ช่วยหรือเอาเปรียบ

เซี่ยชิวตกใจเมื่อเห็นท่าทางการแสดงออกของเย่เฟิงไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

ในความเป็นจริง ตอนแรกเธอตั้งใจจะตอบแทนเย่เฟิงเพียงกำไรสิบเปอร์เซ็นต์ของรายได้จากโปรเจกต์หนังภาพยนตร์เท่านั้น

แต่หลังจากเห็นเหตุการณ์ของเจียงห่าว เธอก็ตัดสินใจเพิ่มให้เขาอีก 10% ของรายได้จากโปรเจกต์ภาพยนตร์

แม้แต่ตัวเลขขนาดนี้ยังไม่สามารถดึงดูดความสนใจเขาได้เลยงั้นหรือ?

ในทางกลับกัน เย่เฟิงไม่ได้คิดมากอะไรเกี่ยวกับเรื่องสัญญา หลังจากพูดคุยกับเซี่ยชิวอีกสองสามคำ เขาก็ขับรถออกไปทันที

เมื่อเฟอร์รารี่ เอ็นโซขับออกไปจากร้านอาหาร เซี่ยชิวและผู้จัดการหวังก็เดินเข้าไปในรถของตนเอง

หลังจากทั้งสองคนเข้ามาในรถแล้ว ผู้จัดการหวังก็นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องส่วนตัวก่อนหน้านี้ด้วยความสงสัย

"แม้แต่นายน้อยของตระกูลเจียงก็ยังกลัวคุณเย่มากขนาดนั้น ดูเหมือนว่าประวัติของคุณเย่จะยิ่งใหญ่กว่าที่เราจินตนาการเอาไว้เยอะเลย"

"เซี่ยชิว คุณห้ามทำให้เขารู้สึกขุ่นเคืองเด็ดขาด เข้าใจนะ"

เซี่ยชิวไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เธอเพียงแค่พยักหน้าขึ้นลง

ถึงแม้ว่าผู้จัดการหวังจะไม่พูดเรื่องนี้ เธอก็ไม่มีความคิดที่จะทำให้เย่เฟิงโมโหอยู่แล้ว

ผู้จัดการหวังพูดต่อ "คุณเย่เขาเป็นใครมาจากไหนกันแน่นะ"

เธอคุ้นเคยกับผู้มีอิทธิพลในเมืองจงไห่เป็นอย่างดี แต่เธอไม่เคยได้ยินชื่อของเย่เฟิงมาก่อนเลยสักครั้งเดียว

เมื่อคิดเกี่ยวกับความลึกลับนี้ ผู้จัดการหวังก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงต่ำ "เซี่ยชิว เราควรส่งคนไปตรวจสอบข้อมูลของเขาเีมั้ย"

"ไม่จำเป็นหรอก" เซี่ยชิวโบกมือ

เธอชอบความรู้สึกที่ได้คลุกคลีกับเย่เฟิงมาก เพราะเย่เฟิงไม่ได้ปฏิบัติกับเธอเหมือนดาราดัง แต่ปฏิบัติเหมือนกับเป็นคนธรรมดาทั่วไป... มันทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายและได้เป็นตัวของตัวเอง

เธอกลัวว่าการสืบค้นข้อมูลจะทำให้เย่เฟิงไม่พอใจ และถ้าเธอเสียเพื่อนไปเพราะเหตุนี้ มันก็คงจะไม่คุ้ม

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเธอจะปฏิเสธข้อเสนอของผู้จัดการหวัง แต่เธอก็ยังอดสงสัยไม่ได้อยู่ดีว่าแท้ที่จริงแล้วเย่เฟิงเป็นใคร?

ในขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง เย่เฟิงยังคงขับรถอยู่บนถนนโดยที่ไม่รู้ว่าเซี่ยชิวและผู้จัดการหวังกำลังคิดอะไร

สิบนาทีต่อมา เขาก็มาถึงมหาวิทยาลัยจงไห่

หลังจากจอดรถแล้ว เย่เฟิงก็เดินตรงไปยังอาคารเรียน

ระหว่างทางมีนักศึกษายืนอยู่มากมาย

เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนเช้า เขาจึงกลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในมหาวิทยาลัยและเป็นที่จดจำของนักศึกษาหลายคน

"ดูสิ! คนนั้นแหละคือเย่เฟิง"

"เย่เฟิง คนที่มีบัตรซูเปอร์วีไอพีในคอนเสิร์ตของเซี่ยชิวน่ะเหรอ?"

"รถที่เขาขับมาคือเฟอร์รารี่ใช่มั้ย โคตรเท่เลย!"

"ฉันต้องตายเกิดอีกกี่ชาติกันนะถึงจะมีเงินซื้อรถแบบนั้นได้!"

"..."

มีการสนทนาเกิดขึ้นมากมาย

อย่างไรก็ตาม เย่เฟิงไม่ได้สนใจอะไรเลย หลังจากจอดรถแล้ว เขาก็เดินตรงไปที่ห้องเรียนทันที

แต่เขาไม่คาดคิดเลยว่าจะมีเหล่าผู้หญิงมากมายมารอเขาอยู่ที่หน้าประตูห้องเรียน

พวกเธอผงะไปชั่วครู่เมื่อเห็นเย่เฟิง จากนั้นก็แสดงรอยยิ้มเขินอายออกมาและพูดว่า "เย่เฟิง คืนนี้นายมีเวลาว่างหรือเปล่า? ไปทานอาหารค่ำด้วยกันหน่อย..."

เย่เฟิงขัดคำพูดของสาวๆเหล่านั้นทันที "ฉันไม่ว่าง!"

พูดจบ เขาก็เดินเข้าไปในห้องเรียนโดยที่ไม่สนใจท่าทางกระอักกระอ่วนของหญิงสาวพวกนั้นเลย

ในห้องเรียน นักศึกษาที่กำลังคุยกันได้สังเกตเห็นเหตุการณ์ที่เกิดอะไรขึ้นตรงหน้าประตูห้องอย่างชัดเจน และตอนนี้สายตาของพวกเขาทั้งหมดก็กำลังจับจ้องไปที่เย่เฟิง

แต่เย่เฟิงหาสนใจไม่ เขาเดินตรงไปหาเฟยฉูที่กำลังนั่งอยู่

เฟยฉูกำลังเล่นโทรศัพท์มือถือและหัวเราะคิกคัก เมื่อเห็นเย่เฟิงมา เขาก็รีบโบกมือทักทายอย่างไม่รีรอ

เย่เฟิงเดินไปนั่งลงข้างๆและถามอย่างเป็นกันเองว่า "นายหัวเราะอะไร กำลังดูคลิปตลกอยู่หรอ?

"ไม่ใช่" เฟยฉูส่ายหัว "ฉันแค่รู้สึกดีใจที่มีเพื่อนโด่งดังอย่างนาย"

เย่เฟิงยิ้มตอบ ไม่ได้พูดอะไรกลับไป

ในเวลานี้ ดูเหมือนเฟยฉูจะคิดอะไรบางอย่างได้และถามขึ้นมาว่า "เย่เฟิง นายย้ายไปอยู่ข้างนอกแบบนั้นได้ยื่นขอใบอนุญาตเรียนแบบไปกลับเช้าเย็นหรือยัง"

"ใบขออนุญาต?" เย่เฟิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขาไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลย

เฟยฉูพยักหน้า: "ใช่ ตราบใดที่นายยังเป็นเด็กปีหนึ่งและต้องการอาศัยอยู่ข้างนอก นายจะต้องยื่นขอใบอนุญาตเดินทางออกนอกมหาวิทยาลัย ไม่อย่างนั้นทางมหาวิทยาลัยจะไม่อนุญาต"

เมื่อได้ยินคำพูดประโยคนี้ เขาก็นึกอะไรบางอย่างออก และสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย

หลังจากสังเกตเห็นความผิดปกติทางสีหน้าของเฟยฉู เย่เฟิงก็ถามว่า "เป็นอะไรหรอเฟยฉู?"

เฟยฉูรีบบอกเย่เฟิงถึงขั้นตอนการขอใบอนุญาต "ฉันได้ยินมาว่าขั้นตอนการขอใบอนุญาตไปกลับเช้าเย็นนั้นยุ่งยากมาก นายต้องยื่นและกรอกแบบฟอร์มใบสมัคร.. "

"รายละเอียดต่างๆต้องครบถ้วน"

"และหากไม่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ นายก็จะไม่สามารถอาศัยอยู่นอกมหาวิทยาลัยได้ในทุกกรณี"

เมื่อเย่เฟิงได้ยินเช่นนี้ เขาก็เข้าใจว่าทำไมเฟยฉูถึงมีสีหน้าแบบนั้น

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ถามกลับไปว่า "นายพอจะรู้วิธีที่ไม่ยุ่งยากหรือเปล่า"

เฟยฉูพยักหน้า "ฉันรู้ ตราบใดที่นายมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสมาพันธ์นักศึกษา นายก็จะได้รับอนุมัติอย่างรวดเร็ว"

"เย่เฟิง นายมีเพื่อนในสมาพันธ์นักศึกษาหรือเปล่า"

เย่เฟิงส่ายหัว

เมื่อเห็นการแสดงออกนี้ เฟยฉูก็ถอนหายใจ "ฉันอยากจะช่วยนายนะ แต่ฉันเองก็ไม่มีเพื่อนในสมาพันธ์นักศึกษาเหมือนกัน"

ในขณะที่เขากำลังคิดหาวิธีแก้ไขปัญหา เสียงกริ่งของชั้นเรียนก็ดังขึ้นมา

เขาเลิกหมกมุ่นเกี่ยวกับเลิกนี้ และวางแผนที่จะไปหาสมาพันธ์นักศึกษาในตอนเย็นหลังเลิกเรียน

โดยไม่คาดคิด ระหว่างทางไปสมาพันธ์นักศึกษา จู่ๆเสียงของระบบก็ดังขึ้นในใจของเขา

"ค้นพบขุมทรัพย์ใหม่มูลค่านับสิบล้านหยวน"

"การนำทางได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว โปรดเดินไปตามตำแหน่งนี้ เริ่มจากเดินตรงไปข้างหน้า และเลี้ยวขวาหลังจาก 100 เมตร..."

สมบัติมูลค่านับสิบล้านหยวนงั้นเหรอ?

ดวงตาของเย่เฟิงสว่างขึ้นทันที

แม้ว่าเงินจำนวนสิบล้านหยวนจะไม่ได้มีค่ามากมายอะไรถ้าเทียบกับมูลค่าสุทธิในปัจจุบันของเขา แต่มีเยอะก็ดีกว่ามีน้อย

เขาออกเดินไปตามเส้นทางทันที

ตามเส้นทางที่ระบบกำหนด เขาค่อยๆออกจากทางเดินสายหลักและมาถึงป่าที่เงียบสงบ

"โฮสต์ กรุณาเดินหน้าต่อไป 6 เมตรแล้วเลี้ยวซ้าย จากนั้นเดินตรงไปอีกสองร้อยเมตรและจะพบกับสมบัติ"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ เย่เฟิงก็รีบย่ำเท้าไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

ตามคำแนะนำของระบบ ในที่สุดเย่เฟิงก็มาถึงสถานที่ที่มีสมบัติอยู่ แต่...

เหตุใดจึงมีสาวสวยชุดสีฟ้าดูละมุนละไมน่ารักอยู่ตรงที่ตั้งของขุมสมบัติล่ะ?

และนอกจากสาวสวยชุดสีฟ้าก็มีเพียงแค่ก้อนหินหนึ่งที่เธอนั่งอยู่เท่านั้นด้วย

หินเป็นสมบัติหรือเปล่านะ?

หรือว่าสมบัติซ่อนอยู่ในหิน?

ในขณะที่เย่เฟิงกำลังคิดอยู่นั้น หญิงสาวหน้าตาน่ารักที่กำลังก้มศีรษะพร้อมกับลูบข้อเท้าของเธออยู่ก็สังเกตเหตุเย่เฟิงและเงยหน้าขึ้นมามอง

เมื่อเห็นรูปลักษณ์ของหญิงสาว เย่เฟิงก็อดที่จะตกตะลึงไม่ได้

หน้าตาของเธอสวยงามไม่ต่ำกว่า 95 คะแนน เป็นความงามที่ไม่ต่างไปจากนางฟ้า!

ผู้หญิงที่สวยที่สุดที่เขาเคยเห็นคือเซี่ยชิว แต่ผู้หญิงคนนี้ก็ถือว่างดงามไม่น้อยไปกว่าเซี่ยชิวเลย

เย่เฟิงหันหน้าหนีด้วยความเขินอาย

เป็นไปไม่ได้ที่สาวสวยคนนั้นจะเป็นสมัติใช่มั้ย?

ตอนนี้เขาแน่ใจว่าสมบัติที่ระบบกล่าวถึงคือหินที่เซินไป่เถียนนั่งอยู่ แต่เขาจะทำให้เซินไป่เถียออกไปได้อย่างไร?

เซินไป่เถียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นว่าเย่เฟิงไม่มองมาที่เธอ

ต้องรู้ว่าหนุ่มๆคนอื่นล้วนต่างจ้องมองมาที่เธอทุกครั้งที่อยู่ในระยะสายตา ดังนั้นการกระทำนี้ของเย่เฟิงจึงทำให้เธอรู้สึกสนใจในตัวเขาขึ้นมา

"คุณช่วยอะไรฉันหน่อยได้หรือเปล่า" เซินไป่เถียนถาม

"พี่เซินไป่เถียนจะให้ผมช่วยอะไรหรือครับ" เย่เฟิงถาม

"นี่ คุณรู้จักฉันด้วยหรอ?"

เย่เฟิงพยักหน้า "แน่นอนครับ ผมจะไม่รู้จักพี่เซินไป่เถียนที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในมหาวิทยาลัยของเราได้ยังไง"

ในความเป็นจริง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเซินไป่เถียน แต่เขาก็พอจะเคยได้ยินชื่อของเซินไป่เถียนจากผู้ชายคนอื่นมาบ้าง เธอทั้งงดงาม น่ารัก และถือว่าเป็นนักศึกษาหญิงสุดยอดของมหาวิทยาลัยจงไห่

เมื่อได้ยินคำพูดของเย่เฟิง เซินไป่เถียนก็ยิ้มออกมาและไม่รู้สึกต้องกังวลอีกต่อไป

"พอดีฉันข้อเท้าแพลงน่ะ คุณช่วยพาฉันกลับไปที่สมาพันธ์นักศึกษาได้หรือเปล่า" เธอถาม

หากเป็นคนอื่น เธอไม่จำเป็นต้องถามเลย เพราะขอเพียงแค่เธอพูด เหล่าชายหนุ่มนับไม่ถ้วนก็คงจะรีบเข้ามาช่วยเหลือเธออย่างเต็มใจ แต่กับเย่เฟิงเธอไม่คิดเช่นนั้น

เธอไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไม แต่เธอรู้สึกว่าเย่เฟิงแตกต่างไปจากคนอื่น ๆ

เมื่อได้ยินเช่นนี้ เย่เฟิงที่กำลังคิดหาวิธีให้เซินไป่เถียนออกไปจากก้อนหินก็ตอบตกลงอย่างรวดเร็ว "ไม่มีปัญหาครับ"

เซินไป่เถียนแอบกังวลใจหลังจากได้รับคำตอบกลับมาทันควัน

เย่เฟิงจะไม่เอาเปรียบเธอเหมือนกับผู้ชายคนอื่นๆใช่หรือเปล่านะ?

แต่ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

แม้จะอยู่ในป่า แต่ตอนนี้แสงแดดแรงเกินไปจนเป็นพิษต่อผิวหนัง

"พี่เซินไป่เถียนยืนขึ้นด้วยตัวเองไหวมั้ยครับ" เย่เฟิงถามเอ่ยปากถามหลังจากเดินเข้ามาถึงตัวเซินไป่เถียน

เซินไป่เถียนลองลุกขึ้นก่อนจะนั่งลงและพูดด้วยความเจ็บปวด "ไม่ไหว มันเจ็บมากเลย"

"โอเคครับ" เย่เฟิงพยักหน้า จากนั้นก็ยื่นมือออกไปให้เธอจับเพื่อหวังจะประคองเธอขึ้นมา

ใบหน้าของเซินไป่เถียนเริ่มเแปรเปลี่ยนเป็นสีแดง

แม้จะอยู่ในวัยนี้แล้วก็ตาม แต่เธอยังไม่เคยจับมือกับผู้ชายมาก่อนเลย

อย่างไรก็ตาม ที่นี่เปลี่ยวเกินไป และเธอก็ไม่ได้เอาโทรศัพท์มือถือมาด้วย ถ้าปฏิเสธการช่วยเหลือของเย่เฟิง เธอก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมีคนผ่านมาอีก

ดังนั้น หลังจากลังเลอยู่สองสามวินาที เธอจึงยื่นมือออกไป

เย่เฟิงจับมือเซินไป่เถียน

นุ่มเหมือนไม่มีกระดูก ผิวสัมผัสเองก็เนียนมาก...

ให้ความรู้สึกดีสุดๆ!

อย่างไรก็ตาม เขาไม่คิดจะฉวยโอกาสจากเหตุการณ์นี้

เมื่อเห็นว่าเย่เฟิงแค่ช่วยเธอจริงๆ ความรู้สึกที่เซินไป่เถียนมีต่อเย่เฟิงก็ดีขึ้นเล็กน้อย

หลังจากที่เย่เฟิงช่วยเซินไป่เถียนลุกขึ้นมา เขาก็ตั้งใจจะไปส่งเธอที่สมาพันธ์นักศึกษาแล้วจากนั้นค่อยกลับมารับสมบัติ

แต่ตอนนี้เซินไป่เถียนไม่พยายามก้าวขาเลย

"มีอะไรผิดปกติหรือเปล่าครับ?" เย่เฟิงรู้สึกงงงวย

"รองเท้าฉันขาดน่ะ..." เซินไป่เถียนชี้ไปที่รองเท้าส้นสูงซึ่งวางอยู่บนพื้นใกล้ๆ

เมื่อกี้เธอข้อเท้าแพลงเพราะรองเท้าส้นสูงข้างหนึ่งหักกะทันหัน และรองเท้าส้นสูงข้างนั้นก็ไม่สามารถใส่ได้อีกต่อไป

เหลือส้นสูงข้างเดียวแล้วจะเดินได้ยังไงล่ะ?

จะให้เธอเดินเท้าเปล่ากลับไปหรอ?

เย่เฟิง "..."

มองมาแบบนี้หมายความว่ายังไง

หรือว่าเธอต้องการให้เราไปซื้อรองเท่้าคู่ใหม่มาให้





ตอนก่อน

จบบทที่ ช่วยหรือเอาเปรียบ

ตอนถัดไป