ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่
"ถ้วยหยกเก้ามังกรคืออะไร" ชายชราถามอย่างรวดเร็ว
"ถ้วยหยกเก้ามังกรทำมาจากวัสดุที่เหลือใช้จากตอนสร้างอาคารชวนกั๋วหยู่ซี โดยมีทั้งหมดอยู่เก้าถ้วยด้วยกัน แต่น่าเสียดายที่มันสูญหายไปในช่วงสงครามปลายราชวงศ์ฉิน..."
ข้อมูลนี้จัดหามาโดยระบบ เย่เฟิงเพียงแค่พูดออกมาตามสคริปต์เท่านั้น
เหม่ยตงเหยโต้แย้ง "นั่นเป็นแค่เพียงตำนานเท่านั้น และก็ไม่มีหลักฐานอะไรบ่งบอกได้เลยว่าถ้วยหยกอันนี้จะเป็นของแท้"
เย่เฟิงยิ้มอ่อนๆ "ใครบอกว่าไม่มีหลักฐานล่ะ ในหน้าที่สิบแปดเล่มที่สามจากหนังสือ "รหัสหยก" หน้าที่สามเล่มที่สองจากหนังสือ "สมบัติโบราณ" และหน้าที่เจ็ดสิบสองจากหนังสือ "จือจื้อทงเจี้ยน" มีบันทึกโดยละเอียดเกี่ยวกับถ้วยหยกเก้ามังกรเอาไว้อย่างชัดเจน"
เหม่ยตงเหยและคนอื่น ๆ มองหน้ากัน แต่พวกเขาไม่สามารถบอกได้ว่าคำพูดเหล่าน้ของเย่เฟิงนั้นเป็นความจริงหรือไม่
"รีบไปหาหนังสือตามที่ชายหนุ่มคนนี้พูดมา" เหม่ยตงเหยออกคำสั่งทันที
ในไม่ช้า คนของเขาก็กลับมาพร้อมหนังสือโบราณทั้งสามเล่มในมือ
เหม่ยตงเหยและผู้เชี่ยวชาญหลายคนรีบเปิดดูอย่างไม่รีรอ
ทุกครั้งที่พวกเขาเปิดหน้ากระดาษ สีหน้าที่ตกใจของหลายๆคนก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
หลังจากตรวจสอบหนังสือทั้งสามแล้ว สายตาของพวกเขาที่มองไปยังเย่เฟิงก็เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ในหนังสือทั้งสามเล่มมีบันทึกเกี่ยวกับถ้วยหยกเก้ามังกรจริงๆ
และข้อมูลทั้งหมดก็อยู่ในหน้ากระดาษซึ่งตรงกับที่เย่เฟิงพูด!
เขาเป็นมนุษย์แน่หรือเปล่า?
พวกเต็มไปด้วยความประหลาดใจ จากนั้นก็รีบหยิบถ้วยหยกขึ้นมาส่องดูอย่างระมัดระวังด้วยแว่นขยายเป็นเวลานาน
"มันคือถ้วยหยกเก้ามังกรจริงๆหรอเนี่ย?"
เหม่ยตงเหยร้องอุทานและทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้
สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะเขาตกตะลึงกับสมบัติล้ำค่าอย่างถ้วยหยกเก้ามังกร
ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งซึ่งเป็นสาเหตุใหญ่คือเขารู้สึกหวาดกลัวเย่เฟิง
ชายหนุ่มผู้นี้ไม่เพียงมีสายตาที่น่าทึ่ง แต่ยังมีข้อมูลมากมายอยู่ในหัว เขาเป็นอัจฉริยะขนานแท้!
เมื่อปรมาจารย์เหม่ยบอกว่าถ้วยหยกของผู้หญิงคนนี้เป็นถ้วยหยกเก้ามังกรจริงๆ ตลาดก็แตกตื่นทันที
"โอ้พระเจ้า! ปรากฎว่าอาจารย์เหม่ยดูผิด? นี่...เป็นไปได้อย่างไร?"
"ชายหนุ่มคนนี้… ไม่สิ สุภาพบุรุษคนนี้เชี่ยวชาญกว่าอาจารย์เหม่ยงั้นหรือ?"
"อาจารย์ ได้โปรดดูถ้วยหยกของผมให้หน่อยได้มั้ย บางทีมันอาจจะเป็นถ้วยหยกเก้ามังกรก็ได้นะ!"
"ดูของฉันด้วยค่ะว่าเป็นถ้วยเก้ามังกรหรือเปล่า..."
ชายชรามองไปที่เย่เฟิงด้วยความรู้สึกสนใจ "ฉันชื่อเซินกวนหลิน หนุ่มน้อย ถ้าไม่ลำบากอะไร ฉันขอทราบชื่อของนายหน่อยจะได้มั้ย"
เย่เฟิงไม่คิดอะไรมากและตอบกลับไป "ผมชื่อเย่เฟิงครับ"
เซินกวนหลินเก็บชื่อนี้ไว้ในใจแล้วหันไปมองเจ้าของถ้วยหยกเก้ามังกร
"คุณผู้หญิง ฉันยินดีจ่ายเงิน 80 ล้านหยวนเพื่อซื้อถ้วยหยกเก้ามังกร ไม่ทราบว่าคุณยอมรับข้อเสนอนี้ของฉันหรือเปล่า?"
หญิงสาวตกตะลึงทันทีเมื่อได้ยินคำว่า '80 ล้านหยวน’
เงินจำนวนนี้เกินความคาดหมายของเธอมากเกินไป
เนื่องจากปัญหาของบริษัท เธอจึงต้องนำมรดกตกทอดของครอบครัวออกมาขาย
อย่างไรก็ตาม เธอคิดว่าจะขายในราคา 30 ล้านหยวนเท่านั้น
แต่อีกฝ่ายกลับยินดีจ่าย 80 ล้านหยวน ดังนั้นเธอจึงดีใจอย่างมาก
เซินกวนหลินไม่พูดอะไรต่อ เขาหยิบสมุดเช็คออกมาและกำลังจะเขียนจำนวนเงินลงไป
แต่ผู้หญิงคนนั้นพูดขัดขึ้นมาก่อน "คุณเขียนเช็คให้ฉันสองใบได้มั้ยคะ ใบแรกเป็นเงินจำนวน 70 ล้านหยวน ส่วนใบที่สองเป็นเงินจำนวน 10 ล้านหยวน"
เซินกวนหลินไม่ได้คัดค้านอะไร เขาเขียนเช็คสองใบตามที่เธอต้องการ
ในเวลาเดียวกัน เสียงของระบบก็ดังขึ้นในของเย่เฟิง
"ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ คุณเสร็จสิ้นโอกาสทำเงิน ได้รับรางวัลเป็นบ้านในเขตมหาวิทยาลัยมูลค่า 800 ล้านหยวน!"
เย่เฟิงแอบยิ้มอยู่ภายในใจ
ช่างเป็นระบบที่สุดยอดจริงๆ!
ในเวลานี้ ผู้หญิงคนนั้นได้หยิบเช็คแล้วหันหน้าไปมองเย่เฟิง
"สวัสดี คุณเย่ ฉันชื่อเฉินซวน ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ วันนี้ฉันคงไม่สามารถขายถ้วยหยกได้ในราคานี้ ได้โปรดรับเช็ค 10 ล้านหยวนใบนี้ไว้เป็นการตอบแทนด้วย"
เย่เฟิงไม่เกรงใจเช่นกัน เขายิ้มและรับเช็คมาทันที
เขาสมควรได้รับเงินจริงๆ
ถ้าเขาไม่ได้พูดถึงข้อมูลของถ้วยหยกเก้ามังกร ถ้วยหยกใบนี้ก็คงขายได้ไม่ถึง 30 ล้านหยวนแน่นอน หรืออาจจะไม่ถึง 300,000 หยวนด้วยซ้ำ
แต่เมื่อเทียบกับรางวัลของระบบแล้ว เงินจำนวน 10 ล้านหยวนนี้เป็นเพียงแค่เศษเงินเท่านั้น
เมื่อเห็นว่าเขายอมรับเช็ค เฉินซวนก็รู้สึกโล่งใจ
จากนั้นเธอก็ขอข้อมูลติดต่อของเย่เฟิงไว้ และบอกว่าถ้ามีโอกาสอยากจะเชิญเขาไปทานอาหารเย็นก่อนจะจากไป
เซินกวนหลินดูถ้วยหยกเก้ามังกรสักพักพร้อมพูดคุยกับเย่เฟิงและจากไปอย่างพอใจ
จากนั้นอาจารย์เหม่ยตงเหยก็ริเริ่มที่จะก้าวไปข้างหน้าและมองไปที่เย่เฟิงด้วยใบหน้าละอายใจ
"เฮ้อ ต้องขอบคุณเสี่ยวเย่จริงๆ ไม่อย่างนั้นฉันคงทำผิดพลาดไปแล้ว"
เย่เฟิงโบกมือ "คนเราก็มีผิดพลาดกันได้ ดังนั้นอาจารย์เหม่ยไม่ต้องคิดมากไปหรอกนะครับ"
เหม่ยตงเห่ยพยักหน้าอย่างขอบคุณ "ถ้าเสี่ยวเย่ต้องการความช่วยเหลือสามารถมาหาฉันได้ทุกเมื่อเลยนะ"
ทันใดนั้น เย่เฟิงก็นึกถึงจุดประสงค์ของการมาที่นี่ในวันนี้ "เอ่อ ผมอยากจะถามอาจารย์เหม่ยเกี่ยวกับบางอย่าง คือผมมีรูปปั้นหัวสุนัขทองคำและผมต้องการจะขายมัน ผมอยากรู้ว่าสามารถนำมันไปขายได้ที่ไหนครับ"
ดวงตาของเหม่ยตงเหยเป็นประกายทันที "โอ้? ให้ฉันดูมันหน่อยจะได้มั้ย"
เย่เฟิงวางหัวสุนัขทองคำลงบนโต๊ะทันที
เหม่ยตงเหยหยิบแว่นขยายขึ้นมาและดูอย่างระมัดระวังสักครู่ จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและกดโทรออกทันที
หลังจากวางสาย เขาก็อธิบายให้เย่เฟิงฟัง
"เมื่อไม่กี่วันก่อน มีเศรษฐีคนหนึ่งมาหาฉัน เธอบอกว่าอีกไม่กี่วันจะเป็นวันเกิดปู่ของเธอ และเธอต้องการให้ฉันช่วยหาหัวสุนัขทองคำเพื่อนำมาของขวัญวันเกิดให้คุณปู่ ฉันไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าอยู่ดีๆของก็จะมาหาฉันเองแบบนี้ ฮ่า ๆ ..."
เมื่อรู้ว่าไม่ต้องไปตระเวนขายที่อื่น เย่เฟิงก็มีความสุขมากเช่นกัน
หลังจากรอประมาณสิบนาที
ผู้หญิงร่างเล็กก็เดินเข้ามา "อาจารย์เหม่ย หัวสุนัขทองคำที่ฉันต้องการอยู่ที่ไหนหรือคะ"
เย่เฟิงได้ยินเสียงที่คุ้นเคย เขาจึงมองย้อนกลับไป และทันใดนั้นเขาก็ตกตะลึงทันที
"ทำไมรุ่นพี่ถึงได้มาอยู่ที่นี่?"
ขณะเดียวกัน ผู้หญิงคนนั้นก็สังเกตเห็นเย่เฟิง และเธอก็หยุดชะงักไปทันที
"ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้?"