แน่ใจรึเปล่าวว่าต้องการแข่งกับฉัน?
โฮสต์: ซูโม่
อายุ: 17
ทักษะ: ไม่ลืม, เข้าใจทุกอย่าง, คัดลายมือระดับปรมาจารณ์(ตอนก่อนแปลผิดเป็นผู้เชี่ยวชาญ)
ระดับการศึกษา : อุดมไปด้วยการเรียนรู้
คะแนน: 0
หลังจากออกจากชั้นเรียน ซูโม่มองไปที่แผงข้อมูลของเขาอย่างมีความสุข และเขาได้เพิ่มทักษะใหม่ เขาเพิ่งเขียนคำสองคำและลองใช้ดู ผลที่ได้คือทำให้เขาแทบที่จะตาถลนออกมา!
ลักษณะฝีแปรงมีความมั่นคงแข็งแรง แต่ก็มีความลื่นไหลที่ไม่ถูกจำกัด ทั้งสองผสมผสานกันอย่างลงตัว มันดีกว่านักคัดลายมือในทีวีอย่างแน่นอน และดีกว่าหลายเท่า
ทักษะที่ได้รับมาจากระบบมันช่างน่าอัศจรรย์!
ซูโม่พอใจกับการประดิษฐ์ตัวอักษรระดับปรมาจารย์นี้มาก ก่อนหน้านี้ เขายังคงกังวลเกี่ยวกับการคัดลายมือของเขา และเขาได้ฝึกฝนมันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็น้อยมาก ตอนนี้ด้วยการเขียนพู่กันระดับปรมาจารย์ ทุกอย่างก็คลี่คลาย!
“พี่โม่ พี่มาทำอะไรอยู่ที่นี่”
จู่ๆเสียงของเจ้าอ้วนหวางก็ดังขึ้นมาก่อนที่เจ้าตัวจะมาถึงสะอีก
หลังจากตามหาซูโม่อยู่หลายรอบ เจ้าอ้วนหวางไม่คิดว่าซูโม่จะมาอยู่คนเดียวในห้องเรียน และพูดอย่างกังวลว่า "วิชาต่อไปคือพลศึกษา ท่านเทพแห่งบาสของเรา ไหนท่านสัญญาว่าจะสอนฉันชู้ตลูกสามแต้มไง ท่านคงจะไม่ผิดสัญญาใช่ไหม
หลังจากพูดจบ เจ้าอ้วนหวางก็กอดแขนของซูโม่และมองมาที่เขาด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย อยู่ๆซูโม่ก็รู้สึกขนลุกขึ้นมา!
ลองนึกภาพชายอ้วนตัวใหญ่จับแขนของคุณและทำตัวเหมือนเด็กทารกกับคุณดูสิ ฉากนั้น...มันช่าง!
“สอน.. สอน.. ฉันจะสอน แล้วรีบดึงมือเจ้าอ้วนหวางออกจากแขนของเขา” ซูโม่รีบเดินออกจากห้องเรียนโดยไม่หันกลับมามอง หลังจากดึงแขนออกด้วยความรังเกียจ
“พี่โม่ รอผมด้วย!” เจ้าอ้วนหวางรีบตามไป เขาตั้งตารอวันนี้มาเป็นเวลานานแล้ว เมื่อเขาคิดว่าเขาจะเป็นเหมือนซูโม่ในอนาคต เขาก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ แต่เขาไม่รู้ว่าเขาจะไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จแบบซูโม่เพราะเขาไม่มีระบบ
ทันทีที่ซูโม่มาถึงทุกคนก็จ้องมาที่เขากันเป็นตาเดียว เขาไม่สามารถที่จะทำอะไรได้กับสถานการณ์นี้ได้ เพราะตอนนี้เขากลายเป็นอันดับหนึ่งในชั้นมัธยมปีที่3 โลกของนักเรียนชั้นมัธยมนั้นเรียบง่ายมากใครที่มีผลการเรียนดีคือหัวหน้า!
เนื่องจากใกล้จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย วิชาพลศึกษาของแต่ละชั้นเรียนจึงแทบไม่มีอะไรให้ทำ โดยปกติแล้วจะเรียนแค่ 3 ครั้งต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับนักเรียนในการเตรียมตัวสำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย คราวนี้วิชาพลศึกษาชั้นเรียนที่3กับชั้นเรียนที่1เรียนร่วมกัน
ไกลออกไป ซูโม่เห็นหยาน จิ่วซี นั่งอยู่เพียงลำพังข้างสนาม ชุดกีฬาหลวมๆ แสดงให้เห็นรูปร่างที่วิจิตรงดงาม ใบหน้าสวยไร้การแต่งหน้า ดวงตาคู่สวยใส มันช่างน่าหลงไหล!
ไม่ไกลกัน หนุ่มๆ หลายคนแอบมองหยาน จิ่วซีเป็นระยะๆ ใครล่ะจะไม่ชอบผู้หญิงที่สวยขนาดนี้?
“เสี่ยวโม่” หนาน จิ่วซี วิ่งมาหาซูโม่ด้วยใบหน้าที่เปี่ยมสุข
เหล่าเด็กผู้ชายในสนามรู้สึกอกหักเมื่อเห็นฉากนี้ ซูโม่ก็แค่เรียนดีและหล่อกว่าพวกเขานิดหน่อยเท่านั้น อย่างอื่นดีกว่าพวกเขาเหรอ?
ท่านเทพธิดาท่านไม่ควรตัดสินคนที่หน้าตาและผลการเรียนนะ!
“เสี่ยวซี ทำไมเธอถึงได้อยู่คนเดียวละ” เมื่อมองไปที่หยาน จิ่วซีที่หอบอยู่ข้างหน้าเขา ซูโม่ยิ้มอย่างมีความสุข และยื่นมือออกไปเพื่อจัดผมที่ยุ่งเล็กน้อยของเธอให้เป็นระเบียบ
“ก็ฉันกำลังรอนายอยู่ไง!” หยาน จิ่วซี ยิ้มตอบและขยิบตาให้ ซูโม่
เป๊าะ—
เป๊าะ—
เสียงอกหักนับไม่ถ้วนดังขึ้นในสนาม
เทพธิดาหยานของพวกเขาดูเหมือนจะ...ตกหลุมรักจนโงหัวไม่ขึ้นสะแล้ว!
“พี่โม่ พี่รอฉันหน่อยไม่ได้เหรอ?” ในขณะนั้น เจ้าอ้วนหวังก็วิ่งเข้ามาในสนามอย่างเหนื่อยหอบ หน้าอ้วนๆของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ
“ฉันเคยบอกนายแล้วใช่ไหมว่าให้นายลดน้ำหนัก ตอนนี้นายรู้สึกเสียใจแล้วใช่ไหมที่ไม่เชื่อฉัน” ซูโม่ยิ้มอย่างหงุดหงิดกับเจ้าอ้วนหวังที่กำลังหอบอยู่ ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้วที่เขาบอกให้เจ้าอ้วนหวางลดน้ำหนักในเทอมนี้ แต่เจ้าหมอนี่ไม่เคยที่จะฟังเขาสักนิด มีแต่กินเอา กินเอา จนตอนนี้น้ำหนักก็เพิ่มขึ้นมาอีกแล้ว
“ฉัน…” เจ้าอ้วนหวังอยากจะท้วง แต่หลังจากเห็นหยาน จิ่วซี เขาก็มีพลังขึ้นมาทันที “เทพธิดาหยาน เธอสวยจริงๆฉันไม่รู้ว่าพี่โม่ทำบุญด้วยอะไรถึงได้เธอมาเป็นแฟน ถ้าฉันได้เธอมาเป็นแฟนแทนพี่โม่ก็คงจะดี
คำพูดของเจ้าอ้วนหวัง เต็มไปด้วยการหยอดคำหวาน หยานจิ่วซี ไม่ได้สนใจเรื่องตลกของเจ้าอ้วนหวาง เธอได้เจอกับเจ้าอ้วนหวางมาหลายครั้งแล้ว เธอรู้ว่าเจ้าอ้วนหวางเป็นเพื่อนสนิทกับซูโม่
“เจ้าอ้วน นายคันมากใช่ไหมเดี่ยวฉันช่วยนายเกาด้วยเท้าของฉันให้” ซูโม่มองไปที่เจ้าอ้วนอย่างโกรธจัด ไอ้หมอนี่มันคิดจริงๆเหรอว่าเขาไม่กล้าที่จะทำอะไรมัน ถึงได้กล้ามาจีบแฟนของเขากันต่อหน้าแบบนี้
“เฮ้ ล้อเล่นนะพี่โม่ ฉันแค่ล้อเล่นเท่านั้น!” เจ้าอ้วนหวังพูดเสร็จก็หดคอลงทันที
การทะเลาะกันของทั้งสองคนทำให้หยาน จิ่วซีต้องหัวเราะออกมา
“แกคือซูโม่?”
ในตอนนี้มีกลุ่มคนกลุ่มใหญ่เดินเข้ามา ผู้นำของกลุ่มคือ จ้าว เหวินเซ่อ จากชั้นเรียนที่2 แม้ตอนนี้เขาจะรู้ว่าซูโม่กำลังคบกับหยาน จิ่วซี อยู่ แต่เขาก็ไม่ได้ยอมแพ้ ในความคิดของ จ้าว เหวินเซ่อ มีเพียงแค่เขาเท่านั้นที่คู่ควรกับหยาน จิ่วซี
“ใช่ฉันคือซูโม่”
ซูโม่มองไปที่ จ้าว เหวินเซ่อ แบบที่ไม่ต้องการมอง เขารู้แค่ว่า จ้าว เหวินเซ่อก็ชอบหยาน จิ่วซีอยู่เหมือนกัน แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้เห็น จางต้าเหว่ย ข้างๆ จ้าว เหวินเซ่อ เขาก็รู้ว่าอีกฝ่ายต้องไม่มาดีแน่
"ฉัน จ้าว เหวินเซ่อ จากชั้นเรียนที่สอง" จ้าว เหวินเซ่อเหลือบมอง ซูโม่ อย่างดูถูกและพูดอย่างยั่วยุ "ฉันได้ยินมาว่าแกเล่นบาสเกตบอลได้ดี แกกล้าที่จะเดิมพันกับฉันไหม"
"โอ้?” ซูโม่เลิกคิ้วและก้าวไปข้างหน้า "ฉันไม่รู้ว่านายต้องการเดิมพันกับฉันแบบไหน"
เมื่อเขาได้ยินคำตอบของซูโม่ จ้าว เหวินเซ่อ ก็ดีใจมาก ตราบใดที่ซูโม่กล้าที่จะพนันกับเขา เรื่องมันก็จะง่ายขึ้น เขาพูดว่า "ง่ายมาก เราสองคนแข่งกันแบบตัวต่อตัว ถ้าแกแพ้แกต้องเลิกกับ หยาน จิ่วซี"
เขาพูดออกมาด้วยความตื่นเต้น!
“เสี่ยวโม่ อย่าไปสนใจเขาเลย!” หยานจิ่วซี มองไปที่ จ้าว เหวินเซ่อ ด้วยความรังเกียจ จ้าว เหวินเซ่อ
คนนี้มักจะเข้ามาเกาะแกะเธอและเข้ามาสารภาพรักกับเธอเสมอ หลังจากที่เธอปฏิเสธไปอย่างชัดเจน
จ้าว เหวินเซ่อ ก็ยังคงตามตื้อเธอไม่เลิก และในครั้งนี้จ้าว เหวินเซ่อ ก็ยังเข้ามาหาเรื่องซูโม่อย่างจงใจเธอรู้สึกรังเกียจผู้ชายคนนี้มาก
“สมองของนายมีปัญหารึเปล่า?” ซูโม่มองไปที่จ้าว เหวินเซ่อ เหมือนมองคนโง่
“แก…” จ้าว เหวินเซ่อ หน้าแดงด้วยความโกรธ ไม่เคยมีใครกล้าพูดกับเขาแบบนี้มาก่อน
“แก..แกอะไร?” ซู่โม่จ้องไปที่จ้าว เหวินเซ่อด้วยความสงบแล้วพูดว่า “ถ้านายแพ้ล่ะ?”
“ถ้าฉันแพ้ ฉันจะเลิกไล่ตามจีบหยาน จิ่วซี แกพอใจไหม” จ้าว เหวินเซ่อ หัวเราะออกมาด้วยความมั่นใจ เขาไม่เคยคิดว่าเขาจะแพ้ แม้ว่าจางต้าเหว่ยจะบอกว่าเขาอาจจะแพ้ได้ก็ตาม ทักษะบาสเกตบอลของซูโม่อาจจะไม่แย่ แต่เขาคิดว่าซูโม่ไม่มีวันที่จะชนะเขาแน่นอน
ในแง่ของผลการเรียน จ้าว เหวินเซ่อ นั้นด้อยกว่า ซูโม่ ดังนั้นเขาจึงใช้บาสเกตบอลเพื่อเอาชนะซูโม่
"ฉันก็เพิ่งบอกไปว่าสมองของนายมีปัญหาและมันก็คงจะจริง!"
ซูโม่มองไปที่ จ้าว เหวินเซ่อ อย่างหมดคำพูด “เดิมทีเสี่ยวซีเป็นแฟนของฉัน แล้วทำไมฉันต้องเดิมพันกับนายด้วย?”
“ใช่พี่โม่ คำพูดของไอ้หมอนี่มั้นช่างหน้าด้านจริงๆ” เจ้าอ้วนหวางเย้ยหยันออกมา เขาและจ้าว เหวินเซ่อไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อนก็จริง แต่ตอนนี้เขาพร้อมบวกแล้ว รับรองว่าเขาจะจัดการไอ้หมอนี่ให้หัวบวมเหมือนกับหมูเลยทีเดียว
"ฮึ!"
จ้าว เหวินเซ่อ เหลือบมองจ้าวอ้วนหวางอย่างไม่ค่อยวางใจ จากนั้นจึงหันไปมอง ซูโม่ และถามว่า "แล้วแกต้องการอะไร"
“ถ้านายแพ้นายต้องมาเป็นลูกน้องของฉัน แต่ถ้าฉันแพ้ฉันก็จะเป็นลูกน้องของนาย นายกล้าเดิมพันไหม?”
ทันทีที่ซูโม่บอกเงื่อนไขการเดิมพัน เจ้าอ้วนหวางก็ตกตะลึงอย่างช่วยไม่ได้ เขารู้ดีว่าจ้าว เหวินเซ่อ ก็มีทักษะการชู้ตลูกที่ดีเหมือนกัน
"ได้!" หลังจากลังเล จ้าว เหวินเซ่อ ก็พยักหน้าและยอมรับเงื่อนไขของ ซูโม่
“เสี่ยวโม่ สู้ๆน่ะ!”
หยาน จิ่วซี ส่งเสียงเชียร์ซูโม่ เธอรู้ว่าซูโม่เล่นบาสเกตบอลได้ดีมาก ดังนั้นเธอจึงไม่ได้กังวลมากนัก และซูโม่จะไม่ทำอะไรถ้าเขาไม่มั่นใจในสิ่งที่ทำ
ทั้งสองเดินไปที่ตะกร้า และคนอื่นๆ ทั้งหมดยืนอยู่นอกสนาม ซึ่งดึงดูดความสนใจเป็นอย่างมาก และผู้คนก็รวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ
“แล้วจะแข่งกันยังไง”
เมื่อมองไปที่ จ้าว เหวินเซ่อ ที่มั่นใจ รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของ ซูโม่ ไม่ว่าจะแข่งกันแบบไหนเขาก็มั่นใจว่าเขาจะชนะ
“ฉันได้ยินมาจาก จางต้าเหว่ย ว่าแกชู้ตลูกได้แม่นมากงั้นเรามาแข่งชู้ตลูกกันแกกล้าแข่งกับฉันไหมล่ะ”
จ้าว เหวินเซ่อ พูดพรางเยาะเย้ยซูโม่
“หืม!”
ซูโม่เกือบที่จะหัวเราะออกมาดัง ๆ จางต้าเหว่ยช่างเป็นผู้ช่วยที่สวรรค์ส่งมาจริงๆ!
“นายแน่ใจแล้วเหรอที่จะแข่งชู้ตลูกกับฉัน”