อย่าเพิ่งขยับ
เมื่อเห็นความสงสัยของเฉินซวน เย่เฟิงก็กดรับสายโทรศัพท์อย่างใจเย็น
ขณะเดียวกัน จางหยูถิงที่เห็นว่าสายถูกรับแล้วก็เอ่ยปากถามทันที "คุณเย่ ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนหรือคะ"
เย่เฟิงพูดด้วยรอยยิ้ม "ผมอยู่ข้างๆคุณนี่แหละครับ"
จางหยูถิงหันกลับมาด้วยความประหลาดใจและจ้องไปที่เย่เฟิงด้วยสายตาว่างเปล่า
ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเธอคือคุณเย่ที่ซื้อหุ้น 60% ของบริษัทไปจริงๆอย่างนั้นเหรอ?
ไม่คิดเลยว่าจะเด็กขนาดนี้
เขาดูอ่อนกว่าวัยที่จะสามารถซื้อหุ้น 60% ของบริษัทได้
ความประหลาดใจของเฉินซวนรุนแรงกว่าจางหยูถิงมาก "คุณเป็นคนที่เข้าซื้อหุ้นของบริษัทฉันไปจริงๆหรือคะ"
เย่เฟิงยิ้ม "ถ้าไม่ใช่ผมแล้วจะเป็นใครล่ะครับ"
เฉินซวนโบกมืออย่างรวดเร็ว "ฉันไม่ได้ดูถูกคุณเย่นะ แต่แค่รู้สึกแปลกใจนิดหน่อย เพราะมีเพียงแค่ไม่กี่คนในเมืองจงไห่ที่สามารถซื้ออสังหาริมทรัพย์หลิงหยุนได้ ฉันไม่คิดมาก่อนว่าคุณเย่จะรวยถึงขนาดนี้"
ขณะที่เธอพูด ดวงตาของเธอก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง และน้ำตาก็ค่อยไหลรินออกมา
เย่เฟิงตกตะลึง "คุณซวนร้องไห้ทำไม? ถ้าคุณเสียใจที่ผมเข้าซื้อบริษัทของคุณ ผมจะยกเลิกให้ก็ได้นะครับ"
เฉินซวนรีบส่ายหัว "ไม่ค่ะ คือฉันแค่... มีความสุขมากเท่านั้น หากไม่มีคุณ บริษัทของฉันก็คงล้มละลายไปแล้ว ขอบคุณมากเลยนะคะ!"
หลังจากได้ยินเช่นนี้เย่เฟิงก็รู้สึกโล่งใจ ปรากฎว่าที่เธอร้องไห้เป็นเพราะมีความสุขนี่เอง
ขณะเดียวกัน พนักงานที่ได้ยินการสนทนาระหว่างทั้งสองคนต่างก็ตื่นตระหนก
โดยไม่คาดคิด ผู้ชายคนนี้ที่พวกเขาเข้าใจผิดว่าเป็น "คนโรคจิต" กลับกลายเป็นเจ้านายคนใหม่ของพวกเขา
แล้วแบบนี้อนาคตของพวกเขาจะยังมีงานทำอยู่มั้ย?
โดยเฉพาะผู้ชายที่ขู่ว่าจะนำเย่เฟิงเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พวกเขารู้สึกเหมือนจุดจบกำลังจะมาถึง
ทุกคนต่างรู้สึกว่าเวลาของตัวเองในบริษัทอสังหาริมทรัพย์หลิงหยุนกำลังจะหมดลง
ผู้หญิงที่จงใจต่อว่าเย่เฟิงก็ยิ่งรู้สึกเสียใจมากกว่าเดิม
ถ้าเธอรู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นหัวหน้าคนใหม่ของอสังหาริมทรัพย์หลิงหยุน เธอคงไม่ทำเรื่องโง่ๆแบบนั้น
เมื่อตระหนักได้ เธอก็รีบขยิบตาให้เย่เฟิงเพื่อหวังจะฟื้นฟูภาพลักษณ์ตัวเธอเอง
ฉากนี้อยู่ภายใต้สายตาของเฉินซวน และเธอก็โกรธทันที "หลิงหยุนอสังหาริมทรัพย์จะไม่จ้างคุณเป็นพนักงาน รบกวนช่วยออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้เลย"
ผู้หญิงคนนั้นตื่นตระหนก เธอรีบคว้ามือของเย่เฟิงและพูดขอร้อง "คุณเย่ ฉันคิดผิดไปแล้วค่ะ ได้โปรดให้โอกาสฉันอีกครั้งนะคะ ฉันอยากได้งานนี้จริงๆ ถ้าไม่ได้ล่ะก็ฉันแย่แน่…."
เย่เฟิงพยายามจะสลัดมือของเธอออกไป
แต่ผู้หญิงคนนี้จับมือของเขาไว้แน่นมากจนเขาไม่สามารถสลัดให้หลุดได้
หลังจากไม่มีทางเลือกอื่น เขาจึงขอให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพาเธอออกไป
เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้เสียดแทงหัวใจของผู้หญิงคนนั้น พนักงานของหลิงหยุนอสังหาริมทรัพย์ก็ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ
คนที่พูดแทนผู้หญิงคนนั้นถึงกับเหงื่อตก เพราะกลัวว่าจะถูกหางเลขไปด้วย
แต่เย่เฟิงไม่อยากจะเสียเวลาอันมีค่าไปกับคนกลุ่มนี้ เขาจึงปล่อยผ่านไป
หลังจากนั้น เฉินซวนก็เชิญเขาไปที่ห้องทำงานเพื่อจัดการขั้นตอนการส่งมอบ
เย่เฟิงคุ้นเคยกับขั้นตอนแบบนี้อยู่แล้ว การดำเนินเอกสารจึงใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
หลังจากที่เฉินซวนลงนามและประทับตราเรียบร้อย เธอก็ถอนหายใจยาวออกมาด้วยความโล่งอก
เธอรู้สึกว่าภาระที่เธอแบกรับทั้งหมดหายไป
ด้วยสภาพอารมณ์ที่ดี เธอจึงริเริ่มรินชาให้กับเย่เฟิง
จางหยูถิงที่กำลังจัดเรียงเอกสารตกใจทันทีเมื่อเห็นฉากนี้
คุณเฉินมีฉายาว่า "ราชินีน้ำแข็ง" ในบริษัท เธอจะปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างเย็นชา
โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายเป็นผู้ชาย
นี่เป็นประวัติการณ์!
เป็นไปได้ไหมว่า... มีบางอย่างที่เธอไม่รู้ระหว่างสองคนนี้?
ต้องใช่แบบนั้นแน่ๆ!
ไม่อย่างนั้นคุณเย่จะมาซื้อบริษัทที่ใกล้จะล้มละลายไปทำไมล่ะ?
ต้องบอกว่าความสามารถในการเชื่อมโยงของจางหยูถึงนั้นมีจินตนาการสูงมาก
หลังจากเริ่มรินชาได้ไม่นาน เธอก็คิดว่าสองคนนี้เป็น "แฟน" กัน
ด้วยเหตุนี้ เธอจึงหาข้ออ้างที่จะจากไป
ในห้องทำงานของประธานขนาดใหญ่เหลือเพียงแค่เย่เฟิงและเฉินซวน
ซึ่งบรรยากาศในเวลานี้ก็อึดอัดมาก
"คุณเย่คิดอย่างไรกับตลาดอสังหาริมทรัพย์หรอคะ ?" เฉินซวนถามออกไป
"อสังหาริมทรัพย์?...พูดตามตรง ผมแทบไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย" เย่เฟิงบอกความจริง
สิ่งเหล่านี้ถูกซื้อโดยระบบของเขา และเขาก็ไม่รู้อะไรมากนักเกี่ยวกับตลาดนี้
"ไม่รู้งั้นหรือคะ?" เฉินซวนตกตะลึงอย่างสมบูรณ์
อีกฝ่ายซื้อหุ้นบริษัทของเธอ 60% แต่เขากับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์เลย ?
เขาเป็นเพียงคนโง่ที่มีเงินมากงั้นหรือ?
คงไม่ใช่แน่นอน!
ผู้ชายที่จำถ้วยเก้ามังกรได้จะเป็นคนโง่ได้อย่างไร?
มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว ...
เขาไม่ได้ต้องการซื้อบริษัท แต่เขาต้องการช่วยเธอให้ผ่านพ้นความยากลำบาก
แต่ทำไมเขาถึงต้องทำเช่นนี้ล่ะ?
เป็นไปได้ไหมว่า...เขาชอบฉัน?
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ใบหน้าสวยๆของเฉินซวนก็เปลี่ยนเป็นสีแดง
ขณะเดียวกัน เย่เฟิงที่กำลังชื่นชมการตกแต่งห้องทำงานของเฉินซวนอยู่ก็สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้และอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ "คุณเฉินไม่สบายหรือครับ ทำไมหน้าแดงแบบนั้น"
เฉินซวนยังคงหมกมุ่นอยู่กับความคิดของตัวเองอยู่เลยไม่ได้ยินเสียงพูดของเย่เฟิง
เมื่อเห็นเช่นนี้ เย่เฟิงจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเพิ่มความดังของเสียง "คุณเฉินโอเคหรือเปล่าครับ"
"อะไรนะคะ! "
เฉินซวนตกใจ และชาที่อยู่ในถ้วยก็หกกระเด็นใส่ตักของเธอ
"อ๊ะ ร้อน..."
ด้วยความเป็นห่วง เย่เฟิงจึงรีบยกกระโปรงของเธอขึ้น
ในเวลานี้ เขาเห็นขาที่สวยงามของเฉินซวน และใบหน้าของเขาก็แดงก่ำทันที
"อ๊าา…" เฉินซวนตกใจและกำลังจะผลักเขาออกไป
"อย่าเพิ่งขยับนะครับ!" เย่เฟิงพูดเสียงดัง
น้ำเสียงนี้หนักแน่นเกินกว่าจะขัดขืนได้
ซึ่งส่งผลให้เฉินซวนผู้เย็นชาต่อหน้าพนักงานในวันธรรมดาไม่กล้าขยับตัวแม้แต่นิดเดียว
"มีกล่องยาหรือเปล่าครับ" เย่เฟิงเงยหน้าขึ้นหลังจากดูส่วนที่ถูกลวก
"ตรงนั้นค่ะ" เฉินซวนชี้ไปที่ด้านบนของตู้เก็บเอกสาร
เย่เฟิงรีบหยิบกล่องยาและเอาสำลีแอลกอฮอล์ออกมา จากนั้นก็ค่อยๆ ถูไปที่ขาสวยๆของเธอ
"อ๊า... คุณช่วยทำเบาๆหน่อยได้มั้ยคะ..."