การสอบโหมดที่สอง
"ฮึ!"
หลี่ต้าไห่ พ่นลมหายใจอย่างเย็นชา จากนั้นเขาก็มองดูกระดาษคำตอบที่อยู่ตรงหน้าเขา เขายังต้องดูว่าซูโม่ทำได้ดีแค่ไหน ถ้าซูโม่ทำได้ดีในการสอบ เขาทำได้แค่หุบปาก ภายในครึ่งเดือนทีผ่านมา เขาไม่รู้ว่าเขาเจอมันมากี่ครั้งแล้ว
ทุกครั้งที่เขาต้องการที่จะสร้างปัญหาให้กับซูโม่ แต่ทุกครั้งเขาก็ต้องถูกปิดปากด้วยคะแนนของซูโม่ มันทำให้เขาต้องจนด้วยเกล้า แต่ตราบใดที่ซูโม่ทำผิดพลาดแม้แต่เล็กน้อย เขาก็สามารถทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา และเขาต้องวิจารณ์ให้ไอ้หมอนี่ต้องสำนึกจนน้ำตาไหลออกมาให้ได้
เมื่อเห็นคำตอบที่สลับซับซ้อนบนกระดาษคำตอบ หลี่ต้าไห่ เขาก็ดูมันซ้ำอยู่หลายครั้ง และหัวใจของเขาก็สั่นขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อมองดูลายมือของซูโม่แล้วคิดถึงลายมือของตัวเองแล้ว หลี่ต้าไห่ก็อดยิ้มอย่างขมขื่นขึ้นมาไม่ได้ “ฉันฝึกเขียนอย่างหนักมาสิบกว่าปีแล้ว แต่เมื่อเทียบกับลายมือของเขาแล้วมันแย่ยิ่งกว่าหมูสะอีก
แต่เมื่อคิดถึงคำพูดของซูโม่ที่เคยบอกเขาเกี่ยวกับการคัดลายมือของเขา หลี่ต้าไห่ก็รู้สึกอยากจับซูโม่แขวนไว้กับต้นไม้แล้วอัดเขาสักสามวันสามคืน!
หลังจากจัดการกับอารมณ์ของเขาแล้ว หลี่ต้าไห่ ก็ตรวจกระดาษคำตอบของซูโม่อย่างจริงจัง แต่เมื่อเขาตรวจมันไปเรื่อยๆ เขาก็ยิ่งประหลาดใจมากขึ้นเท่านั้น เมื่อเขาเห็นคำตอบข้อที่ยากที่สุด ปากของเขาก็อดไม่ได้ที่จะอ้ากว้างออกมา
นี่…มัน
มันผิดปกติเกินไปใช่ไหม
ถูกต้อง?
เป็นไปไม่ได้!
หลี่ต้าไห่ ตรวจดูกระดาษคำตอบซ้ำอีกครั้ง เขาอดไม่ได้ที่จะสาปแช่งขึ้นมาในใจไม่ได้ “ไอ้หมอนี่มันช่างชั่วร้ายจริงๆ!”
สำหรับข้อสอบคณิตศาสตร์ของซูโม่ หลี่ต้าไห่มีคำเพียงสองคำสำหรับการประเมินข้อสอบของซูโม่!
มันสมบูรณ์แบบ!
ไม่ว่าจะเป็นวิธีแก้ปัญหาหรือขั้นตอนในการแก้ปัญหา หลี่ต้าไห่ ก็ไม่สามารถหาข้อบกพร่องจากมันได้เลย หลี่ต้าไห่ยังคิดว่านี่มันเกินมาตรฐานนักเรียนไปแล้ว!
“อาจารย์ คะแนนของผมเป็นยังไงบ้างครับ” ซูโม่ยิ้มในขณะที่ถามหลี่ต้าไห่
ไอ้เจ้าเด็กนี่มันกำลังเยาะเย้ยฉันอยู่ใช่ไหม?
“แค่ก..แค่ก”
หลี่ต้าไห่แสร้งทำเป็นสงบแล้วพูดช้าๆว่า “ไม่เห็นเหรอว่าฉันยังตรวจมันไม่เสร็จ”
แม้ว่าซูโม่จะมั่นใจว่าหลี่ต้าไห่ตรวจมันเสร็จแล้วก็ตาม แต่เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความอำมหิตของ
หลี่ต้าไห่ เขาก็ทำได้เพียงแค่ตอบไปว่า “ทราบแล้วครับผู้อำนวยการหลี่”
การคุกคาม!
นี่มันเป็นการคุกคามกันอย่างโจ่งแจ้งชัดๆ!
ถึงจะรู้อยู่แก่ใจแต่ซูโม่ก็ขัดอะไรหลี่ต้าไห่ไม่ได้ ถ้าเกิดเขาไปขัดใจหลี่ต้าไห่เขาก็ไม่รู้ว่าเขาจะโดนอะไรบ้าง!
ในเวลานี้ ซูโม่แค่อยากจะตะโกนขึ้นไปบนท้องฟ้า “พระเจ้า ให้ใครก็ได้มาลักพาตัวหลี่ต้าไห่ ไปถ่วงน้ำที!”
หลิวหยู ที่อยู่ข้างๆสังเกตุเห็นฉากตลกๆนี้ เธอก็แอบหันหน้าไปแอบไปหัวเราะอยู่เบาๆ
ในตอนที่ หลี่ต้าไห่ ตรวจกระดาษคำตอบของซูโม่ หลิวหยู ก็ยืนอยู่ข้างหลังของหลี่ต้าไห่และเห็นมันอยู่ตลอด เธอรู้แล้วว่าซูโม่ได้คะแนนเต็มอีกครั้งในครั้งนี้ ในขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกมึนงง และมีความรู้สึกตื่นเต้นอยู่ในใจ
ด้วยความสามารถในปัจจุบันของซูโม่ ตราบใดที่เขาสามารถรักษาไว้ได้จนถึงเวลาสอบเข้ามหาวิทยาลัย ตำแหน่งอันดับหนึ่งของการสอบเข้าวิทยาลัยก็อาจกล่าวได้ว่าเขาได้ก้าวขาของเขาเข้าไปแล้วข้างหนึ่ง
เมื่อคิดว่านักเรียนในชั้นเรียนของเธอจะสามารถได้อันดับหนึ่งในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอได้เป็นอาจารย์ประจำชั้น หัวใจดวงน้อยๆของหลิวหยูก็เริ่มเต้นแรงขึ้น
นี่ไม่สามารถที่จะตำหนิ หลิวหยูได้ เธอไม่ได้มีผลงานเด่นอะไรเหมือนคนอื่น!
เวลาแห่งความรุ่งโรจน์ของเธอได้มาถึงแล้ว!
ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงก่อนที่หยาน จิ่วซีจะทำข้อสอบเสร็จ อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้แสร้งทำตรวจสอบข้อสอบอีกครั้งเหมือนที่ซูโม่ทำ แต่เธอตรวจสอบมันอย่างจริงจัง
หยาน จิ่วซี ไม่มั่นใจกับการสอบวิชาคณิตศาสตร์ในครั้งนี้ ข้อสอบครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นครั้งที่ยากที่สุดในรอบ 3 ปีตั้งแต่ที่เธอโรงเรียนมัธยมมา!
ด้วยเหตุนี้ หยาน จิ่วซี จึงไม่ได้ทำเหมือนกับการสอบครั้งก่อนๆ เธอมองไปที่หลี่ต้าไห่ที่กำลังเตือนให้เธอส่งกระดาษคำตอบ
“หึๆเป็นไงล่ะสาวน้อยครั้งนี้ข้อสอบมันยากไหมล่ะ!”
ขณะที่หลี่ต้าไห่กำลังตรวจข้อสอบอยู่ ซูโม่ก็เดินมาหาหยาน จิ่วซี และถามเสียงเบาๆว่า “ครั้งนี้ข้อสอบมันยากกว่าครั้งก่อนๆเหรอ เห็นเธอไม่ค่อยผ่อนคลายมันสักเท่าไหร่”
ในการสอบครั้งก่อนๆ หยาน จิ่วซี ไม่ได้ทำช้ากว่าเขามากนัก แต่คราวนี้มันช้ากว่าเขาครึ่งชั่วโมงกว่า
ดังนั้น ซูโม่เดาว่าหยาน จิ่วซีต้องเจอกับปัญหาอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่แสดงอาการลำบากใจเช่นนั้นออกมา
“ก็ฉันไม่ได้เก่งเหมือนนายนี่!”
หยาน จิ่วซีถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ใบหน้าสวยของเธอเต็มไปด้วยความกังวล และเธอก็พูดเบาๆว่า "ฉันไม่แน่ใจเกี่ยวกับคำถามข้อที่ยากที่สุดของข้อสอบในครั้งนี้ หากไม่อะไรผิดพลาด ฉันคงจะทำมันผิด”
อันที่จริง หยาน จิ่วซี ก็ทำข้ออื่นๆได้รวดเร็วเหมือนกัน แต่เหตุผลที่เธอส่งกระดาษคำตอบก่อนจะหมดเวลานั้น เพราะเธอติดอยู่กับคำถามข้อที่ยากที่สุด ซึ่งเธอใช้เวลาเกือบยี่สิบนาทีกับการทำโจทย์ข้อนี้
ด้วยเหตุนี้มันทำให้เธอไม่มั่นใจเป็นอย่างมาก ว่าเธอจะทำโจทย์คำถามข้อนั้นได้!
ไม่กี่นาทีต่อมาหลี่ต้าไห่ ก็เดินมาพร้อมกับกระดาษคำตอบ หลิวหยูยืนนิ่งอยู่ด้านข้าง ร่องรอยของความตึงเครียดปรากฏบนใบหน้าที่สวยงามของ หยานจิ่วซี
“ฉันจะประกาศผลการทดสอบในครั้งนี้”
พูดเสร็จหลี่ต้าไห่ก็มองไปที่หยาน จิ่วซี หลี่ต้าไห่ กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึมว่า "ซูโม่ได้ 150 คะแนน และหยานจิ่วซีได้ 140 คะแนน"
ทันทีที่มีการประกาศผล ใบหน้าของ หยาน จิ่วซี ก็มืดลงและอารมณ์ของเธอก็หดหู่ลงทันที
ครั้งนี้เธอ ไม่ได้คะแนนเต็ม...
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของ หยานจิ่วซี ซูโม่ก็จับมือของเธอขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ
เมื่อสัมผัสถึงมือของซูโม่ หัวใจของ หยาน จิ่วซี ก็อบอุ่นขึ้นมา และเธอก็รู้สึกดีขึ้นมาก
“หยาน จิ่วซี มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอ?”
หลี่ต้าไห่ ถามขึ้นด้วยใบหน้าทีเย็นชา เขารู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากที่หยาน จิ่วซีทำได้แย่กว่าซูโม่ ในฐานะที่เป็นอาจารย์ประจำชั้นของชั้นเรียนที่1 เขารู้สึกเหมือนโดนทุบที่ใบหน้า
เมื่อถูกถามโดย หลี่ต้าไห่ หยานจิ่วซี รู้สึกเสียใจเล็กน้อย หลี่ต้าไห่ไม่เคยถามคำถามแบบนี้กับเธอมาก่อน เธอเลยอธิบายด้วยเสียงเบาๆว่า “หนูแก้โจทย์ปัญหาข้อนั้นไม่ได้ และอาจารย์ก็ไม่เคยสอนคำถามประเภทนี้มาก่อน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมหนูจึงตอบคำถามข้อนั้นไม่ได้...”
เมื่อได้ยินคำตอบของหยาน จิ่วซี หลี่ต้าไห่ก็รู้สึกพูดไม่ออกไปชั่วขณะหนึ่ง
ไม่ได้สอน?
มันไม่ใช่แค่ไม่ได้สอนเพียงเท่านั้น โจทย์ใหญ่ข้อสุดท้ายมันไม่ได้อยู่ในขอบเขตของการเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เลย!
หลี่ต้าไห่ เดิมทีต้องการจะหยุดการทำคะแนนเต็มของ ซูโม่ แต่เขากลับไม่ได้คาดคิดว่าซูโม่จะทำมันได้แต่
หยาน จิ่วซีกลับทำมันไม่ได้แทน นั่นทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดและอับอายมาก
นี่เขายิงเท้าตัวเองแท้ๆ!
หลี่ต้าไห่แสดงอาการอับอายออกมาและถอนหายใจออกมาอย่างช้าๆ “เอาล่ะมันเป็นความผิดของอาจารย์เอง แต่ใช้โอกาสนี้ ฉันจะบอกวิธีแก้ปัญหาข้อนี้ให้เธอเอง”
เมื่อพูดกับหยาน จิ่วซีเสร็จแล้ว เขาก็เตือนซูโม่ว่า “เธอก็ควรฟังอย่างระมัดระวัง อย่าคิดว่าเธอทำมันถูกแล้วเธอจะหยิ่งผยองได้ การเรียนรู้มันไม่มีที่สิ้นสุด!”
“ทราบแล้วครับผู้อำนวยการหลี่”
ซูโม่รู้ดีตอนนี้เขาต้องทำตัวให้ดีเข้าไว้ ในเวลานี้ หลี่ต้าไห่กำลังอารมณ์เสียอยู่ และเขาก็ไม่อยากทำให้ตัวเองเดือดร้อน
“เอาล่ะทั้งสองคนตั้งใจฟังให้ดี”
หลังจากใช้เวลาไปยี่สิบนาที หลี่ต้าไห่ ก็ได้สอน หยาน จิ่วซี ถึงวิธีแก้โจทย์ปัญหาประเภทนี้ และหยาน จิ่วซีก็ตั้งใจเรียนมาก
แต่สำหรับซูโม่?
เขาเห็นซูโม่นั่งเหม่อโดยไม่ได้ตั้งใจฟังที่เขาสอนสักนิด แม้ว่าหลี่ต้าไห่จะไม่พอใจกับเรื่องนี้ แต่เขาก็สามารถทำได้แค่ปิดตาข้างเดียวทำเป็นไม่สนใจกับซูโม่
เพราะเขารู้ว่าซูโม่เข้าใจมันอย่างดีกับโจทย์ปัญหาข้อนี้จริงๆ!
นี่เป็นครั้งแรกที่หลี่ต้าไห่ได้เห็นวิธีการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้ เขาอยากที่จะปรบมือให้กับซูโม่จริงๆ
ไม่ว่าเขาจะคิดอะไรอยู่ในใจ หลี่ต้าไห่ก็ไม่ได้เอ่ยคำชมใดๆออก เขากลัวว่า ซูโม่อาจจะทำตัวหยิ่งผยองตัวหน้าเขามากขึ้นกว่านี้อีก
“เอาล่ะ การเรียนพิเศษในครั้งแรกนี้ก็เสร็จสิ้นแล้ว!”
หลี่ต้าไห่มองไปที่ ซูโม่ และ หยานจิ่วซี และกล่าวว่า “อาจารย์ทุกคนกำลังรอผลสอบการสอบโหมดที่สองของพวกเธออยู่ ฉันหวังว่าพวกเธอจะไม่ทำให้อาจารย์ทุกคนผิดหวัง”
“หลังจากการสอบโหมดที่สอง การเรียนพิเศษก็จะดำเนินต่อไปตามปกติ และพวกเธอจะไม่ได้รับแจ้งเตือนเพราะฉะนั้นอย่าลืมมันล่ะ” หลิวหยูเตือนพวกเขาขึ้นมา
“ทราบแล้วครับ ..ค่ะ อาจารย์”
ซูโม่ และ หยาน จิ่วซี พยักหน้ารับอย่างหนักแน่นและพวกเขาก็รู้สึกถึงความคาดหวังในสายตาของพวกอาจารย์ที่มีให้กับพวกเขา
อาจารย์เป็นอาชีพที่ยอดเยี่ยมและมีเกียรติมากจริงๆ!
แม้แต่ซูโม่ก็ยังมีความคิดที่จะเป็นอาจารย์ในอนาคต...
.......…
ในอีกสามวันข้างหน้า นักเรียนมัธยมปลายปี3ก็เริ่มทบทวนบทเรียนกันอย่างบ้าคลั่ง
บรรยากาศในโรงเรียนต่างเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด แม้แต่ตอนเลิกเรียนก็ยังยากที่จะเห็นนักเรียนเล่นกัน แม้แต่ที่ทางเดิน ก็มีนักเรียนเพียงไม่กี่คนที่เดินไปเข้าห้องน้ำ
บรรยากาศการเรียนรู้แบบมีวินัยในตนเองแบบนี้ทำให้อาจารย์ทุกคนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ประหลาดใจมาก ในท้ายที่สุดที่มันเป็นแบบนี้ก็เพราะซูโม่ได้ไปกระตุ้นนักเรียนคนอื่นๆ
ในตอนแรก ซูโม่เป็นเพียงนักเรียนระดับกลางค่อนไปทางต่ำ แต่เขาสามารถขึ้นมาเป็นนักเรียนที่มีผลการเรียนดีได้ภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น
เมื่อนักเรียนทุกคนมองเห็นความสำเร็จของซูโม่ ทุกคนคนก็คิดว่าตัวเองไม่ได้แย่ไปกว่าคนอื่นๆ ในเมื่อซูโม่ทำได้ทำไมพวกเขาจะทำมันไม่ได้บ้างล่ะ
จึงจะทำให้เกิดการระบาดของการรวมตัวติวหนังสือของพวกนักเรียนชั้นมัธยมปลายปีที่3ขึ้นมา!
แม้แต่เจ้าอ้วนหวาง ก็ไม่ยอมละทิ้งการทบทวนบทเรียนของเขา นี่ไม่ต้องพูดถึงนักเรียนคนอื่นๆเลย
ในปัจจุบันนักเรียนของชั้นเรียนที่3 ตราบใดที่มีคนพบปัญหาที่พวกเขาไม่เข้าใจ พวกเขาจะถามซูโม่อย่างนอบน้อม
ในเรื่องนี้ ซูโม่ไม่เคยปฏิเสธที่จะตอบ โดยตอบคำถามเพื่อนนักเรียนของเขาทุกคนอย่างระมัดระวัง
หลิวหยู ค้นพบสถานการณ์นี้ได้โดยธรรมชาติ แม้ว่าเธอจะพอใจกับนักเรียนของเธอที่ขยันขันแข็งในการทบทวนบทเรียน แต่เธอกลัวว่าสิ่งนี้จะรบกวนซูโม่มากเกิน แต่การที่ซูโม่จะช่วยเพื่อนร่วมชั้นของเขาก็ถือว่าเป็นเรื่องดี ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถที่จะพูดอะไรได้
นักเรียนในชั้นเรียนที่3นั้นโชคดีมากที่มีนักเรียนชั้นยอดอย่างซูโม่ในชั้นเรียนซึ่งมันเป็นสิ่งที่ดีจริงๆ ไม่ว่าปัญหาจะยากแค่ไหน มันก็กลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับซูโม่
ไม่เพียงแค่นั้น ซูโม่ยังสอนพวกเขาถึงแนวคิดในการแก้ปัญหาที่สอดคล้องกัน ซึ่งถ้าพวกเขาพบกับปัญหาที่คล้ายกันในอนาคตทุกคนก็จะแก้ปัญหามันได้
แม้แต่ ฮั่นเจียง ที่หยิ่งผยองและหยิ่งผยองมาโดยตลอด ก็ยังประทับใจกับการปฏิบัติตนของ ซูโม่!
ด้วยเหตุนี้ บรรยากาศที่ตึงเครียดก็ดำเนินไปเป็นเวลาสามวัน และในที่สุดก็เข้าสู่การสอบโหมดที่สอง
ในที่สุดซูโม่ก็ได้แสดงฝีมือขอเขาสักที
“ดิง”
“ระบบขอมอบภารกิจ ในการสอบโหมดที่สองโฮสต์ต้องมีคะแนนเป็นอันดับหนึ่งใน เมืองหลินไห่”
ซูโม่ก็ตั้งตารอเวลานี้อยู่เช่นกัน ในที่สุดระบบก็ออกภารกิจใหม่มาสักที
สำหรับการที่เขาจะทำภารกิจล้มเหลว?
ด้วยทักษะที่ระบบมอบให้มันเป็นไปไม่ได้!
ในพจนานุกรมของซูโม่ ไม่มีคำว่า ‘ความล้มเหลว’ อยู่ในนั้น!
……
เพื่อให้มีห้องว่างสำหรับการสอบโหมดที่สอง โรงเรียนทุกแห่งจึงให้วันหยุดกับนักเรียนชั้นมัธยมปลายปีอื่นๆสองวัน ในห้องเรียนจะไม่มีอะไรอยู่เลยมีแต่กระดาษแผ่นเดียวยกเว้นโต๊ะและเก้าอี้ ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันมิให้เกิดการโกงข้อสอบของนักเรียนขึ้น
ในการสุ่มสถานที่สอบ ซูโม่ได้ห้องสอบที่โรงเรียนมัธยมหลินไห่ที่3 ซึ่งอยู่ใกล้กับโรงเรียนมัธยมหลินไห่ที่2 ส่วนหยาน จิ่วซี เธอโชคดีสุ่มได้ห้องสอบที่โรงเรียนมัธยมหลินไห่ที่2
ทันทีที่เขามาถึงโรงเรียนในตอนเช้า เขาก็โดนหลิวหยูก็เอ่ยเตือน เรื่องตรวจสอบคำตอบให้ดีไม่ต้องรีบส่งกระดาษคำตอบแม้ว่าเขาจะทำข้อสอบเสร็จแล้วก็ตาม
“อาจารย์หลิว ไม่ต้องเป็นห่วงครับ”
ซูโม่พยักหน้ารับอย่างช่วยไม่ได้ หลิวหยูเน้นย้ำเรื่องนี้กับเขาไปแล้วเจ็ดหรือแปดครั้ง ตอนนี้ซูโม่เริ่มรู้สึกว่าหูของเขาจะชาแล้ว
“โอเค รถโรงเรียนรออยู่ที่ประตูแล้วรีบไปกันเถอะ” เมื่อไปที่ท่าทางของซูโม่ที่อึดอัดใจต่อคำพูดของเธอ หลิวหยู ก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องให้ดี
“ไปเถอะตั้งใจสอบให้ดีล่ะ!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของหลิวหยู ซูโม่ก็รีบวิ่งหนีไปราวกับว่าเขาได้รับการนิรโทษกรรม ถ้าเขาอยู่นานกว่านี้เขาไม่รู้ว่า หลิวหยู จะบ่นจู้จี้กับเขาเรื่องอะไรอีก
“เอ้อ! เด็กคนนี้นี่นะ…” เมื่อมองไปที่ด้านหลังของซูโม่ทีกำลังรีบวิ่งหนีไป หลิวหยูก็ส่ายหัวแล้วอดไม่ได้ที่จะหัวเราะขึ้นมา
สิบห้านาทีต่อมา
ซูโม่ก็มาถึงที่โรงเรียนมัธยมหลินไห่ที่3 เขาไม่ใช่คนแปลกหน้าในโรงเรียนมัธยมหลินไห่ที่3 เมื่อก่อนหน้านี้ปกติเขามักจะมาเล่นบาสกับเจ้าอ้วนหวาง อยู่บ่อยๆ เลยหาห้องสอบได้ง่ายๆ
เวลาแปดโมงครึ่ง
ผู้คุมสอบก็เดินเข้ามาในห้องเรียนและประกาศกฎของการสอบ การสอบแบบโหมดที่สองก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
ซูโม่ยังคงเขียนราวกับบินได้ ทันทีที่เขาเห็นคำถามบนข้อสอบ คำตอบที่สอดคล้องกันก็จะปรากฏขึ้นมาในใจของเขา
แม้ว่าซูโม่จะตอบคำถามได้เร็วมาก แต่คราวนี้เขาไม่ได้ส่งกระดาษคำตอบเมื่อเขาทำเสร็จ แต่ตรวจสอบมันอย่างน้อยสองครั้งอย่างระมัดระวัง
ซูโม่สัมผัสได้ถึงความพยายามอันอุตสาหะของอาจารย์ทุกคน และเขาจะใช้ผลการสอบเพื่อตอบแทนอาจารย์ที่น่ารักเหล่านั้น...
การสอบกินเวลาจนถึงหกโมงเย็นก่อนที่จะสิ้นสุด
เมื่อซูโม่ออกมาก็เกือบจะมืดแล้ว ทันทีที่เขาเดินออกจากประตูโรงเรียนมัธยมหลินไห่ที่ 3 เขาก็เห็นแม่ของเขารออยู่ที่ริมถนน เมื่อเขาเห็นเช่นเขารู้สึกว่ามีกระแสน้ำอุ่นไหลผ่านหัวใจของเขา
………………
พรุ่งนี้หยุดนะครับติดงานแต่งลูกพี่ลูกน้อง...