ผลลัพธ์อันน่าสยดสยอง

“แม่บอกแล้วไงว่าไม่ต้องมารับ”

เมื่อเห็นจมูกของแม่ของเขาที่ถูกลมพัดจนเป็นสีแดง ซูโม่อดไม่ได้ที่จะตาแดงขึ้นมา เขาพยายามอย่างหนักที่จะไม่ให้น้ำตาของเขาไหลออกมา “แม่ผมโตแล้วแม่ไม่ต้องห่วงผม ผมสามารถที่จะกลับบ้านด้วยตัวเองได้ แม่ไม่จำเป็นต้องลำบากมารับผมหรอก”

แม่ซูยิ้มเล็กน้อยและโบกมือ “แม่ไม่ได้ลำบากอะไร วันนี้ลูกสอบเป็นอย่างไรบ้าง”

“ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ลูกชายของแม่น่าจะได้อันดับที่1” ซูโม่ยิ้มอย่างมั่นใจในขณะที่บอกแม่ของเขา ที่เขาพูดแบบนั้นไปเขาไม่ได้โม้ แต่เขาพูดความจริง

ซูโม่ตอนนี้เขามีระบบที่เป็นสูตรโกงอยู่กับตัว ถ้าเขาไม่สามารถคว้าอันดับหนึ่งในการทดสอบโหมดที่สองของทั้งเมืองได้ เขาก็ควรที่จะเอาหัวโหม่งเต้าหู้แล้วตายไปสะ!

เมื่อนักเรียนที่ผ่านมาได้ยินคำพูดของซูโม่ ใบหน้าของพวกเขาก็เต็มไปด้วยการเหยียดหยาม

อันดับหนึ่ง?

ฝันกลางวัน!

ใครๆก็สามารถที่จะโม้ได้ การพูดโม้มันไม่ต้องเสียเงิน

พวกเขาไม่คิดจะสนใจซูโม่ สมัยนี้มีคนโม้เยอะขึ้น!

และเด็กนักเรียนคนนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น

"โอ้?”

เมื่อแม่ซูได้ยินสิ่งนี้ เธอไม่ได้สงสัยในความสามารถของซูโม่เลย เธอรู้ดีว่าตอนนี้ผลการเรียนของลูกชายของเธอดีขึ้นมากแค่ไหน เธอมีความสุขมากแล้วพูดว่า “เสี่ยวโม่ ถ้าลูกได้อันดับหนึ่งในโรงเรียน แม่จะชื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ให้ลูก”

แม่ซูคิดว่าลูกชายของเธอหมายถึงเป็นที่หนึ่งในโรงเรียน แต่เธอไม่ได้รู้ว่าอันดับหนึ่งของซูโม่หมายถึงอันดับหนึ่งในเมือง!

“จริงเหรอครับแม่”

เมื่อซูโม่ได้ยินว่าแม่ของเขากำลังจะชื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ให้เขา ใบหน้าของซูโม่ก็แสดงความประหลาดใจออกมา เขาทนใช้คอมพิวเตอร์รุ่นพระเจ้าเหาของเขามานานแล้ว แต่เพราะว่าคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่มีราคาแพงเกินไป

เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ครอบครัว ซูโม่จึงไม่เคยพูดถึงเกี่ยวกับการเปลี่ยนคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่กับแม่ของเขาเลย

“แน่สิ แม่เคยโกหกลูกตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” แม่ซูรู้อยู่เสมอว่าลูกชายของเธอต้องการเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ แม้ว่าเธอจะไม่เคยพูดมันออกมา แต่เธอก็จำมันไว้ในใจเสมอ

“ขอบคุณครับแม่”

ซูโม่พูดขึ้นมาอย่างตื่นเต้น ทำให้แม่ซูรู้สึกขบขันและพูดแหย่ว่า “ไหนว่าลูกโตแล้ว แต่ทำไมลูกยังทำตัวเหมือนเด็กอยู่ล่ะ?”

“ต่อหน้าแม่แล้วผมก็ยังเป็นเด็กอยู่เสมอ!” ซูโม่ยิ้มตอบในขณะพูด

“ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีเลย!” เมื่อเธอเห็นซูโม่ที่แสดงความดีใจอย่างออกหน้าออกตา เธอก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมา “ไปกลับบ้านกันเถอะวันนี้แม่จะทำหมูตุ๋นที่ลูกชอบให้”

“งั้นเรารีบกลับบ้านกันเถอะ!”

ดวงตาของซูโม่เป็นประกายเมื่อได้ยินว่าวันนี้แม่จะทำหมูตุ๋น เขาแทบจะรอไม่ไหวที่จะพาแม่กลับบ้าน

...

วันถัดมา

เมื่อซูโม่เดินเข้าไปในห้องเรียน ทันทีที่เขาเดินเข้ามาในห้อง นักเรียนของชั้นเรียนที่3 ทุกคนก็ปรบมือขึ้นมาอย่างดังสนั่น

ฉากนี้ทำให้ซูโม่รู้สึกตกใจขึ้นมา

มันเกิดอะไรขึ้น?

ทำไมทุกคนต้องปรบมือให้เขา?

ซูโม่รู้สึกสงสัยว่าเขาจะเข้าผิดห้องจึงเดินออกจากห้องเรียนและมองไปที่ป้ายที่ประตู

ชั้นเรียนที่3!

เขาก็ไม่ได้เข้าห้องผิด!

ซูโม่ยืนอยู่ที่ประตู เขามองไปที่ป้ายที่ประตู จากนั้นก็มองไปที่เพื่อนนักเรียนในห้องที่กำลังปรบมืออยู่ เขาอดไม่ได้ที่จะเกาหัวของเขา

เมื่อเห็นซูโม่ที่ทำท่าเซ่อซ่า นักเรียนของชั้นเรียนที่3 ก็พากันหัวเราะคิกคัก

ไอ้หมอนี่ก็ยังตลกเหมือนเคย!

เจ้าอ้วนหวางลุกขึ้นและพูดขึ้นมาเสียงดัง “พี่โม่ ทุกคนซาบซึ้งมากสำหรับความช่วยเหลือของพี่ ในวันนี้พี่สมควรได้รับเสียงปรบมือเหล่านี้ อย่าแปลกใจเลย”

ในช่วงเวลาก่อนสอบ ซูโม่ได้ช่วยเหลือทุกคนในชั้นเรียนที่3 และด้วยความช่วยเหลือของเขา ทุกคนรู้สึกว่าพวกเขาทำข้อสอบได้ดีขึ้นมาก

สำหรับผลสอบในครั้งนี้ ทุกคนต่างมีความมั่นใจและรอคอยผลงานของตัวเองเป็นอย่างมาก!

ทั้งหมดนี้เป็นเครดิตของซูโม่ ดังนั้นฉากนี้จึงปรากฏขึ้นมา

“ฉันก็คิดว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่อะไร? ก็แค่การช่วยติวหนังสือทุกคนไม่จำเป็นต้องคิดมากกับมัน”

ซูโม่พูดพลางโบกมือเบาๆ แล้วเดินไปที่โต๊ะเรียนของเขา “ทุกคนเป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน พวกเราไม่ใช่คนนอก ไม่จำเป็นต้องเกรงใจถ้าทุกคนต้องการความช่วยเหลือจากฉันในอนาคตก็บอกฉันได้”

“ฮะฮะ...” ทุกคนหัวเราะ

เมื่อ หลิวหยู เดินเข้ามาในห้องเรียน ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

หลังจากการสอบ ทำไมพวกนักเรียนถึงไม่ได้เป็นกังวลกับผลสอบของพวกเขาเลยล่ะ

แต่กลับดูตื่นเต้นแทน

“เป็นไปได้ไหมที่ฉันจะเข้าห้องเรียนผิดห้อง?”

อย่างไรก็ตาม ด้วยใบหน้าที่คุ้นเคยของพวกนักเรียนทำให้ หลิวหยู มั่นใจว่าเธอไม่ได้เข้าผิดห้องเรียน

“อะแฮ่ม—”

หลิว หยูยิ้มเล็กน้อยและพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “อาจารย์รู้ว่าช่วงนี้ทุกคนเรียนหนักมาก ถึงการสอบโหมดที่สองจะจบลงแล้ว แต่ทุกคนก็ไม่ควรหย่อนหยานในการเรียนขอให้ทุกคนตั้งใจเรียนเหมือนเดิม”

“หลังจากการสอบโหมดที่สองเสร็จ การสอบโหมดที่สามก็จะตามมา และสุดท้ายคือการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่สำคัญที่สุด ดังนั้นทุกคนควรเรียนให้หนักขึ้นและรอจนกว่าการสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะสิ้นสุดลง ทุกคนก็สามารถที่ผ่อนคลายหรือเที่ยวเล่นได้ตามใจ”

“แต่ก่อนการสอบเข้ามหาลัยจะเสร็จสิ้น ทุกคนก็ควรจะตั้งใจเรียนและทบทวนบทเรียนให้มากขึ้นเข้าใจไหม?”

“เข้าใจแล้ว ครับ..ค่ะ อาจารย์”

ทุกคนตะโกนขึ้นด้วยความกระตือรือร้น ในตอนนี้ทุกคนตั้งใจเรียนและทบทวนบทเรียนกันเป็นอย่างมาก

เมื่อเห็นการตอบสนองของเหล่านักเรียน หลิวหยู ก็ยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจ

“เอาล่ะเรามาเริ่มเรียนกันเถอะ!”

...

หลังจากการสอบโหมดที่สองเสร็จสิ้น ซูโม่และหยาน จิ่วซี ก็เริ่มเรียนพิเศษกันต่อ

คราวนี้การเรียนมีความเข้มข้นมากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย และแม้แต่ผู้อำนวยการใหญ่ หวัง ฉินเหนียน ก็เข้าร่วมด้วยเป็นการส่วนตัว

สามวันต่อมา การประกาศผลสอบโหมดที่สองก็มาถึง

ในตอนเช้า นักเรียนมัธยมปลายปีที่3มาถึงห้องเรียนแต่เช้าตรู่ ทุกคนต่างรอคอยผลการสอบโหมดที่สอง

ซูโม่ยังคงมาสายเหมือนเดิมเพราะเขาไม่มีความรู้สึกคาดหวังกับผลลัพธ์ของตัวเอง

“ปัง!”

เมื่อได้ยินคะแนนของเขา เจ้าอ้วนหวางก็ตบโต๊ะด้วยความตื่นเต้น แต่หลังจากที่เห็นสายตาอำมหิต ของหลิวหยู เขาก็หดตัวคอด้วยความตกใจ

เมื่อ หลิวหยู มองไปที่เจ้าอ้วนหวาง เธอก็ยิ้มขึ้นมาในช่วงสามปีของการเรียนมัธยมปลายของเจ้าอ้วนหวาง เขาไม่เคยได้คะแนนที่ดีในการสอบเลยสักครั้ง เขาจะดีใจจนออกนอกหน้าก็ไม่แปลก

“เฉิงกังได้คะแนน 537 คะแนนและได้อันดับที่ 1623 ของเมือง”

...

นักเรียนทุกคนที่ได้ยินประกาศคะแนนของตัวเอง ทุกคนก็มีปฏิกิริยาแบบเดียวกับเจ้าอ้วนหวาง ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

เมื่อเทียบกับการสอบแบบจำลองครั้งที่หนึ่ง ครั้งนี้ ประสิทธิภาพของทุกคนก็ดีขึ้นมาก และคะแนนที่เพิ่มขึ้นมามันก็ไม่ได้น้อยเลย

“ฮั่นเจียงได้คะแนน 703 คะแนน เป็นอันดับที่ 23 ของเมือง”

“ว้าว!”

คะแนนนี้ปลุกความตกใจของนักเรียนทุกคน 703 คะแนน มันเป็นคะแนนที่เกือบจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงได้เลย

เมื่อ ฮั่นเจียง ได้ยินคะแนนของเขา ใบหน้าของเขาก็แดงก่ำขึ้นมาด้วยความดีใจ นี่เป็นครั้งแรกที่คะแนนรวมของเขาเกิน 700 คะแนน!

เหลือแค่ผลสอบของซูโม่ที่ยังไม่ประประกาศคะแนน

ทุกคนตั้งตารอ แม้แต่ ฮั่นเจียง ก็ทำคะแนนได้ 703 ในการสอบ พวกเขาสงสัยกันว่าซูโม่จะสอบได้คะแนนสูงแค่ไหนกัน?

“เอาล่ะต่อไปเป็นคนสุดท้ายแล้ว” หลิวหยู มองไปที่ ซูโม่ เมื่อเห็นข่าวเมื่อคืนนี้เธอนอนไม่หลับทั้งคืน ผลงานของซูโม่ครั้งนี้ยอดเยี่ยมมาก!

“ซูโม่ได้คะแนน 750 คะแนน อันดับหนึ่งของเมือง”

“ไอ้บ้า”

“พระเจ้าช่วย...”

“เต็ม... คะแนนเต็ม? นี่ฉันไม่ได้หลอนไปใช่ไหม?”

เมื่อนักเรียนหลายคนได้ยินคะแนนนี้ พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะบ้าคลั่งกันขึ้นมา

ผลลัพธ์นี้ช่างน่ากลัวเหลือเกิน!

คะแนนเต็ม?

มันคือเรื่องจริงใช่ไหม?

อย่าว่าแต่แค่ในเมืองหลินไห่เลย คะแนนแบบนี้มันสามาถที่จะเข้ามหาวิทยาลัยอะไรก็ได้ของ

มณฑลเจียงเป่ย ไม่รู้ว่ากี่ปีมาแล้วที่ใครไม่เคยได้คะแนนเต็ม

อย่างไรก็ตาม ซูโม่กลับทำได้!

แม้ว่านี่จะเป็นเพียงแค่การสอบแบบจำลองโหมดที่สองก็ตาม แต่มันก็น่ากลัวพอแล้ว!

แม้ทุกคนจะรู้ว่าซูโม่จะทำได้ดีในการสอบ แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าซูโม่จะทำข้อสอบได้ดีขนาดนี้!

บอกได้คำเดียวว่าแซ่บ!

หลิวหยู ไม่ได้ตำหนินักเรียนเรื่องคำสบถ เพราะเธอก็อดไม่ได้ที่จะสบถออกมาเหมือนกัน เมื่อเห็นคะแนนของ ซูโม่ เมื่อคืนนี้...

ตามคำกล่าวที่ว่า อย่าทำกับคนอื่นในสิ่งที่ไม่ต้องการ

“โม่..พี่โม่ พี่...สุดยอดมาก”

เจ้าอ้วนหวางซึ่งยังคงตื่นเต้น เขากลัวเกินกว่าจะพูดหลังจากได้ยินความสำเร็จอันน่าสะพรึงกลัวของซูโม่

750 คะแนน?

นี่มันไม่ใช่มนุษย์แล้ว

เขาคิดว่าครั้งนี้เขาจะทำให้ช่องว่างระหว่างเขากับซูโม่แคบลง แต่ตอนนี้ ช่องว่างกลับใหญ่ขึ้นมาแทน!

มันยากที่จะทำให้เขาสงบลงได้

ซูโม่ยิ้มอย่างสงบกับปฏิกิริยาของเจ้าอ้วนหวาง คะแนนนี้อยู่ในความคาดหวังของเขา และเขาจะแปลกใจถ้าเขาไม่ได้คะแนนเต็ม

เมื่อมองไปที่นักเรียนที่กำลังพูดถึงเรื่องนี้ หลิวหยูพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นมา “หากพวกเธอมีคำถามใดๆ เกี่ยวกับคะแนนของพวกเธอ พวกเธอสามารถไปดูที่กระดานข่าวของโรงเรียนเมื่อเลิกเรียนได้ วันนี้เรียนด้วยตัวเองไปก่อน”

“ส่วนซูโม่ เธอมากับอาจารย์” หลังจากพูดจบแล้ว หลิวหยูก็หันหลังและเดินออกจากห้องเรียน

“อาจารย์หลิว มีอะไรหรือเปล่าครับ”

เมื่อได้ยินหลิวหยูเรียกชื่อเขา ซูโม่ก็ลุกขึ้นและเดินออกจากห้องเรียน ทันทีที่เขาออกมา เขาก็เห็นหลิวหยูรอเขาอยู่ ซึ่งทำให้เขางงมาก หลิวหยูต้องการให้เขาออกมาทำอะไร?

“ไม่ต้องกังวล มันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร”

เมื่อเห็นท่าทางระมัดระวังของซูโม่ หลิวหยูก็รู้สึกตลกขึ้นมากับท่าทางระวังตัวของซูโม่และอธิบายว่า “ในการทดสอบแบบจำลองโหมดที่สองนี้ เธอและหยาน จิ่วซี คว้าสองอันดับแรกในเมือง ดังนั้นผู้อำนวยการใหญ่จึงตัดสินใจให้รางวัลกับพวกเธอเล็กน้อย”

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ดวงตาของหลิวหยูก็โค้งขึ้นมาเหมือนกับพระจันทร์เสี้ยว เธอยังคงจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนเช้าได้ เธอกับหลี่ต้าไห่ไปที่สำนักงานของหวัง ฉินเหนียนเพื่อรายงานผลสอบของซูโม่และหยาน จิ่วซี เมื่อหวัง ฉินเหนียน ได้ยินคะแนนของ ซูโม่และ หยานจิ่วซี เขารู้สึกตื่นเต้นมากจนเกือบที่จะทำถ้วยชาแตก...

“เรื่องนี้นี่เอง” ซูโม่พยักหน้าเมื่อได้ยินคำบอกกล่าวของหลิวหยู

อย่างไรก็ตาม หลังจากได้ยินว่าคะแนนของ หยาน จิ่วซี อยู่ในอันดับที่สองของเมือง ซูโม่ก็รู้สึกภูมิใจในตัวหยาน จิ่วซีมาก สมกับเป็นผู้หญิงของเขาจริงๆ

ซูโม่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา เมื่อคิดถึงเรื่องที่เขาเดิมพันไว้กับหยาน จิ่วซี แต่ก่อนที่จะได้คิดอะไรมากเกินไป หลิวหยูก็ลากเขาไปที่ห้องทำงานของผู้อำนวยการใหญ่

ในสำนักงาน

อาจารย์อาวุโสทั้งหมดมารวมกันอยู่ที่นี่ หยาน จิ่วซี ยืนอยู่ที่หน้าประตู และเมื่อเธอเห็น ซูโม่ เดินเข้ามา ดวงตาที่สวยงามของ จิ่วซี ก็สว่างขึ้น

ซูโม่สังเกตเห็นหยาน จิ่วซีโดยธรรมชาติ เขาเดินไปที่ด้านข้างของหญิงสาว และจับมือของหญิงสาวอย่างเงียบๆ

เมื่อรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของซูโม่ หยาน จิ่วซี ก็หน้าแดงขึ้นมาและก้มศีรษะลง แต่เธอก็ไม่ได้จะปฏิเสธการกระทำของซูโม่

“ทุกคน เงียบ”

หวัง ฉินเหนียน มีใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความตื่นเต้น ทันทีที่เขามาถึงโรงเรียนในตอนเช้า เขาก็ได้รับอีเมลชมเชยจากสำนักงานการศึกษา

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เขาได้รู้คะแนนและอันดับของ ซูโม่ และ หยานจิ่วซี แล้ว หวัง ฉินเหนียน ก็รู้ว่าเหตุใดสำนักงานการศึกษาจึงส่งอีเมลถึงเขา

สองอันดับแรก?

นี่มันน่าเหลือเชื่อมาก!

เมื่อมองไปที่ ซูโม่ และ หยาน จิ่วซี ที่หน้าประตู ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาพึงพอใจมากเพียงใด เขาถอนหายใจออกมาในใจอย่างอดไม่ได้ “มันเป็นพรสำหรับโรงเรียนมัธยมหลินไห่ที่2ที่สามารถผลิตนักเรียนที่ทรงพลังเช่นนี้ออกมาได้ถึงสองคน ทั้งสองคนเก่งราวกับเป็นปีศาจ!"

“ผมเชื่อว่าทุกคนคงจะรู้เหตุผลที่ผมได้เรียกทุกคนมาในวันนี้แล้ว”

ตอนก่อน

จบบทที่ ผลลัพธ์อันน่าสยดสยอง

ตอนถัดไป