ภาพวาดปิกัสโซที่หายไป!
ในบ้านของเจ้าของเดิมมีภาพวาดสีน้ำมัน ภาพวาดทิวทัศน์ งานเขียนพู่กัน และภาพสเก็ตช์ต่าง ๆ ถูกแขวนไว้
แน่นอนว่าเป็นผลงานแผงลอยข้างถนนและงานฝีมือเลียนแบบ ซึ่งไม่คุ้มกับเงินจำนวน 30 ล้านหยวนที่เสียไปเลย
เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเจ้าของเดิมมีจุดประสงค์เพียงแค่ต้องการแต่งบ้านให้ดูสวยงามเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม "นักปรัชญา" เคยกล่าวไว้ว่า ความสวยงามที่ไม่ได้เกิดจากความสวยงามจริงๆจะเป็นแค่ความสวยงามจอมปลอมเท่านั้น
เย่เฟิงไม่ได้สนใจรสนิยมที่ของเจ้าของเก่าของบ้านหลังนี้ เขารีบมองหาของที่ระบบแนะนำอย่างระมัดระวัง
เมื่อเห็นฟางจือหยูมองดูผลงานด้วยสายตาคาดหวัง เซินไป่เถียนก็รู้สึกตลกเล็กน้อย "คุณกำลังมองหาอะไรอยู่ ถ้าคิดจะหาผลงานชื่อดังของแท้จากที่นี่ละก็ฉันแนะนำให้คุณยอมแพ้ดีกว่านะ เพราะเท่าที่ดู ผลงานพวกนี้น่าจะเป็นของปลอมทั้งหมดเลย "
เย่เฟิงหันมาพูดด้วยรอยยิ้ม "แล้วถ้าเกิดมีของแท้ปะปนอยู่ในนี้ล่ะ? "
เซินไป่เถียนพูดไม่ออก "ถ้าอย่างนั้นก็คงจะเป็นโชคดีของคุณ"
เย่เฟิงไม่สนใจเซินไป่เถียนและค้นหาต่อไป
หลังจากค้นหาประมาณสิบนาที เซินไป่เถียนก็เริ่มหมดความอดทน
แต่ในขณะเดียวกันนั้น ดวงตาของเย่เฟิงก็สว่างขึ้นมา
ในตู้หนังสือของเจ้าของคนก่อนมีกล่องที่ยังไม่ถูกเปิดซึ่งเต็มไปด้วยฝุ่นซ่อนอยู่ด้านใน
เย่เฟิงรีบเป่าฝุ่นออกและเปิดมันอย่างระมัดระวัง
เซินไป่เถียนรู้สึกโกรธเล็กน้อยและพูดว่า "เย่เฟิง อย่ามาเสียเวลาที่นี่เลย คุณคิดจริงๆหรือว่าจะเจอผลงานล้ำค่าในที่แบบนี้"
ขณะพูด เธอก็เห็นเย่เฟิงเอาภาพวาดในกล่องออกมาอย่างช้า ๆ
และในที่สุดก็ปรากฏให้ภาพสีน้ำมันที่ดูค่อนข้างเชย
เด็กผู้หญิงสวมหมวกสีแดง ไม่มีสีหน้า ไม่มีอารมณ์ นั่งสงบนิ่ง...
ดวงตาของเซินไป่เถียนเบิกกว้างทันที
เธอได้รับอิทธิพลจากศิลปะมาตั้งแต่ยังเด็ก และเธอก็มีงานวิจัยมากมายเกี่ยวกับการวาดภาพสีน้ำมัน
จากมุมมองของเธอ ภาพวาดนี้แตกต่างจากงานลอกเลียนแบบอื่น ๆ ในบ้านอย่างสิ้นเชิง
ความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ปรากฏขึ้นใจของเซินไป่เถียน
"เย่เฟิง ฉันขอดูรูปนี้หน่อยสิ"
หลังจากดูภาพวาดอย่างระมัดระวังเป็นเวลานาน เซินไป่เถียนก็ยิ่งรู้สึกประหลาดใจมากขึ้นกว่าเดิม
เธอรีบหยิบมือถือออกมาถ่ายรูปและส่งไปให้ผู้ประเมินด้านงานศิลปะที่เธอรู้จักดูทันที
กลับกัน เย่เฟิงไม่ได้สงสัยเกี่ยวกับความถูกต้องของภาพวาดนี้เลย
เพราะในเวลานี้ เสียงเตือนของระบบได้ดังขึ้นในใจของเขา "ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำภารกิจการล่าสมบัติเสร็จสิ้น รางวัลคือ 10 อาคารอพาร์ตเมนต์ในชุมชนปินซาน ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่าหนึ่งพันล้านหยวน"
เย่เฟิงอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจกับความใจดีของระบบ
ในขณะเดียวกันกับที่เขากำลังประหลาดใจ เซินไป่เถียนก็ได้รับคำตอบจากผู้ประเมินด้านงานศิลปะเช่นกัน "คุณเซิน คุณได้ภาพวาดนี้มาจากไหน"
คนประเมินส่งข้อความเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นมา
เซินไป่เถียนรีบตอบกลับ "มันเป็นของเพื่อนของฉันค่ะ ฉันอยากให้คุณตรวจสอบว่ามันเป็นของจริงหรือเปล่า"
ผู้ประเมินพูดด้วยความตื่นเต้น "มันเป็นของจริงแท้แน่นอน นี่คือภาพวาด "เด็กหญิงหมวกแดง" ของปิกัสโซ มันหายไปหลายปีแล้ว ไม่คาดคิดเลยว่ามันจะอยู่ในมือของเพื่อนคุณ เพื่อน...คุณโชคดีจริงๆ!"
เซินไป่เถียนมองไปที่เย่เฟิงด้วยความประหลาดใจ
ภาพวาดนี้คือของจริง?
ผู้ชายคนนี้พบของล้ำค่าในกองขยะจริง ๆ อย่างนั้นหรอ?
ถ้าเธอไม่ได้อยู่ด้วยและเห็นกับตา เธอคงจะสงสัยในความจริงของเรื่องนี้แน่นอน
"อาจารย์หลิว กรุณาตรวจสอบให้ละเอียดอีกทีได้หรือเปล่า ท่านแน่ใจใช่มั้ยคะว่านี่เป็นของแท้จริงๆ"
"ฉันขอรับประกันด้วยเกียรติที่สั่งสมมาหลายปีเลยว่าภาพวาดนี้เป็นฝีมือของปิกัสโซแน่นอน เว้นแต่ว่าจะมีคนที่ทำลอกเลียนแบบได้เนียนมากๆ แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่จะหลอกสายตาของฉัน"
"ภาพวาดนี้มีมูลค่าเท่าไหร่ในตอนนี้หรอคะ?"
"การใช้เงินเพื่อวัดผลงานที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ถือเป็นการดูถูก แต่จากประสบการณ์อันยาวนานของฉันในแวดวงศิลปะ ราคาของภาพวาดนี้ในตลาดคงไม่ต่ำไปกว่า 500 ล้านหยวนแน่นอน"
เซินไป่เถียนตกใจอย่างมากเมื่อได้ยินจำนวนมูลค่าของภาพวาด
ภาพวาดนี้มีมูลค่า 500 ล้านหยวนเลยงั้นหรือ?
เธอคิดว่าการที่เย่เฟิงใช้เงิน 30 ล้านหยวนเพื่อซื้อบ้านหลังนี้นั้นเป็นการใช้เงินที่สุรุ่ยสุร่ายมาก
แต่ในพริบตาเย่เฟิงกับทำกำไรได้มากกว่าเดิมสิบเท่า
ผู้ชายคนนี้เป็นคนที่ดวงดีจริง ๆ หรือว่าเขาซ่อนอะไรไว้กันแน่?
เย่เฟิงรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาของเซินไป่เถียนที่จ้องมองมา "ทำไมรุ่นพี่ถึงมองผมอย่างนั้นล่ะครับ"
เซินไป่เถียนจ้องมองเขาด้วยความสงสัย "คุณรู้ได้ยังไงว่ามีภาพวาดสีน้ำมันล้ำค่าซ่อนอยู่ในบ้านหลังนี้"
เย่เฟิงหัวเราะ "ผมจะไปรู้ได้ยังไงล่ะครับรุ่นพี่ ผมก็แค่ชื่นชอบผลงานศิลปะและบังเอิญโชคดีเฉยๆเท่านั้น"
เซินไป่เถียนเดินเข้ามาหาเขาทีละก้าว "โชคดีงั้นหรอ? แต่คุณดูมั่นใจมากเลยนะ เหมือนกับว่ารู้อยู่แล้วอย่างไงอย่างงั้นว่ามีภาพวาดล้ำค่าอยู่ในบ้านหลังนี้ บางครั้งฉันก็อดสงสัยไม่ได้จริงๆว่าคุณมาจากดาวดวงอื่นหรือเปล่า"
เย่เฟิงพูดติดตลก "ผมจะบอกความลับให้รุ่นพี่ฟัง ความจริงแล้ว ผมเป็นมนุษย์ต่างดาวที่บุกเข้ามายังโลก"
เซินไป่เถียนไม่หวั่นไหวกับเรื่องไร้สาระของเขา "บอกมาดีๆ คุณมีความลับอะไรซ่อนอยู่ใช่,yhp?"
เย่เฟิงจ้องมองเธออย่างไม่ลดละ "มีความลับมากมายซ่อนอยู่ในตัวผม รุ่นพี่อยากรู้จริงๆ หรือเปล่าล่ะ?"
ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนใกล้กันจนสามารถสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน
ซึ่งความใกล้ชิดนี้ก็ทำให้ความมุ่งมั่นของเซินไป่เถียนลดลง "ฉันไม่อยากรู้แล้ว!"
เมื่อพูดจบ เธอก็กำลังจะหันหลังกลับและเดินออกไป
แต่เย่เฟิงดึงเธอกลับมาและมองดูใบหน้าที่บอบบางของเธอด้วยสายตาขี้เล่น "ผู้หญิงแบบรุ่นพี่อย่าสงสัยเกี่ยวกับผู้ชายจะดีกว่า ความอยากรู้อยากเห็นทำให้แมวตายมาแล้วหลายตัว รุ่นพี่ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนหรือ? "
เซินไป่เถียนมองเข้าไปในดวงตาของเขา และหัวใจของเธอก็เริ่มเต้นแรงขึ้น
เมื่อเย่เฟิงค่อยๆก้มหัวลงมาอย่างช้า ๆ
หัวใจของเซินไป่เถียนก็ยิ่งเต้นเร็วขึ้นมากกว่าเดิม
เขากำลังจะทำอะไร?
เขาไม่ได้กำลังจะจูบฉันใช่มั้ย?
ตอนนี้ฉันควรทำอย่างไรดี
ฉันต้องผลักเขาออกไปหรือเปล่า?
ฉันควรทำอย่างไร…
"ผมหิวแล้ว เราไปกินข้าวกันเถอะ"
ขณะที่เซินไป่เถียนกำลังคิดมาก เธอก็ได้ยินเสียงกระซิบของเย่เฟิง
จากนั้นเขาก็ปล่อยเธอและเดินออกไปจากบ้านทันที
เซินไป่เถียนมองไปที่ด้านหลังของเย่เฟิงด้วยความรู้สึกสับสนมากขึ้นเรื่อย ๆ
"ฮัลโหล ที่ฉันขอให้คุณตรวจสอบข้อมูลของเย่เฟิงตอนนี้เป็นยังไงบ้าง? "
"พวกคุณทำอะไรกันอยู่ ฉันสั่งไปตั้งนานแล้วไม่ใช่หรอ ทำไมถึงยังไม่มีความคืบหน้าเลย?"
"ฉันไม่ต้องการฟังคำแก้ตัว ฉันต้องการได้คำตอบโดยเร็วที่สุด"
หลังจากวางสายโทรศัพท์ เซินไป่เถียนก็สงบลงและรีบเดินตามเย่เฟิงออกไป
ไม่ว่าคุณจะมีความลับซ่อนอยู่
ฉันจะต้องขุดมันออกมาให้ได้!