เซี่ยชิวประหลาดใจ

"กริ๊ง กริ๊ง?"

ในขณะที่เย่เฟิงกำลังขับรถ เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมา

"คุณเย่อยู่ที่ไหน"

หลังจากกดรับสายได้ไม่นาน เสียงที่เต็มไปด้วยความเย็นชาก็ดังขึ้น

ซึ่งแน่นอน เย่เฟิงจำได้ว่านี่เป็นเสียงของเป็นผู้จัดการหวัง ดังนั้นเขาจึงรีบตอบกลับไปว่า "คุณหวัง ตอนนี้ผมอยู่ที่ชั้นล่างของโรงแรมแล้ว"

"ตรงไหนหรอ ทำไมฉันไม่เห็นเธอเลย"

ผู้จัดการหวังหันมองไปรอบ ๆ

ในขณะนั้นเอง รถซูเปอร์คาร์สีดำคันหนึ่งก็ขับเข้ามา

และสายตาของผู้จัดการหวังก็ถูกความสวยงามของมันดึงดูดไปทันที

นั่นคือ...

เฟอร์รารี่ เอ็นโซ!

ในฐานะผู้จัดการของเซี่ยชิว เธอจำเป็นต้องมีสายตาที่ดีและความรอบรู้ในทุกๆเรื่อง ดังนั้นเธอจึงสามารถจำรุ่นของซูเปอร์คาร์คันนี้ได้ตั้งแต่แรกเห็น และยังรู้ด้วยว่ารถคนนี้มีมูลค่ามากกว่า 30 ล้านหยวน

ไม่เพียงเท่านั้น เฟอร์รารี่ เอ็นโซยังเป็นรถรุ่นลิมิเต็ดที่มีเพียงแค่ 400 คันในโลก และยังเป็นรถที่ไม่สามารถซื้อได้แม้คุณจะมีเงินมากพอ

แม้แต่ในเมืองใหญ่อย่างหยานจิงยังยากที่จะพบเห็น แล้วนับประสาอะไรกับในเมืองจงไห่ล่ะ

เจ้าของรถคือใครกัน?

ไม่นาน เฟอร์รารี่ เอ็นโซก็ตรงเข้ามาจอดอยู่ตรงหน้าของเธอ

จากนั้นกระจกรถก็ลดต่ำลง และเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่ม

"เย่...เย่เฟิง!"

หลังจากเห็นรูปร่างของชายที่นั่งฝั่งคนขับอย่างชัดเจน ผู้จัดการหวังก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

ขณะเดียวกัน เย่เฟิงก็ยิ้มให้ผู้จัดการหวังและกดวางสายโทรศัพท์

หลังจากนั้น ประตูปีกนกก็ค่อยๆเปิดออก

เย่เฟิงลงมาจากรถพร้อมยื่นกุญแจรถให้กับผู้ดูแลและเดินไปหาผู้จัดการหวังอย่างช้าๆ

เมื่อมองไปที่เย่เฟิงซึ่งสวมชุดแบรนด์ดัง ผู้จัดการหวังก็ยิ่งประหลาดใจมากขึ้นไปอีก

ถ้าเธอจำไม่ผิด ชุดของเย่เฟิงมีราคาอย่างน้อยหนึ่งแสนหยวน บวกกับนาฬิกาเรือนนั้น...

เธอประมวลผลอย่างรวดเร็วและได้ข้อสรุปมาว่าเย่เฟิงนั้นรวยมาก!

แต่ทำไมก่อนหน้าที่พบกันเขาถึงแต่งตัวแบบนั้นล่ะ?

"คุณหวัง ผมต้องขอโทษด้วยครับที่ทำให้คุณรอนาน!"

เย่เฟิงพูดกับผู้จัดการหวังด้วยรอยยิ้ม

"คุณไม่ต้องสุภาพกับฉันถึงขนาดนี้ก็ได้ ฉันเพิ่งจะลงมารอคุณเมื่อไม่นานนี้เอง ฉะนั้นคุณไม่ต้องขอโทษฉันหรอกนะ" ผู้จัดการหวังกลับมามีสติและส่ายหัวด้วยรอยยิ้ม ในขณะเดียวกัน น้ำเสียงที่พูดออกไปของเธอก็สุภาพขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ในขณะนี้ ความไม่พอใจของเธอที่มีต่อการมาสายของเย่เฟิงได้หายไปหมดแล้ว เธอด้วยรอยยิ้ม "คุณเย่ เซี่ยชิวรอคุณอยู่ ฉันจะพาคุณไปที่นั่นเดี๋ยวนี้"

"รบกวนด้วยนะครับ!" เย่เฟิงพยักหน้า

"เชิญทางนี้ค่ะ"

ผู้จัดการหวังเปิดประตูโรงแรมและรอให้เย่เฟิงเดินเข้าไปก่อน

ฉากนี้ทำให้เย่เฟิงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย

เขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้ผู้จัดการหวังไม่ได้ชื่นชอบเขาสักเท่าไหร่ ทำไมตอนนี้เธอถึงสุภาพกับเขามากนักล่ะ?

อย่างไรก็ตาม เย่เฟิงไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลังจากขอบคุณเธอแล้ว เขาก็เดินเข้าไปในโรงแรม

ทั้งสองคนขึ้นลิฟต์ไปด้วยกัน

หลังจากนั้นไม่นาน ลิฟต์ก็หยุดที่ชั้นห้า

ผู้จัดการหวังพาเย่เฟิงไปที่ร้านอาหารระดับสามดาวมิชลิน เดินผ่านทางเดินยาว และมาถึงประตูห้องส่วนตัวที่หรูหรา

เซี่ยชิวยืนรออยู่ที่หน้าประตูห้องส่วนตัว ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสวยงามบริสุทธิ์ และรูปร่างของเธอก็มีเสน่ห์ดึงดูดที่เกินจริง

ภายใต้สวมเสื้อยืดสีขาวและกางเกงยีนส์ทรงสกินนี่ ส่วนโค้งของร่างกายเธอจึงปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัด บนใบหน้าไม่มีร่องรอยการตกแต่งใดๆ แต่เธอกับสวยจนทำให้คนที่เห็นแทบลืมหายใจ...

ในขณะที่เย่เฟิงกำลังมองไปที่เซี่ยชิว เซี่ยชิวก็มองตรงมาที่เขาเช่นกัน

เย่เฟิงมีใบหน้าที่ดูดีเป็นทุนเดิม เมื่อบวกกับเสื้อผ้าแบรนด์ดัง ความสง่าผ่าเผยและหล่อเหลาของเขาจึงเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว...

แม้ว่าเซี่ยชิวจะเคยเห็นผู้ชายหน้าตาดีมากมายในวงการบันเทิง แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะหวั่นไหวต่อความหล่อของเย่เฟิง

ไม่นาน เธอก็กลับมาเป็นปกติ

แม้ว่าเธอจะยังคงสงสัยว่าทำไมเย่เฟิงที่เป็นนักศึกษายากจนถึงสามารถซื้อเสื้อผ้าหรูหราได้ แต่เธอก็ไม่ได้ถามเกี่ยวกับมัน เธอทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม "เย่เฟิง คุณมาแล้ว!"

ท่าทางของเซี่ยชิวไม่มีคราบของคนดังแม้แต่น้อย เธอดูเข้าถึงได้ง่ายเหมือนกับเป็นพี่สาวคนโต

เย่เฟิงยิ้มเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงนี้ และความประทับใจที่มีต่อเธอก็เพิ่มมากขึ้นไปอีก

"สวัสดีตอนเย็นครับคุณเซี่ย"

"สวัสดีตอนเย็นเช่นกันค่ะ!" เซี่ยชิวยิ้มตอบกลับ จากนั้นก็ก้าวไปข้างหน้าและพูดว่า "คุณเย่ เราเข้าไปคุยข้างในกันเถอะ"

เย่เฟิงพยักหน้าและเดินเข้าไปในห้องส่วนตัวพร้อมกับเซี่ยชิว

ผู้จัดการหวังไปแจ้งบริกรเสิร์ฟอาหาร

ระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟ เย่เฟิงและเซี่ยชิวก็พูดคุยกัน

ในตอนแรก เซี่ยชิวกลัวว่าเย่เฟิงจะไม่สบายใจ

แต่เมื่อเห็นว่าสีหน้าของเย่เฟิงตอนพูดคุยกับตัวเธอดูสงบและไม่มีความกดดัน ความกังวลก็หายไปจากใจของเธอทันที

ในเวลานี้ สายตาของเธอเหลือบไปเห็นาฬิกาที่ข้อมือของเย่เฟิงโดยบังเอิญ

บุลการี อ็อกโต?

ถ้าเธอจำไม่ผิด นาฬิกาข้อมือนี้มีราคาถึงหกล้านหยวน และมีเพียงแค่แปดเรือนในโลกเท่านั้น...

ทำไมเย่เฟิงถงมีนาฬิกาเรือนนี้ได้?

หรือว่าจะเป็นของปลอม?

เธอปฏิเสธความคิดนี้อย่างรวดเร็ว ครั้งหนึ่งเธอเคยเข้าชมนาฬิกาของบูลการี และเธอก็แน่ใจมากว่านาฬิเรือนที่อยู่บนข้อมือของเย่เฟิงเป็นของแท้

ทันใดนั้น สายตาเธอที่มองเย่เฟิงก็เปลี่ยนไปจากเดิม

เย่เฟิงสังเกตเห็นท่าทางแปลก ๆ ของเซี่ยชิวและถามว่า "มีอะไรหรือเปล่าครับคุณเซี่ย"

"เปล่าหรอก ไม่มีอะไร" เซี่ยชิวส่ายหัว มองไปที่เย่เฟิง และพูดชื่นชม "นาฬิกาของคุณสวยดีนะ!"

"ขอบคุณมากครับ ผมเองก็ซื้อมันมาเพราะเห็นว่ามันสวยนี่แหละ" เย่เฟิงยิ้ม

เซี่ยชิวตกใจทันทีเมื่อได้ยินประโยคนี้

นาฬิกามีมูลค่ามากกว่า 6 ล้านหยวน แต่เย่เฟิงพูดราวกับว่ามันมีราคาเพียงแค่ 60 หยวนเท่านั้น?

เขารวยแค่ไหนกันแน่?

เซี่ยชิวไม่ได้ถามอย่างผลีผลาม และรีบเก็บบัตรธนาคารกลับเข้าไปในกระเป๋าอย่างเงียบ ๆ

ในบัตรธนาคารนี่มีเงินอยู่ 5 ล้านหยวน ซึ่งแต่เดิมเป็นของขวัญที่เธอเตรียมจะมอบให้เย่เฟิง แต่ตอนนี้เธอเปลี่ยนความคิดแล้ว...

ต้องรู้ว่านาฬิกาที่เย่เฟิงสวมใส่มีมูลค่ามากกว่า 6 ล้านหยวน ถ้าเธอให้เงินจำนวนเล็กน้อยเป็นของขวัญในการขอบคุณ มันจะไม่เท่ากับว่าเธอดูถูกเขางั้นหรือ?




ตอนก่อน

จบบทที่ เซี่ยชิวประหลาดใจ

ตอนถัดไป