เวิลด์ซิตี้
ณ เวิลด์ซิตี้
ภายในร้านเครื่องประดับคาร์เทียร์
หลินเจียกำลังพาหญิงสาวไปเลือกซื้อเครื่องประดับ
ผู้หญิงคนนี้ชื่อซูหมาน เป็นนักศึกษาปีแรกที่มหาวิทยาลัยจงไห่
ซูหมานมีรูปร่างหน้าตาสวยงามประมาณ 85 คะแนน เธอเป็นดาวเด่นประจำภาควิชาภาษาจีน
ตอนที่หลินเจียได้เห็นซูหมานเป็นครั้งแรก เขารู้สึกถูกใจเธอ และเดินหน้าจีบเต็มกำลังทันที
อย่างไรก็ตาม ในตอนแรกซูหมานไม่ได้สนใจเขาเลย แต่หลินเจียไม่ยอมแพ้ เขาส่งของขวัญมากมายให้กับเธอแม้จะถูกปฏิเสธนับครั้งไม่ถ้วย
จนในที่สุดเธอก็พ่ายแพ้ต่อความพยามของหลินเจียและตัดสินใจออกเดตด้วย
วันนี้เขาพาซูหมานมาที่เวิลด์ซิตี้และซื้อของให้กับเธอมากมาย โดยหวังว่าเขาจะได้ใกล้ชิดกับซูหมานมากขึ้น
สายตาของหลินเจียที่มองซูหมานค่อยๆเปลี่ยนเป็นสายตาที่ลามกอนาจาร
หลังจากที่ซูหมานสังเกตเห็น เธอก็รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย
ถ้าไม่ใช่เพราะความพยายามของหลินเจีย ด้วยความสูง 170 เซนติเมตรและหน้าตาธรรมดาทั่วไป เธอจะไม่มีวันเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเขาเลยแน่นอน
ถ้าเขาทำตัวไม่เหมาะสม เธอจะปฏิเสธเขาทันทีอย่างไม่ไยดี
"หลินเจีย คุณว่ามันดูดีไหม"
ซูหมานยืดข้อมืออันเรียวยาวของเธอออกมาและถามหลินเจีย
บนข้อมือของเธอคือสร้อยข้อมือคาร์เทียร์รุ่นล่าสุด
หลินเจียมองไปดูรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ของซูหมาน จากนั้นก็พยักหน้าและพูดว่า "คนสวยอย่างเธอน่ะใส่อะไรก็ดูดีไปหมดอยู่แล้วล่ะ"
"จริงหรือ?"
"จริงสิ" หลินเจียพยักหน้า จากนั้นก็หันไปพูดกับพนักงาน "ฉันเอาสร้อยข้อมือเส้นนี้"
"ได้เลยค่ะ!" พนักงานพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
รอยยิ้มบนใบหน้าของซูหมานกว้างขึ้นมากกว่าเดิมเมื่อเห็นฉากนี้
หลังจากนั้นไม่นาน พนักงานก็เก็บสร้อยข้อมือและพูดกับหลินเจียด้วยรอยยิ้มว่า "คุณผู้ชาย ทั้งหมดราคา 65,000 หยวนค่ะ..."
"เท่าไรนะ?" หลินเจียถามด้วยความไม่เชื่อ
พนักงานตอบกลับโดยยังคงรอยยิ้มไว้บนใบหน้า "65,000 หยวนค่ะคุณผู้ชาย"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินเจียก็หายไปทันที
มันแพงมาก!
เดิมทีเขาคิดว่าสร้อยข้อมือเส้นนี้จะมีราคาไม่เกินหนึ่งหมื่นหยวนเท่านั้น
เมื่อพนักงานเห็นว่าสีหน้าของหลินเจียดูไม่สู้ดีนักจึงรีบอธิบายออกมา "คุณผู้ชาย สร้อยข้อมือเส้นนี้เป็นสร้อยคอมือรุ่นใหม่ล่าสุดของเรา มันทำจาก..."
หลินเจียไม่ฟังพนักงาน เขายิ้มเจื่อนๆออกมาและพูดกับซูหมาน "ซูหมาน ฉันไม่คิดว่าสร้อยข้อมือเส้นนี้จะเหมาะกับเธอสักเท่าไหร่ ทำไมเธอไม่ลองเลือกแบบอื่นล่ะ"
เงินค่าขนมต่อเดือนของเขาอยู่ที่ 10,000 หยวนเท่านั้น
มันไม่คุ้มค่าที่จะต้องเสียเงินค่าขนมครึ่งปีให้กับผู้หญิงเพียงแค่คนเดียว
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือตอนนี้เขามีเงินไม่มากพอ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถซื้อสร้อยข้อมือราคาแพงเช่นนี้ได้
เมื่อซูหมานได้ยิน ใบหน้าของเธอก็แสดงออกถึงความเศร้าโศก "แต่ฉันอยากได้สร้อยข้อมือเส้นนี้นี่หน่า"
"คุณแค่ไม่อยากซื้อให้ฉันเพราะราคามันสูงเกินไปใช่มั้ย"
"ไม่ใช่อย่างนั้นนะ!" เมื่อเห็นท่าทางของซูหมานเปลี่ยนไปในทิศทางลบ หลินเจียก็รีบส่ายหัวทันที
เขาชอบซูหมานมาก
ดังนั้นเขาจึงทุ่มเงินมากมายเพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกับเธอ หากตอนนี้เขาไม่สามารถทำอะไรได้ ความสัมพันธ์ของเขากับซูหมานคงจะต้องแย่ลงแน่นอน
แต่เขาไม่มีเงินมากพอที่ซื้อสร้อยข้อมือจริงๆ...
ทำยังไงดี?
ในขณะที่หลินเจียกำลังตกอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ร่างที่คุ้นเคยก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของเขา
นั่นมัน!
รูม่านตาของหลินเจียหดตัวเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
เขามาที่นี่ได้ยังไง?
ในทันใดนั้นเอง เขาก็ค้นพบทางออกของปัญหานี้
"ซูหมาน ฉันเจอคนรู้จักน่ะ ขอเข้าไปทักทายเขาก่อนนะ"
หลังจากพูดจบ หลินเจียก็ก้าวขาแล้วเดินออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว
ซูหมานขมวดคิ้ว
เธอคิดว่านี่เป็นเพียงข้อแก้ตัวของหลินเจียที่ไม่ต้องการซื้อสร้อยข้อมือให้เธอ
อย่างไรก็ตาม หลินเจียได้เดินออกไปแล้ว ดังนั้นขืนเธอจะอยู่ที่นี่ต่อไปก็ไร้ประโยชน์ แต่ถ้าเธอเลิกยุ่งเกี่ยวกับหลินเจียไปเลย ชีวิตของเธอก็คงสูญเสียความสะดวกสบายไป...
เมื่อชั่งน้ำหนักจากเรื่องนี้แล้ว ซูหมานก็ตัดสินใจต็ฒที่จะอยู่กับหลินเจียต่อและเดินตามเขาไป
…
"เย่เฟิง!"
มีเสียงดังขึ้นมาจากด้านหลัง
ซึ่งเย่เฟิงก็หยุดชะงักทันทีที่เขาได้ยินเสียงนี้ แม้จะยังไม่ได้หันหลังไปมอง แต่เขาก็รู้ดีว่าเจ้าของเสียงน่ารำคาญนี้เป็นใคร
ในขณะที่เย่เฟิงกำลังหันหลังกลับมา
หลินเจียก็กำลังเดินไปหาเขาโดนที่มือทั้งสองข้างล้วงอยู่ในกระเป๋ากางเกง
และด้านหลังหลินเจียมีเด็กสาวผู้ไร้เดียงสาคนหนึ่งเดินตามมาด้วย
สายตาของหลินเจียที่มองไปยังเย่เฟิงเต็มไปด้วยความดูถูกหยาดหยามอย่างยิ่ง
ในทางกลับกัน ซูหมานนั้นจ้องมองไปที่ใบหน้าของเย่เฟิงด้วยความตกใจ
เขาหล่อมาก!
แต่เมื่อเห็นเย่เฟิงสวมเสื้อผ้าธรรมดา สายตาของเธอก็กลายเป็นเย็นชาทันที
เย่เฟิงไม่คาดคิดมาก่อนว่าเขาจะได้พบกับหลินเจี่ยที่นี่
เฟยฉูบอกเขาก่อนหน้านี้ว่าหลินเจียไปเที่ยวกับผู้หญิง แต่สถานที่ท่องเที่ยวก็มีตั้งมากมายไม่ใช่หรือ ทำไมต้องเป็นเวิลด์ ซิตี้ด้วย อะไรจะเฮ็งซวยขนาดนี้
เย่เฟิงถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เรียกฉันทำไม? มีอะไรหรอ?"
"เจอคนรู้จักก็ต้องเข้ามาทักทายเป็นธรรมดาสิ"
"เรารู้จักกันด้วยหรอ"
"ไม่เอาน่า อยู่หอพักเดียวกันแท้ๆ อย่าทำตัวเย็นชาแบบนี้สิ!"
"ว่าแต่ ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ เย่เฟิง" หลินเจียรู้ว่าเย่เฟิงไม่ได้อยากยุ่งเกี่ยวกับเขา และเขาก็ไม่ได้อยากยุ่งเกี่ยวกับเย่เฟิงเช่นกัน แต่ถึงกระนั้นเขาก็อยากรู้ถึงเหตุผลที่เย่เฟิงมาที่นี่
เมื่อได้ยินคำถามนี้ เย่เฟิงก็ยิ้มออกมาและพูดว่า "ทำไมฉันต้องบอกเหตุผลที่ตัวเองมาอยู่ที่นี่ให้กับคนอย่างนายรู้ด้วยล่ะ เป็นพ่อแม่ฉันหรือไง?"
"..."
เมื่อเห็นว่าหลินเจียหยุดนิ่งไม่ตอบโต้กลับมา เย่เฟิงที่ไม่ได้อยากยุ่งเกี่ยวกับเขาเท่าไหร่ก็หันหลังและเดินจากไปทันที
ในตอนนี้ใบหน้าของหลินเจียเต็มไปด้วยความโกรธ
เขาเป็นลูกของเศรษฐีที่มีเกียรติ และเขาก็เข้าทักทายเย่เฟิงแบบเป็นมิตร แต่เย่เฟิงกับไม่รักษาหน้าของเขาเลย
อภัยให้ไม่ได้!
ทันใดนั้น หลินเจียก็สังเกตุเห็นว่าเย่เฟิงเดินเข้าไปในร้านเสื้อผ้าหรู และเขาก็เต็มไปด้วยความสงสัยทันที
จากสถานะครอบครัวของเย่เฟิง เขาไม่น่าจะมีเงินมากพอที่จะซื้อเสื้อผ้าสักตัวจากร้าน ๆ นั้นได้เลย
เป็นไปได้ไหมว่าเย่เฟิงกำลังมองหางานพาร์ตไทม์อยู่?