ความรู้สึก
"พี่เซินรอผมอยู่ที่นี่ก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะรีบไปซื้อรองเท้าคู่ใหม่มาให้" เย่เฟิงพูด
เซินไป่เถียนพยักหน้า "ขอบคุณนะ"
"ด้วยความยินดีครับ"
หลังจากพูดจบ เย่เฟิงก็ปล่อยเซินไป่เถียนไว้ที่นี่คนเดียวและวิ่งออกจากป่าไปทันที
ในเวลานี้ เซินไป่เถียนไม่รู่ว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ออกมาดี
แต่ขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกว่า...
เย่เฟิงเป็นผู้ชายที่น่ารักมาก
ถึงจะดูซื่อบื้อไปหน่อยก็เถอะ
หากเป็นเด็กผู้ชายคนอื่น เขาคงจะถอดรองเท้าแล้วนำมาสวมใส่ให้เธอ
…
สิบนาทีต่อมา เย่เฟิงก็กลับมาที่ป่า
เซินไป่เถียนยังคงยืนอยู่ที่เดิม และสายตาของเธอที่จ้องมองไปยังเย่เฟิงในเวลานี้ก็แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจเล็กน้อย
"คุณปล่อยให้ฉันรอนานเกินไปแล้วนะ"
เธอยืนอยู่ที่นี่นานกว่าสิบนาที และขาของเธอก็แทบจะไร้เรี่ยวแรง
ทำไมเขาถึงไม่ช่วยพาเธอกลับไปนั่งบนหินก่อนแล้วค่อยไป
"มันช่วยไม่ได้นี่หน่ารุ่นพี่ ที่นี่มันไกลจากซูเปอร์มาร์เก็ตมาก" เย่เฟิงทำอะไรไม่ถูกเล็กน้อย
ป่านี้อยู่ห่างจากซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใกล้ที่สุดกว่าหนึ่งกิโลเมตร การที่เขาสามารถกลับมาได้ภายในสิบนาทีนั้นถือว่าเร็วมากแล้ว
หลังจากพูดจบ เขาก็หยิบรองเท้าออกมา
เมื่อเห็นรองเท้า สีหน้าของเซินไป่เถียนก็เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
เย่เฟิงซื้อรองเท้าแตะผู้ชายมา
และจากเท่าที่ดูขนาดของรองเท้าแตะก็ไม่มีทางพอดีกับเท้าของเธอเลย
เย่เฟิงไม่ได้จะแกล้งเซินเป่ยเถียนแต่อย่างใด แต่เมื่อไปถึงซูเปอร์มาร์เก็ต เขาก็เพิ่งนึกได้ว่าตัวเองลืมถามไซส์รองเท้าของเธอ
ดังนั้น ด้วยความคิดที่ว่าหลวมดีกว่าใส่ไม่ได้ เขาจึงเลือกรองเท้าแตะขนาดใหญ่มา
"พี่เซิน รองใส่รองเท้าคู่นี้ดูก่อนนะครับ"
หลังจากพูดจบ เขาก็วางรองเท้าแตะลงกับพื้น
เซินไป่เถียนไม่ใช่คนเรื่องมาก หลังจากขอบคุณแล้ว เธอก็เริ่มเปลี่ยนรองเท้าทันที
เย่เฟิงเองก็คอยช่วยเซินไป่เถียนเปลี่ยนรองเท้าด้วยเช่นกัน
ต้องบอกว่าเท้าของเซินไป่เถียนนั้นสวยจริงๆ
ขาวเรียวไร้รอยตำหนิราวกับหยกที่แกะสลักจากหยกขาว
ส่วนข้อเท้าขวาของเธอแดงและบวม ดูอาการหนักไม่น้อยเลย...
"พี่เซิน ผมว่าเราไปที่โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยกันก่อนเถอะ" เย่เฟิงพูด
เมื่อเห็นเท้าของเซินไป่เถียนบวมมาก เย่เฟิงก็รู้สึกกังวลใจ
เซินไป่เถียนส่ายหัว "ไม่เป็นไร แค่ส่งฉันกลับไปที่สมาพันธ์นักศึกษาก็พอแล้วล่ะ"
ทันทีที่พูดจบ เธอก็สวมรองเท้าแตะเสร็จ
"โอเคครับ" เย่เฟิงพยักหน้า
หลังจากนั้น เขาก็เริ่มช่วยประคองเซินไป่เถียนและเดินออกไปจากป่า
เมื่อพ้นเขตป่าแล้ว พวกเขาก็เดินต่อไปตามทางเดินที่มีผู้คนมากมาย
นักศึกษาทุกคนตกใจเมื่อเห็นเซินไป่เถียนผู้โด่งดังอยู่ในอ้อมแขนของชายคนหนึ่ง
"นี่มันอะไรกัน ทำไมหนึ่งในสาวงามของมหาวิทยาลัยถึงได้ไปอยู่ในอ้อมแขนของชายอื่นที่ไม่ใช่ฉัน"
"ผู้ชายคนนั้นเป็นแฟนของเธองั้นหรือ?"
"ฉันอกหักแล้ว"
"..."
หลายคนเริ่มหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายรูป และนำรูปของทั้งสองขึ้นฟอรั่มสนทนาของมหาวิทยาลัย
…
20 นาทีต่อมา เย่เฟิงและเซินไป่เถียนก็มาถึงสมาพันธ์นักศึกษา
ตามปกติ หากเดินจากป่าไปยังสมาพันธ์นักศึกษาจะใช้เวลามากสุดแค่ 10 นาทีเท่านั้น แต่เนื่องจากเซินไป่เถียนได้รับบาดเจ็บที่เท้า เย่เฟิงจึงชะลอความเร็วในการเดินลง เป็นผลให้เวลาที่ใช้ในการเดินทางเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว
ในเวลานี้ ทุกคนในสมาพันธ์นักศึกษาต่างหันความสนใจมาที่พวกเขาสองคน
สายตาของบางคนเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น บางคนเต็มไปด้วยความอิจฉา และบางคนเต็มไปด้วยความประหลาดใจ...
เย่เฟิงเพิกเฉยต่อคนพวกนั้นและทำตามคำแนะนำของเซินไป่เถียน เขาช่วยพาเธอเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว
หลังจากที่ประตูห้องทำงานปิดลง
ในสมาพันธ์นักศึกษาที่เงียบสงบก็มีการพูดคุยเสียงดัง
"บ้าเอ๊ย นี่มันอะไรกันเนี่ย"
"ฉันไม่เคยเห็นประธานเซินใกล้ชิดกับชายคนไหนมาก่อนเลย"
"เด็กคนนั้นเป็นใคร และทำไมเขาถึงได้รับความโปรดปรานจากประธานเซินกัน"
"..."
ในขณะที่พูดคุย ทุกคนก็แนบหูไปที่ประตูห้องทำงานเพื่อต้องการฟังสิ่งที่เย่เฟิงและเซินไป่เถียนพูดอยู่ข้างใน
…
ภายในห้องทำงาน
เย่เฟิงช่วยประคองเซินไป่เถียนเดินไปนั่งที่โซฟา
หลังจากที่เธอนั่งลงอย่างมั่นคงแล้ว เขาก็ถอยห่างออกมาจากเธอทันที
เมื่อเห็นการกระทำนี้ ความรู้สึกประทับใจของเซินไป่เถียนที่มีต่อเย่เฟิงก็เพิ่มมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยในใจ
ทำไมเย่เฟิงถึงดูไม่สนใจเลย เธอขี้เหร่เกินไปสำหรับเย่เฟิงอย่างนั้นหรือ?
อยากรู้จริงๆว่าเขาคิดเห็นกับเรายังไง?
ทันทีที่ความคิดนี้ปรากฏขึ้น ใบหน้าของเซินไป่เถียนก็เปลี่ยนเป็นสีแดง นี่เราคิดอะไรอยู่...
เธอแอบชำเลืองมองไปที่เย่เฟิง แต่โชคดีที่เย่เฟิงไม่ได้มองมาที่เธอในตอนนี้ ไม่เช่นนั้นเขาคงจะเห็นรอยแดงบนหน้าของเธอแน่นอน
"พี่เซินมียาอะไรอยู่ในห้องทำงานหรือเปล่า" เย่เฟิงถาม
เมื่อเห็นว่าเท้าของเซินไป่เถียนบวมหนักขึ้นกว่าเดิม เขาจึงคิดที่จะหายามาให้เธอทา
เซินไป่เถียนพยักหน้าขึ้นลง
ทันใดนั้น เมื่อเห็นว่าเย่เฟิงกำลังจะไปหายา เธอก็รีบพูดขึ้นมาว่า "ไม่เป็นไร ฉันเกรงใจน่ะ เดี๋ยวฉันหายามาทาเอง"
"โอเคครับ"
"ขอบคุณมากเลยนะสำหรับวันนี้ เอิ่ม ฉันไม่รู้จะเรียกคุณว่าอะไรดี ถ้าไม่รังเกียจช่วยบอกชื่อของคุณให้ฉันรู้หน่อยจะได้มั้ย"