่าวถามออกมาด้วยความรู้สึกสงสัยอย่างถึงที่สุดที่หลานรักของตนต้องมาตกอยู่ในสภาพที่ไม่สู้ดีเช่นนี้
“ข้าโดนยาพิษ ข้าคิดว่าน่าจะเป็นฝีมือของมู่ชิง ที่คอยแอบลอบวางยาพิษข้า สภาพข้าของข้าในยามนั้นรู้สึกไร้เรี่ยวแรงไม่เพียงแค่นั้นเสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวมใส่ล้วนแล้วแต่หายไปจนหมดสิ้นข้าคิดว่านางนั้นคงต้องการที่จะฆ่าข้าไม่เพียงแค่นั้นนางยังต้องการที่จะหยามเกียรติของข้าอีกด้วย” มู่หลานหลาน นั้นเล่าทุกเรื่องที่เกิดขึ้นกับนางและไม่เพียงแค่นั้นนางยังได้เล่าอีกว่าหลินเทียนผู้นี้นั้นเป็นผู้ที่ช่วยเหลือชีวิตของนาง
“นังสารเลวเลี้ยงไม่เชื้องนั่น กล้ามาทำกับหลานสาวข้ามากถึงเพียงนี้เชียวหรือ ดีหากเราไปรวมตัวกับท่านพ่อเจ้าเมื่อไหร่ข้าจะจับหักแขนหักขามันเองที่กล้ามาทำร้ายเจ้าเช่นนี้” หญิงชรากล่าวออกมาด้วยความโกรธแค้นที่มีคนกล้ามาทำร้ายหลานสาวของตนเช่นนี้ ส่วนผู้ที่ลงมืออย่างโหดเหี้ยมผู้นี้นั้นมีนามว่า มู่ชิง เป็นเด็กสาวที่ท่านพ่อของมู่หลานหลานรับเข้ามาเป็นบุตรบุญธรรม
“เห่อ..พวกเราในยามนี้นั้นจะทำอะไรได้อีกท่านพ่อหลงนางนั่นอย่างกับอะไร” มู่หลานหลาน นั้นรู้สึกโกรธเคืองท่านพ่อของนางไม่น้อยที่เข้าข้างคนอื่นมากกว่าลูกในไส้ของตัวเอง ท่านพ่อของนางนั้นหาได้รู้เลยว่าตัวเขาเองนั้นกำลังชุบเลี้ยงงูพิษที่เลี้ยงไม่เชื่องอยู่ หากมีหลักฐานที่ไม่เพียงพอมีหรือที่ตัวของนางจะจัดการกับพี่สาวบุญธรรมของนางผู้นี้ได้ตัวของนางนั้นเป็นถึงผู้มีพรสวรรค์ระดับ 6 ดาวเช่นเดียวกันกับนางและแถมตัวของนางนั้นยังมากไปด้วยกลอุบายอีกด้วย ช่างเป็นศัตรูที่ยากจะจัดการจริงๆ
“บิดาของเจ้าช่างเป็นบุคคลที่โง่เขลานักที่ไปหลงเชื่อนางจิ้งจอกนั่น” เมื่อพูดคุยกันเสร็จสิ้นแล้วหญิงชราจึงเรียกตาเฒ่าเข้ามาทันทีพร้อมทั้งเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับหลานสาวของตน
“มู่หลานหลาน แล้วเจ้าจะให้ข้าจัดการอย่างไรกับนักผจญภัยที่กล้ามาทำร้ายเจ้า หรือจะให้ข้าปล่อยพวกมันไป” ชายชรากล่าวถามกับหลานสาวของตนด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยสบอารมณ์อย่างถึงที่สุดพร้อมทั้งจ้องมองร่างของหลินเทียนที่หลับอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว
“ท่านปู่ นี่ท่านยังไม่รู้จักข้าดีพออย่างงั้นเหรอ ไม่เห็นต้องถามคนที่พวกมันกล้ามาทำร้ายข้าพวกมันต้องตายทั้งหมด” ถึงแม้ว่ามู่หลานหลานนั้นตัวของนางจะมีใบหน้าที่สวยสดงดงามแต่ตัวของนางก็มีความโหดเหี้ยมอยู่ไม่น้อยนางไม่เคยปราณีต่อผู้ที่คิดตั้งตนเป็นศัตรูกับนาง
“สมแล้วที่เป็นหลานสาวเพียงคนเดียวของข้าวางใจเถอะเดียวท่านปู่คนนี้จะจัดการผู้ที่กล้ามารังแกเจ้าเอง”
หวืดดด หวืดดดด สิ้นเสียงค่ำตอบของมู่หลานหลานร่างของชายชราก็เหลือแต่เพียงความว่างเปล่า
ณ สถานที่ห่างไกลมีเสียงกรีดร้องของผู้คนมากมายดังขึ้น มันเป็นเสียงสุดท้ายของชีวิตที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังหลังจากนั้นไม่นานเสียงเหล่านั้นก็เงียบหายไป