ซาลาเปาตัวน้อย
เจ้าของร่างเดิมชื่อหวังเสี่ยวเตี๋ย เกิดในครอบครัวที่ยากจนข้นแค้นในหมู่บ้านบนภูเขา บิดาป่วยหนักนอนติดเตียง มารดาเป็นคนอ่อนแอและขลาดเขลา เพื่อจะได้เงินมารักษาบิดา นางจึงถูกบังคับให้แต่งงานกับลูกชายคนเดียวของหัวหน้าหมู่บ้าน เนื่องจากมีหมอดูได้มาทำนายทายทักเอาไว้ว่าตำแหน่งฮวงจุ้ยของบ้านไม่ดี ถ้าแต่งสะใภ้มาจะทำให้สะใภ้มีอายุสั้น
ทันทีที่ชาวบ้านทั้งหลายรู้ข่าว ต่อให้เป็นครอบครัวที่ยากไร้ก็ไม่มีครอบครัวไหนอยากผลักลูกสาวเข้ากองไฟ เมื่อเห็นตระกูลหวางสิ้นไร้ไม้ตอก ต้องการเงินค่ารักษาพยาบาลบิดา ต่อให้หวังเสี่ยวเตี๋ยไม่ยอมรับการแต่งงานในครั้งนี้ นางก็ไม่อาจปฏิเสธได้ หลังจากแต่งงานได้ไม่นาน สามีของหวังเสี่ยวเตี๋ยก็หายตัวไป
หวังเสี่ยวเตี๋ยอยากแต่งงานใหม่ แต่นางไม่มีทางเลือกอีกทั้งยังมีลูกติดจนไม่มีใครอยากจะสนใจเหลียวแล นางจึงได้แต่ดุด่าทุบตีบุตรชายของนางอยู่บ่อยครั้ง เมื่อชีวิตไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ หวังเสี่ยวเตี๋ยก็ปล่อยปละละเลยตนเองปล่อยให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้นจนเดินแทบไม่ไหว อีกทั้งใบหน้าที่เต็มไปด้วยสิวหนองเม็ดใหญ่ๆ ขึ้นเต็มไปหมดจนแทบมองไม่เห็นสภาพผิวพรรณดั้งเดิมเลยแม้แต่น้อย
ไม่นานมานี้หวังเสี่ยวเตี๋ยเกิดนึกไปชอบพอกับฝูอัน พยายามทุกวิถีทางที่จะแต่งงานกับเขาให้จงได้ หากแต่ครอบครัวของฝูอันไม่ชอบพอนาง ทุกคนเจอนางก็แทบหันหลังวิ่งหนี หวังเสี่ยเตี๋ยจึงอยากทำให้ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุก นางจึงตรงไปขึ้นเตียงฝูอัน
ถึงแม้จะยังไม่มีความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยา หากชายโสดหญิงสาวอยู่ร่วมห้องกันผู้คนก็พากันติฉินนินทา ข่าวลือค่อยๆ แพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้าน แต่ก่อนที่ฝูอันจะตกลงแต่งงานกับนางก็มีข่าวว่า หวังเสี่ยเตี๋ยกระโดดน้ำตายเสียก่อน เมื่อรับรู้อดีตในร่างนี้ โจวเถาเถาก็รู้สึกอับอายจนอยากหารูมุดเลยทีเดียว
โจวเถาเถาได้แต่ก่นด่าโชคชะตา ผู้คนอื่นที่ข้ามมิติมาล้วนได้เป็นองค์หญิง องค์ชาย กันทั้งนั้นหน้าตาก็สวยสดงดงามหาใดเปรียบ มีแต่นางที่ทะลุมิติมาเป็นม่ายแถมยังอ้วนสิวเขรอะแบบนี้…นางได้แต่ถอดถอนใจ..
ยิ่งคิดถึงภายภาคหน้ายิ่งทำให้ท้อใจ
โจวเถาเถาอดนึกตำหนิ หวังเสี่ยวเตี๋ยไม่ได้ เป็นเพราะนางที่ทำเรื่องอื้อฉาวจนทำให้โจวเถาเถาเกิดสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกในหมู่บ้านกัวเทียนนี้ โจวเถาเถาดึงร่างอ้วนๆ ของนางออกจากอ้อมแขนของฝูอัน นางพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงใจว่า
“ไม่ต้องกังวลไป ต่อไปภายหน้าข้าจะไม่ไปรบกวนท่านอีกแล้ว”
ราวกับฝูอันไม่เคยเห็นหวังเสี่ยวเตี๋ยที่มีพฤติกรรมสงบเสงี่ยมเช่นนี้ เขาย่นหัวคิ้ว
“ข้าบอกแล้วว่าข้าจะแต่งกับเจ้าเอง..เจ้ามีอุบายอะไรอีกเล่า?” แม้ว่าฝูอันจะดูดี สง่างามแค่ไหน หากแต่ตอนนี้โจวเถาเถาแทบไม่มีกะจิตกะใจที่จะคิดถึงเรื่องนี้อีกเลย
“อย่าวิตกกังวลไป ข้าสาบานต่อไปนี้จะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับท่านอีก!!” นางชูนิ้วอ้วนๆ ขึ้นมาสี่นิ้วพร้อมกับกล่าวคำสาบาน ฝูอันขมวดคิ้วราวกับกำลังคิดว่านางพูดจริงหรือไม่?
สักพักหนึ่งเขาก็ลุกขึ้นยืนก่อนจะออกไปก็ยังอุตส่าห์ทิ้งท้ายไว้ว่า
“ถ้าหากเจ้าเปลี่ยนใจก็มาหาข้าได้ทุกเมื่อ”
เมื่อมองดูตัวบ้านที่ทรุดโทรมราวกับจะพังลงมาได้ทุกเมื่อ ร่างกายที่อ้วนท้วนอีกทั้งหน้าตาที่เต็มไปด้วยสิวเม็ดเป้งแล้วโจวเถาเถาได้แต่รันทดใจ
“ท่านแม่”
เสียงเด็กน้อยเรียกราวกับหวาดกลัว ทำให้โจวเถาเถาถึงกับใจสั่น นางเงยหน้าขึ้นเห็นดวงตาสีดำเป็นประกายสดใสจ้องมองนางไม่กะพริบ เด็กชายตัวน้อยๆ ที่ยืนอยู่ตรงหน้านางอายุราวๆ สามสี่ขวบ ใส่เสื้อสีฟ้าอมเทากระดำกระด่าง ใบหน้าคล้ำของเขาเต็มไปด้วยขี้โคลนและขี้เถ้า มีน้ำมูกไหลย้อยลงมาจากรูจมูกจนแทบจะเข้าไปในปากเล็กๆ นั่น
“นี่…นี่..คือ
โจวเถาเถาสับสนหากนางก็ลุกเดินไปหาซาลาเปาตัวน้อยที่กำลังหวาดกลัวนางจนขาสั่นที่ตรงหน้า