อย่าถามอะไร

"มีอะไรเหรอครับพี่ซูหมาน"

ขณะที่เย่เฟิงซึ่งเพิ่งกลับมาถึงบ้านกำลังจะเข้าไปแช่ตัวในอ่างน้ำร้อน เขาก็ได้รับสายโทรศัพท์จากเบอร์ที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี

และเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความร้อนรนของเธอ เขาจึงคิดว่าเธอน่าจะต้องมีอะไรบางอย่าง

"หุ้นสามตัวที่นายซื้อมามันเพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่ง" เสียงของซูหมานสั่นเครือ

"เป็นแบบนั้นมันก็ดีแล้วไม่ใช่หรอครับ ? ทำไมพี่ถึงต้องตื่นตระหนกล่ะ ?" เย่เฟิงรู้สึกโล่งใจและก้าวเข้าไปในอ่างอาบน้ำ

"ฉันจะไม่ตื่นตระหนกได้ยังไง ฉันอยู่ในวงการนี้มาหลายปีแล้ว แต่ไม่เคยเห็นการเพิ่มขึ้นของหุ้นที่บ้าคลั่งเช่นนี้มาก่อนเลย" เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่สงบของเย่เฟิง ซูหมานก็ยิ่งรู้สึกแปลกใจมากกว่าเดิม

"พี่อยู่มานานแล้วก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีโอกาสเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นสักหน่อยนะครับ ว่าแต่ตอนนี้มันเพิ่มขึ้นเท่าไหร่แล้วล่ะ ? " เย่เฟิงหยิบแก้วไวน์แดงจากขอบอ่างอาบน้ำแล้วเขย่า

"หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงไปในเชิงบวกกว่า 10 รอบ ตอนนี้มันเพิ่มขึ้นมา 18%... ไม่สิ มันเป็น 20% แล้ว"

ซูหมานพบว่าขณะที่กำลังพูดคุยกับเย่เฟิงนั้นหุ้นทั้งสามตัวได้เพิ่มขึ้นมาอีก 2% และการเพิ่มขึ้นนี้ก็ทำให้เธอแทบจะควบคุมสติไว้ไม่ไหว

"ไม่ต้องรีบร้อน ปล่อยหุ้นไว้แบบนี้ต่อไปนั่นแหละครับ" น้ำเสียงของเย่เฟิงเต็มไปด้วยความมั่นใจ

"ฟังคำแนะนำของฉันนะเย่เฟิง ข้อห้ามเด็ดขาดที่สุดในตลาดหุ้นคือความโลภที่ไม่รู้จักพอ ตอนนี้เราทำกำไรได้มากมายแล้ว มันไม่มีความจำเป็นที่เราจะต้องเสี่ยงกับมันต่อเลย ดังนั้นเราควรจะรีบขายมันโดยเร็วที่สุด" ซูหมานรู้สึกกังวล

"พี่ทำตามที่ผมบอกเถอะ เราจะขายหุ้นสามตัวนี้ก็ต่อเมื่อมันเพิ่มไปถึง 30%" เย่เฟิงพูดอย่างมั่นใจอีกครั้ง

เวลาที่ควรซื้อหรือควรขายเมื่อไหร่นั้นระบบจะเป็นคนบอกเย่เฟิงทั้งหมด

นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงสามารถนั่งแช่น้ำร้อนได้อย่างสบายใจ

เมื่อเห็นว่าไม่สามารถโน้มน้าวใจเขาได้ ซูหมานจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องกดวางสายโทรศัพท์

แต่เธอไม่ได้วางใจเหมือนเย่เฟิง สายตาของเธอยังคงจดจ้องดูแนวโน้มของตลาดอย่างตั้งใจอยู่ตลอดเวลา

จากนั้นไม่นาน เธอก็เห็นหุ้นทั้งสามตัวเพิ่มขึ้นจากเดิมต่อหน้าต่อตา

หุ้นเพิ่มเป็น 23%!

หุ้นเพิ่มเป็น 25%!

หุ้นเพิ่มเป็น 27%!

หุ้นเพิ่มเป็น 30%!

ยิ่งแนวโน้มหุ้นเดำเนินไปในทิศทางบวก การเพิ่มขึ้นของหุ้นก็จะยิ่งช้าลงกว่าเดิม

"ขายมันไปให้หมด!"

เมื่อเห็นว่าหุ้นทั้งสามตัวพุ่งขึ้นไปถึงจุดที่เย่เฟิงบอก ซูหมานก็รีบตะโกนบอกผู้ช่วยทันที

ผู้ช่วยกลับมารู้สึกตัวอีกครั้งในเวลานี้และรีบเริ่มดำเนินการอย่างรวดเร็ว

แม้แต่ซูหมานก็ยังไม่เคยเห็นการเติบโตที่บ้าคลั่งเช่นนี้มาก่อน แล้วนับประสาอะไรกับผู้ช่วยของเธอ

มือที่จับเมาส์สั่นราวกับเกิดแผ่นดินไหว

เธอทั้งรู้สึกสับสนและรู้สึกเสียใจในเวลาเดียวกัน

เพราะถ้าเธอรู้ว่าหุ้นทั้งสามตัวนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติละก็ เธอคงจะเลือกซื้อตามซูหมานอย่างไม่ลังเล

ในช่วงเวลาสั้น ๆ หุ้นกับเพิ่มขึ้นถึง 30% ซึ่งถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่ก่อให้เกิดกำไรมหาศาลมาก

มันไร้สาระจริงๆที่เธอดูถูกซูหมานจากการตัดสินใจซื้อหุ้นสามตัวนี้

คนที่กลายเป็นคนโง่คือตัวของเธอเอง

ภายใต้การดำเนินการของผู้ช่วย หุ้นทั้งสามตัวจึงได้ถูกขายออกไปอย่างรวดเร็ว

ซูหมานทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ราวกับว่าเธอกำลังจะเป็นลม

เหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความกดดันจนถึงเมื่อกี้ไม่ต่างอะไรกับการได้ออกไปร่วมสู้รบในสงคราม

มันทำให้เธออ่อนล้าไปทั้งตัว

แต่ขณะเดียวกันมันก็ทำให้เธอได้รับเงินจำนวนมหาศาล

ในช่วงเวลาสั้น ๆ หลังจากวางเงิน 5 ล้านหยวนและค่าธรรมเนียมการจัดการบางส่วน เธอสามารถทำกำไรได้กว่า 1.5 ล้านหยวน

มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเพียงแค่ความฝัน

เธอทำงานอย่างหนักมาหลายปีกว่าจะเก็บเงินได้ 5 ล้านหยวน

แต่ในช่วงเวลาสั้น ๆ นี้เธอกับหาเงินได้เกือบหนึ่งส่วนสามของเงินที่เธอตั้งใจเก็บมาหลายปี

นี่มันบ้ามาก

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับรายได้ของเย่เฟิงแล้ว รายได้ของเธอนั้นเป็นเพียงแค่เศษเงินเท่านั้น

หลังจากการดำเนินการเล่นหุ้นระยะสั้นนี้ ทรัพย์สินของเย่เฟิงได้เพิ่มขึ้นถึง 90 ล้านหยวน

เป็นตัวเลขที่น่าตกใจอย่างแท้จริง!

ขณะที่เธอกำลังอยู่ในความงุนงง

เสียงของผู้ช่วยที่เต็มไปด้วยความตกใจก็ดังขึ้นมา "ร่วงแล้ว คุณซูหมาน หุ้นทั้งสามตัวนี้เริ่มร่วงลงแล้วค่ะ! "

ซูหมานรีบมองย้อนกลับไปและเห็นหุ้นสามตัวที่เพิ่มขึ้นมาโดยตลอดดิ่งลงอย่างรวดเร็วโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า

ในเวลาเพียงสิบนาทีหลังจากที่เธอขายหุ้นออกไป มันก็ได้ตกลงสู่จุดต่ำสุด

เหตุการณ์นี้ทำให้มีเหงื่อเย็นไหลออกมาจากหน้าผากของเธอ

ถ้าเธอขายมันออกไปช้ากว่านิดหนึ่งละก็ ผลที่ตามมาคงจะเลวร้ายอย่างมาก

ในเวลาเดียวกัน คำถามก็ปรากฏขึ้นในใจของเธอ

เย่เฟิงคาดการณ์ได้แม่นยำขนาดนี้ได้อย่างไร?

เขาไม่เพียงแต่รู้ว่าหุ้นทั้งสามตัวจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในวันนี้ แต่เขายังสามารถบอกจุดที่ควรขายออกไปได้อย่างแม่นยำอีกด้วย

เขามีความสามารถพิเศษบางอย่างหรือเปล่า?

เมื่อคิดได้เช่นนี้ เธอก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและกดโทรหาเย่เฟิงทันที

"พี่ขายหุ้นทั้งสามตัวตามที่ผมบอกแล้วใช่หรือเปล่า?"

ก่อนที่เธอจะทันได้พูด เย่เฟิงก็เป็นฝ่ายยิงคำถามมา ราวกับว่าต้องการจะปกปิดอะไรบางอย่าง

"เย่เฟิง นายช่วยบอกความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้รู้ทีสิ นาย..."

ก่อนที่เธอจะทันถามจบ เย่เฟิงก็ได้พูดแทรกขัดจังหวะว่า "ผมจะไม่บอกอะไรทั้งนั้น"

ซูหมานหยุดชะงักทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้ของเย่เฟิง

แน่นอน มนุษย์ทุกคนล้วนต่างมีความลับที่ไม่อยากให้ใครรู้เป็นของตัวเอง

ทำไมเธอถึงต้องมาสนใจเรื่องนี้ด้วยล่ะ?

เพราะยังไงท้ายที่สุดแล้วเธอก็ได้รับผลประโยชน์ครั้งใหญ่จากการเล่นหุ้นครั้งนี้

ปล่อยให้มันผ่านไปโดยไม่รู้ก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย

"โอเค ฉันจะไม่ถามอะไร นายว่างหรือเปล่า ฉันอย่างจะเลี้ยงน้ำชานายหน่อยน่ะ" ซูหมานเสนอที่จะเลี้ยงน้ำชาเย่เฟิง

"ผมทำเงินให้พี่มากมายได้ขนาดนี้ ทำไมพี่ถึงจะเลี้ยงแค่น้ำชาให้ผม มันไม่น้อยเกินไปหน่อยหรอครับ?" เย่เฟิงหยอกล้อด้วยรอยยิ้ม

"ถ้าอย่างนั้นอยากกินอะไรล่ะ นายสามารถเลือกร้านอาหารใดก็ได้ในเมืองจงไห่เลย" ซูหมานพูดด้วยรอยยิ้ม

"ล้อเล่น แค่ดื่มชาก็พอแล้วครับ พี่ส่งที่อยู่สถานที่มาในวีแชทได้เลย"

เย่เฟิงวางสายโทรศัพท์และเปลี่ยนชุดใหม่ทันที

จากนั้นเขาก็ขับรถเฟอร์รารี่ เอ็นโซตรงไปยังสถานที่ที่ซูหมานนัดหมายไว้

ในขณะที่เขากำลังฮัมเพลงและเพลิดเพลินทิวทัศน์ระหว่างทาง ระบบก็ดังขึ้นอีกครั้งในใจของเขา

"ตรวจพบภารกิจล่าสมบัติชิ้นใหม่ หยกมรกตจักรพรรดิ"

"เริ่มต้นระบบการนำทาง โปรดขับรถตรงไปตามถนนปัจจุบันและเลี้ยวขวาหลังจาก 100 เมตร..."

เย่เฟิงตกตะลึงทันที

มีภารกิจล่าสมบัติครั้งใหม่อีกแล้ว?

เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาจึงรีบส่งข้อความไปหาซูหมาน โดยบอกว่าเขาเจอปัญหาอะไรบางอย่างบนถนนเลยอาจจะทำให้ไปสายนิดหน่อย

จากนั้นเขาก็เปลี่ยนทิศทางไปตามเส้นทางที่ระบบนำทางให้ทันที



ตอนก่อน

จบบทที่ อย่าถามอะไร

ตอนถัดไป