ความเข้าใจผิดครั้งใหญ่
"อ๊า...ฉันบอกให้ทำเบาๆหน่อยไง..."
เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของเฉินซวนดังออกมาอย่างต่อเนื่อง
แน่นอน จางหยูถิงที่ยืนอยู่ข้างนอกได้ยินเสียงนี้ และใบหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีแดงทันที
เธออยากจะออกไปจากบริเวณนี้ให้เร็วที่สุด
แต่เธอกลัวว่าหากเธอออกไปจากที่นี่และมีคนอื่นมาเห็นฉากนี้เข้าจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของเฉินเซิน
ดังนั้นเธอจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเฝ้าประตูต่อไป
ไม่คิดมาก่อนเลยว่าหัวหน้าฝ่ายกฎหมายผู้มีภูมิฐานอย่างเธอจะถูกลดระดับให้เป็นเหมือนสุนัขเฝ้าบ้านแบบนี้
…
ภายในสำนักงาน
เย่เฟิงใช้ยาล้างบาดแผลให้เฉินเซินแล้วพันด้วยผ้าก๊อซ "คุณควรไปโรงพยาบาลและเข้ารับการรักษาต่อเพื่อไม่ให้แผลอักเสบนะครับ"
เฉินซวนพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
แต่ตัวเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเชื่อฟังคำพูดของชายคนนี้
เพราะทั้งสองคนเพิ่งจะพบกันเพียงแค่สองครั้งเท่านั้น
เย่เฟิงเพิ่งตระหนักได้ว่าท่าทางของพวกเขาในตอนนี้ดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่
ขาของเฉินซวนวางอยู่บนตักของเขา ซึ่งมันดูคลุมเครือมาก
"ตอนนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ...เชิญคุณเก็บขากลับไปได้เลย" เมื่อเห็นว่าเฉินซวนไม่มีทีท่าจะดึงขากลับไป เย่เฟิงก็เลยพูดเตือนเธอ
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ใบหน้าสวยของเฉินเซินก็แดงระเรื่ออีกครั้ง และเธอก็รีบเอาขากับมาพร้อมกับดึงกระโปรงลง
เสียงหัวใจเต้น "ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก" อย่างรุนแรง
ความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อนกำลังก่อตัวขึ้นในใจของเธอ
เย่เฟิงไม่ได้คิดมาก
ตอนนี้ขั้นตอนการส่งมอบเสร็จสิ้นแล้ว เขาจึงไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป
เย่เฟิงลุกขึ้นและกล่าวลา
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เฉินซวนก็รีบลุกขึ้นและเดินกะโผลกกะเผลกไปเปิดประตู
ขณะเดียวกัน จางหยูถิงที่ยืนอยู่ข้างนอกประตูก็เห็นเฉินเซินที่เดินกะโผลกกะเผลกและรอยย่นของกระโปรง สิ่งเหล่านี้ทำให้เธอเชื่อมั่นในสิ่งที่คาดเดามากกว่าเดิม
พวกเขาจะต้องทำอะไรกันภายในห้องทำงานแน่นอน
"คุณถิง พอดีฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายน่ะ ช่วยไปส่งคุณเย่แทนฉันหน่อยสิ" เฉินซวนเจ็บขา เธอจึงต้องฝากให้เป็นหน้าที่ของจางหยูถิง
"ได้ค่ะ"
จางหยูถิงตอบกลับด้วยรอยยิ้มทันที
เฉินซวนไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้แน่นอน
จางหยูถิงส่งเย่เฟิงลงไปชั้นล่างและทิ้งประโยคที่ทำให้เย่เฟิงสับสน
"หากคุณกล้าทำผิดต่อท่านซวนในอนาคต ฉันจะไม่ไว้ชีวิตคุณแน่"
สิ้นสุดคำพูด เธอก็หันหลังและเดินกลับไปอย่างไม่ไยดี
เย่เฟิงมองไปที่แผ่นหลังของเธอแล้วเกาหัว "หมายความว่ายังไงกันนะ"
…
ในเวลาเดียวกัน
ภายในวิลล่าสุดหรู
"ไอ้ขยะไร้ประโยชน์!" ชายคนหนึ่งตะโกนพร้อมกับตบหน้า
และผู้หญิงที่ถูกตบก็ล้มลงกับพื้น
"ฉันขอโทษ นายน้อยเจียง ฉันผิดไปแล้ว"
หญิงสาวรีบลุกขึ้นจากพื้นและขอโทษซ้ำๆ
หากเย่เฟิงปรากฏตัวในเวลานี้ เขาคงจะจำผู้หญิงที่โดนตบได้ทันทีว่าเป็นใคร เพราะเธอคือผู้หญิงที่เข้ามาใส่ร้ายเขาในอสังหาริมทรัพย์หลิงหยุน
"ฉันสั่งให้แกบุกเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์หลิงหยุนและติดตามทุกความเคลื่อนไหวของเฉินซวน แต่แกกับไม่ผ่านการสัมภาษณ์ แล้วแกจะมีประโยชน์อะไร?"
ชายคนนั้นอายุประมาณยี่สิบปีและมีใบหน้าที่ค่อนข้างหล่อ
ฝ่ายหญิงรีบอธิบาย "จริงๆ ฉันสอบสัมภาษณ์ผ่านแน่นอน 100% แต่แผนของฉันพังเพราะผู้ชายคนหนึ่ง"
ชายคนนั้นหรี่ตาลง "ผู้ชายงั้นหรือ? มันเป็นใคร?"
ผู้หญิงคนนั้นตอบกลับ "ดูเหมือนจะชื่อว่าคุณเย่ และเป็นเจ้าของคนใหม่ของอสังหาริมทรัพย์หลิงหยุน"
ชายคนนั้นจ้องเข้าไปในดวงตาของเธออย่างดุร้าย "รู้ใช่มั้ยว่าถ้าพูดโกหกใส่คนอย่างฉันแล้วชีวิตของแกจะเป็นยังไง"
ผู้หญิงรีบตอบกลับ "ฉันไม่ได้โกหกนะ"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผู้ชายคนนั้นก็ปล่อยเธอไป และค่อยๆเอื้อมมือไปหยิบแก้วไวน์แดงบนโต๊ะขึ้นมา
"ชายที่มีแซ่ว่าเย่งั้นเหรอ แกกล้าดียังไงมายุ่งเกี่ยวกับเฉินซวนของเจียงเส้าเจี๋ย"
เขาอยากได้เฉินซวนมาโดยตลอด
แต่เธอไม่แม้แต่จะสนใจเขาเลย
ไม่นานมานี้มีปัญหาอย่างต่อเนื่องในอสังหาริมทรัพย์หลิงหยุนจนส่งผลให้เกือบจะล้มละลาย นั่นไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เป็นฝีมือของเขาเอง
จุดประสงค์คือต้องการบังคับให้เฉินเซินยอมจำนน
แผนการนี้กำลังจะสำเร็จลุล่วงแล้ว แต่จู่ๆก็มีคนสอดมือเข้ามา
"ฉันไม่สนว่าแกเป็นใคร แต่ในเมื่อแกเลือกที่จะเป็นศัตรูของฉัน เจียงเส้าเจี๋ยแล้ว แกก็ต้องตกนรกทั้งเป็น"
ใบหน้าที่หล่อเหลาของเจียงเส้าเจี๋ยเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
…
ในอีกสองวันต่อมา เย่เฟิงใช้ชีวิตสบายๆด้วยการนอนตื่นตามธรรมชาติ และนับเงินจนมือเป็นตะคริว
เขาเห็น "เรื่องอื้อฉาว" เกี่ยวกับตัวเองและเซินไป่เถียนจากฟอรัมของมหาวิทยาลัย
ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ไปมหาวิทยาลัยมาสองวันเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา
และเขาก็คิดว่าชีวิตสบายๆแบบนี้จะคงอยู่ตลอดไป
แต่โทรศัพท์จากเซินไป่เถียนก็ทำให้ชีวิตอันสงบสุขของเขาพังทลายลง
"อะไรนะ? ไปงานวันเกิดของคุณปู่งั้นหรอครับ?
เมื่อเย่เฟิงได้ยินคำพูดของเซินไป่เถียนทางโทรศัพท์ เขาก็ตกใจทันที
"ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ ฉันเชิญคุณไปร่วมงานวันเกิดจริงๆ"
เซินไป่เถียนพยายามเกลี้ยกล่อมเย่เฟิง
"แต่ผมไม่รู้จักปู่ของรุ่นพี่เลยนะครับ"
เย่เฟิงพูดเชิงปฏิเสธ
"รู้จักคุณปู่หรือไม่รู้จักนั้นมันไม่สำคัญหรอก ที่สำคัญคือฉันเป็นคนชวนต่างหาก"
เซินไป่เถียนยังคงโน้มน้าวต่อไป
"ผมไม่อยากไปครับ!"
เย่เฟิงปฏิเสธอีกครั้งโดยไม่แม้แต่จะคิด
"คุณจะมาหรือไม่มา"
น้ำเสียงของเซินไป่เถียนเริ่มแข็งกร้าว
"ไม่ ต่อให้ถูกซ้อมจนตายผมก็จะไม่ไป"
เย่เฟิงตอบอย่างมุ่งมั่น
"คุณก็รู้หนิว่าเพราะเรื่องที่คุณทำในครั้งนั้นทำให้ทุกคนคิดว่าความสัมพันธ์ของพวกเราเป็นมากกว่าเพื่อนหรือคนรู้จักกัน ถ้าคุณไม่มา ฉันจะอธิบายกับครอบครัวของว่ายังไง" เสียงของเซินไป่เถียนเล็กลง "เย่เฟิง มางานเลี้ยงวันเกิดคุณปู่ของฉันเถอะนะ ฉันสัญญาเลยว่าหลังจากนี้จะไม่ขออะไรคุณอีกเลย"
เมื่อได้ยินน้ำเสียงอ้อนวอนของเธอ เย่เฟิงก็ใจอ่อนและตอบกลับไปหลังจากคิดอยู่พักหนึ่ง "ไปก็ได้ครับ แต่คนจนอย่างผมคงให้ของขวัญแพงๆกับคุณปู่ของรุ่นพี่ไม่ได้หรอกนะครับ"
"คุณเนี่ยนะจน?" เซินไป่เถียนไม่เชื่อคำพูดไร้สาระของเย่เฟิง
ผู้ชายที่สามารถขับรถเฟอร์รารี่ เอ็นโซ และแม้แต่เซี่ยชิวยังเชิญไปคอนเสิร์ตเป็นการส่วนตัวจะจนได้อย่างไร?
ดูก็รู้ว่าโกหกชัดๆ!
นอกจากนี้ เธอก็เพิ่งจะซื้อหัวสุนัขต่อเขาไปในราคาห้าสิบล้านหยวนด้วย...
หลังจากนึกถึงเรื่องต่างๆ เธอก็ตอบกลับไป "ถ้าคุณจน ในโลกนี้ก็คงจะไม่มีคนรวยแล้วล่ะ"