ลูกสะใภ้ในอนาคต
“เอาล่ะวันนี้เราจะไม่มีเรียนพิเศษกัน แต่เรามาพูดถึงการสอบโหมดที่สองกันก่อน”
หลิวหยู พูดเบาๆว่า “การสอบในครั้งนี้มีความยากอยู่ที่ระดับปานกลางค่อนไปทางสูงและหยาน จิ่วซีก็ได้เสียคะแนนไปสามคะแนน ถึงแม้ว่าผลลัพธ์มันจะออกมาดีมากก็ตาม
หลิวหยู พูดขึ้นด้วยความหนักแน่น “ไม่ใช่ว่าการเรียนพิเศษที่มีขึ้นนี้ก็เพื่อขจัดโอกาสที่จะเสียคะแนนไปไม่ใช่หรือ?”
เมื่อหลี่ต้าไห่ได้ยินคำพูดของ หลิวหยู เขาก็พยักหน้าเห็นด้วย
การเรียนอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ใช่เรื่องที่ดี สิ่งสำคัญที่สุดคือการแก้ไขข้อผิดพลาดสำหรับทั้งสองคน
ซูโม่ยังไม่ได้ทำผิดพลาดในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นการสอบในตอนเรียนพิเศษ การสอบแบบทดลองครั้งที่หนึ่งหรือการสอบโหมดที่สองในครั้งนี้เขาก็ทำได้อย่างสมบูรณ์และไม่สามารถที่จะหาข้อผิดพลาดของเขาได้เลย
ดังนั้นเรามาแก้ไขข้อผิดพลาดของ หยาน จิ่วซี กันเถอะ
“หยาน จิ่วซี เธอรู้ไหมว่า เธอผิดพลาดที่ตรงไหน”
เมื่อเผชิญกับคำถามของ หลิวหยู หยาน จิ่วซี ก็ส่ายหัวอย่างสงสัย เธอไม่ได้เห็นกระดาษคำตอบที่ตรวจเสร็จแล้ว ดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วเธอไม่รู้ว่าคะแนนสามคะแนนของเธอหายไปได้อย่างไร เธอเองก็อยากรู้เช่นกัน
หลิวหยู และหลี่ต้าไห่ หันมามองหน้ากันแล้วพยักหน้าพร้อมกัน
“งั้นเรามาดูกันเถอะว่ามันผิดพลาดที่ตรงไหน?”
………….
เมื่อการเรียนสิ้นสุดลง ในขณะที่ ซูโม่ และ หยาน จิ่วซี เดินออกมาจากอาคารเรียน พวกก็เขาพบกับนักเรียนมัธยมปลายปี3จำนวนมากที่เพิ่งเรียนเพิ่มเติมเสร็จ ที่กำลังเดินออกมาจากอาคารเรียนเช่นกัน
มันไม่ใช่แค่พวกเขาสองคนอีกต่อไปที่เรียนพิเศษเพิ่มเติม ด้วยเหตุนี้มันทำให้บรรยากาศของนักเรียนมัธยมปลายปี3ดูเคร่งเครียดขึ้นมาเป็นอย่างมาก
และในเวลานี้ ก็มีผู้ปกครองมารอรับลูกๆของพวกเขาอยู่เป็นจำนวนมาก
“เสี่ยวโม่แม่อยู่นี่”
เมื่อแม่ซูเห็นลูกชายของเธอเดินจูงมือมาพร้อมกับเด็กผู้หญิง หัวใจของเธอก็รู้สึกว้าวุ่นขึ้นมาทันที
ตอนนี้ลูกชายของเธออยู่ในช่วงที่เตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย เธอยังไม่อยากให้ลูกชายของเธอมีแฟน
แต่เมื่อซูโม่และหยาน จิ่วซีเดินเข้ามาใกล้ ความคิดของแม่ซูก็เปลี่ยนไปทันที
ถ้าได้สาวสวยคนนี้มาเป็นลูกสะใภ้ของเธอได้ เธอเกรงว่าแม้แต่ในขณะที่เธอหลับเธอก็ยังหัวเราะได้
ถึงอย่างไร ผลการเรียนของลูกชายตอนนี้มันก็ดีอยู่แล้ว แค่มีแฟนคงไม่เป็นอะไรหรอก
กลับกันตอนนี้เธอสามารถที่จะมีลูกสะใภ้ที่สวยขนาดนี้ได้ ถ้าพลาดไปเกรงว่าคงจะไม่มีโอกาสที่ดีแบบนี้แล้ว
เมื่อซูโม่เห็นแม่ของเขา เขาก็รีบลากหยาน จิ่วซี เข้าไปหาแม่ของเขาในทันที
อย่างไรก็ตาม การแสดงออกของ หยาน จิ่วซี ก็เต็มไปด้วยความกังวล
นี่เป็นการพบกันครั้งแรกของเธอกับแม่ของซูโม่ มันจะไม่ให้เธอกังวลไปได้อย่างไร
ในขณะนี้ฝ่ามือของ หยาน จิ่วซี ก็เต็มไปด้วยเหงื่อ ซูโม่สัมผัสได้ว่าหยาน จิ่วซี กำลังกังวล เขาจึงพูดปลอบใจไปว่า
“เสี่ยวซี ไม่จำเป็นต้องกังวลไปหรอกแม่ของฉันเป็นคนที่ใจดีมาก เธอไม่ต้องกลัวน่ะ เธอเห็นไหมตอนที่ฉันไปบ้านเธอเมื่อเจอกับคุณป้าฉันยังไม่เป็นอะไรเลย
คำพูดปลอบใจของซูโม่ช่วย หยาน จิ่วซีได้เป็นอย่างมาก ตอนนี้เธอไม่ได้รู้สึกเป็นกังวลอีกต่อไปแล้ว
เมื่อทั้งสองเดินเข้าไปถึงแม่ซู ซูโม่ก็รีบแนะนำหยาน จิ่วซีขึ้นมาทันที
“แม่ครับ นี่คือเพื่อนของผม เธอชื่อหยาน จิ่วซี เธอเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายปี3ชั้นเรียนที่1”
ตอนนี้ความสนใจของแม่ซูอยู่ที่ร่างของหยาน จิ่วซี เมื่อเธอเห็นหยาน จิ่วซีใกล้ขึ้น เธอตระหนักได้ว่าสาวน้อยคนนี้สวยมาก
นี่เป็นครั้งแรกที่แม่ซูเพิ่งได้จะเห็นคนสวยขนาดนี้
แม่ซูเหลือบไปเห็นทั้งสองที่จับมือกันอยู่อย่างไม่ได้ตั้งใจ เมื่อเห็นเช่นนั้นปากของแม่ซูก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
แม่ซูอดไม่ได้ที่จะยกนิ้วโป้งให้กับลูกชายของเธอในใจ เธอไม่ได้คาดหวังว่าลูกชายของเธอจะมีความสามรถมากถึงขนาดหาลูกสะใภ้ที่สวยอย่างกับเทพธิดาให้กับเธอได้
“ไอ้ลูกชายยอดเยี่ยมมาก”
“สวัสดีคะคุณป้า หนูชื่อหยาน จิ่วซีค่ะ คุณป้าเรียกหนูว่าเสี่ยวซีก็ได้”
หยาน จิ่วซีสูดหายใจเข้าลึกๆ และพยายามทำให้ตัวเองดูประหม่าน้อยลง เธออยากที่จะทิ้งความประทับใจดีๆให้กับแม่ของซูโม่
เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้พบกับแม่ของซูโม่!
“อืม เสี่ยวซีใช่ไหม มันเป็นพรสำหรับเสี่ยวโม่เจ้าเด็กตัวเหม็นคนนี้จริงๆที่สามารถมีเพื่อนสวยได้ขนาดนี้”
เมื่อเห็นรูปลักษณ์ที่สวยงามของหยาน จิ่วซี แม่ซูก็รู้สึกพอใจมากจนไม่รู้จะพอใจยังไงแล้ว พูดจบเธอรีบจับมืออีกข้างหนึ่งของ หยาน จิ่วซีขึ้นมา
“วันนี้ป้าทำหมูตุ๋น นี่เป็นของโปรดของเสี่ยวโหม่ เสี่ยวซี ทำไมหนูไม่มาทานข้าวที่บ้านของป้าล่ะ”
“อา?”
หยาน จิ่วซีตกใจเมื่อได้ยินคำพูดของแม่ซู่ เธอคิดว่าเมื่อเธอทักทายเสร็จเธอก็จะขอตัวกลับบ้าน
เธอไม่คาดคิดว่าแม่ของซูโม่จะชวนเธอไปทานข้าวที่บ้าน เธอไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรดีในตอนนี้
เธอไม่รู้ว่าจะไปหรือไม่ไปดี?
“แม่อุส่าห์พูดมาขนาดนี้แล้ว เสี่ยวซีมาทานข้าวที่บ้านฉันนะ”
เมื่อเห็นสายตาที่ไร้หนทางของ หยาน จิ่วซี แววตาของซูโม่ก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม คราวนี้เธอคงจะเข้าใจแล้วสินะว่าฉันรู้สึกอย่างไรเมื่อตอนที่ฉันไปบ้านของเธอ
เมื่อแม่ซูได้ยินคำพูดช่วยเหลือจากลูกชายของเธอ รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็กว้างขึ้นมา
“ทำได้ดีมากเจ้าลูกชาย”
ก่อนหน้านี้ เธอไม่เคยรู้เลยว่าลูกชายของเธอจะมีพรสวรรค์ในการจีบผู้หญิงสูงถึงขนาดนี้
มันเป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์เธอมาก!
“งั้นฉันขอบอกแม่ฉันก่อนน่ะ เดี่ยวแม่ของฉันจะเป็นห่วงเอา”
หยาน จิ่วซีพูดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เธอไม่ต้องการปฏิเสธความหวังดีของแม่ซูโม่ ดังนั้นเธอทำได้แค่เพียงยอมรับกับคำเชิญนี้เท่านั้น
“นี่เป็นเรื่องที่ดีที่หนูบอกให้แม่ของหนูได้รับรู้”
หลังจากได้ยินคำพูดของ หยาน จิ่วซี แม่ซูก็รู้สึกพึงพอใจมากขึ้น
นอกจากจะสวยแล้วยังมีบุคลิกที่ดีอีกด้วย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเธอมีเหตุผล ฉันจะหาลูกสะใภ้แบบนี้ได้จากที่ไหนอีก?
ระหว่างทาง หยาน จิ่วซี ใช้โทรศัพท์มือถือของแม่ซูโม่ เพื่อโทรหาแม่ของเธอและบอกว่าแม่ของซูโม่ชวนเธอไปทานข้าวที่บ้าน
แม่ของหยาน จิ่วซีไม่แปลกใจกับเรื่องนี้ เธอแค่สั่งหยาน จิ่วซีทำตัวให้สุภาพต่อหน้าแม่ของซูโม่ และไม่ได้พูดอะไรอีก
หลังจากมาถึงบ้านของซูโม่แล้วหยาน จิ่วซี ก็ถูกแม่ของซูโม่ลากไปนั่งคุยที่โซฟาด้วยกัน
เมื่อได้พูดคุยกันมากขึ้นแม่ซูไม่คาดคิดว่าสาวน้อยคนนี้จะเก่งกว่าที่เธอคิดไว้มาก
ไม่ว่าจะเป็นภูมิหลังทางครอบครัวหรือหน้าตา สาวน้อยคนนี้ดีจนไม่รู้จะดียังไง
ตอนนี้แม่ซูเริ่มกังวลเล็กน้อยแล้วว่าลูกชายของเธอคู่ควรกับสาวน้อยแสนสวยคนนี้หรือเปล่า?
อย่างไรก็ตามเมื่อเธอได้ยิน หยาน จิ่วซี บอกว่าซูโม่ ทำได้ดีมากในการสอบโหมดที่สอง
ความกังวลของแม่ซูหายไปในทันที
ลูกชายของเธอเองก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน
เมื่อซูโม่ยกอาหารจานสุดท้ายมาวางบนโต๊ะอาหาร เขาก็ได้ยินที่ทั้งสองคนพูดคุยเกี่ยวกับความสำเร็จของเขาในการสอบโหมดที่สอง
“คุณป้า นี่คุณป้าไม่รู้เหรอว่าตอนนี้ทางโรงเรียนให้ความสำคัญกับเสี่ยวโม่มากแค่ไหน”
หยาน จิ่วซี ชื่นชมซูโม่ต่อหน้าแม่ซู เรื่องนี้ทำให้แม่ซูรู้สึกเป็นปลื้มมาก นี่คือสิ่งที่เธออยากได้ยินมากที่สุด เธอชอบที่จะได้ยินคนอื่นพูดชื่นชมซูโม่กับเธอ
“แม่ อย่าไปฟังเรื่องไร้สาระของเสี่ยวซี ผลการสอบของเธอก็ดีมากเช่นกัน”
หลังจากที่ซูโม่วางจานลง เขาก็นั่งลงข้างๆ หยาน จิ่วซี และบีบให้แม่ของเขาไปนั่งอีกด้านหนึ่งโดยตรง
“โอ้! จริงเหรอ”
แม่ซูไม่ได้รำคาญกับพฤติกรรมของลูกชายของเธอ แต่กลับสงสัยในคำพูดของเขาแทน
“จริงสิครับแม่ คะแนนของเสี่ยวซีนั้นดีมาก”
แม่ซูต้องการที่จะถามเกี่ยวกับคะแนนของหยาน จิ่วซี มากในตอนนี้ แต่เธอก็กลัวว่าซูโม่จะหยอกเธอเล่น
ซูโม่คีบหมูตุ๋นใส่ปากของเขา เมื่อหมูตุ๋นเข้าไปในปากของเขา เขาก็แสดงความพึงพอใจขึ้นมาทันที
แต่เมื่อเขาเห็นการจ้องมองที่ไร้ความปราณีจากแม่ของเขา ซูโม่ก็รีบอธิบายด้วยรอยยิ้มว่า
“ครั้งนี้ผมทำคะแนนได้ 750 คะแนน เป็นอันดับที่หนึ่งในเมือง และเสี่ยวซีทำคะแนนได้ 747 คะแนนในการสอบครั้งนี้ และเธอได้อันดับที่สองในเมือง แม่คิดว่าเธอเก่งไหมล่ะ”
“อะไรนะ?”
เมื่อแม่ซูได้ยิน คำพูดของลูกชายของเธอ ตาของเธอก็เบิกกว้างขึ้นมาทันที
เดิมที เธอคิดว่าผลการสอบของลูกชายเธอนั้นดีมากแล้ว แต่เธอไม่ได้คาดคิดว่าเด็กสาวคนนี้ก็ทำได้ดีมากเหมือนกัน
เมื่อเทียบกับลูกชายของเธอ สาวน้อยคนนี้ไม้ได้ด้อยกว่าเลย
ความรู้สึกกังวลของแม่ซูก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
ผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้ ลูกชายของเธอสมควรได้รับมันจริงหรือ?
“เป็นไงแม่เสี่ยวซีเก่งมากๆใช่ไหม?”
ซูโม่มองแม่ของเขาอย่างขบขันและพูดว่า “ไม่ใช่ว่าแม่แปลกจนจนอึ้งไปแล้วน่ะ?”
“เสี่ยวโม่ อย่าแกล้งคุณป้าสิ”
หยาน จิ่วซีหยิกเอวของซูโม่อย่างลับๆ ปากเล็กๆของเธอแนบชิดกับใบหูของซูใและเตือนอย่างแผ่วเบา
หยาน จิ่วซีเธอเป็นคนดูความรู้สึกของคนอื่นเก่ง และเธอสามารถเห็นได้อย่างรวดเร็วว่าแม่ซูดูเหมือนจะมีบางอย่างในใจ
“แม่ ผมแค่ล้อแม่เล่น”
ซูโม่หันไปมองค้อนหยาน จิ่วซี
ผู้หญิงคนนี้เรียนรู้ที่จะพูดข่มเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
แล้วหลังจากนี้จะให้เขาใช้ชีวิตได้อย่างไร