ฉันไม่เข้าใจโลกของคนรวย!
ประมาณครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น เขาก็ขับมาถึงสถานที่ก่อสร้างที่กำลังก่อสร้างอยู่
คนงานที่กำลังยุ่งหยุดทำงานและมองดูด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นรถสปอร์ตสุดเท่ขับเข้ามา
สำหรับคนที่อยู่ต่ำสุดของห่วงโซ่อาหารที่มีชื่อว่าความร่ำรวย พวกเขาจะได้เห็นรถสปอร์ตสุดเท่แบบนี้แค่ในทีวีเท่านั้น
และไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้เห็นรถสปอร์ตสุดเท่ในความเป็นจริง
เนื่องจากเส้นทางเป็นหลุมบ่อ การจะขับรถสปอร์ตผ่านไปจึงเป็นไปได้ยาก
ดังนั้นเย่เฟิงจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องจอดรถไว้นอกสถานที่ก่อสร้างและเดินตามระบบนำทางต่อไป
หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็มาถึงกองเศษหินเศษอิฐ
"การนำทางสิ้นสุดลง"
อย่าบอกนะว่าหยกมรกตจักรพรรดิอยู่ในกองซากปรักหักพังนี้?
เย่เฟิงมองไปยังกองหินที่สูงชันเป็นเนินเขา ถอนหายใจ และกำลังจะถอยหลังกลับไป
แต่เมื่อเขานึกถึงหยกมรกตจักรพรรดิ เขาก็กัดฟัน กำหมัด และเริ่มปีนขึ้นไปบนกองหินเพื่อค้นหาหยกมรกตจักรพรรดิ
คนงานในไซต์ก่อสร้างต่างจ้องมองไปที่เย่เฟิงอย่างว่างเปล่า
พวกเขาไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ เศรษฐีคนนี้ถึงได้เริ่มยกหินออกอย่างบ้าคลั่ง?
ไม่มีใครรู้ และก็ไม่มีใครกล้าถาม
อย่างไรก็ตาม เย่เฟิงเป็นนักศึกษาวิทยาลัยที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ดังนั้นแรงของเขาจึงไม่ได้มีมากกว่าคนธรรมดาสักเท่าไหร่
หลังจากยกหินได้ระยะหนึ่ง เขาก็รู้สึกเหนื่อยจนแทบหายใจไม่ออกและต้องหยุดพัก
จากนั้นเขาก็โบกมือเรียกคนงานสองสามคนที่มองดูด้วยความตื่นเต้นอยู่ไม่ไกล "ได้โปรดช่วยผมยกหินพวกนี้ออกไปที ถ้าเสร็จเมื่อไหร่ ผมจะให้เงินตอบแทนพวกคุณคนละ 1,000 หยวน"
ในตอนแรกที่เหล่าคนงานได้ยินว่าพวกเขาถูกขอให้ช่วย พวกเขาก็ตั้งใจจะตอบปฏิเสธกลับไปอย่างไม่ไยดี
เพราะสำหรับพวกเขา การได้เห็นคนรวยตะเกียกตะกายเหมือนสุนัขจนหมดแรงต่อหน้าแบบนี้นั้นถือว่ามีความสุขมาก
แต่ทันทีที่พวกเขาได้ยินว่าจะได้รับเงินตอบแทนจำนวน 1,000 หยวน ความคิดดังกล่าวก็จางหายไปจนหมดและรีบเร่งเข้าไปช่วยยกหินออกทันที
พวกเขาทำงานให้กับสถานที่ก่อสร้างแห่งนี้โดยมีรายได้ประมาณ 200 หยวนต่อวัน
แต่ตอนนี้พวกเขาสามารถได้รับ 1,000 หยวนเพียงแค่ยกหินกองนี้ออกเท่านั้น
มีอะไรจะคุ้มค่าไปกว่านี้อีกหรือไม่?
ความเร็วของคนงานในการเคลื่อนย้ายหินเร็วกว่าของเย่เฟิงหลายเท่า พวกเขาเคลื่อนย้ายหินออกไปได้มากกว่าครึ่งหนึ่งภายในเวลาไม่กี่นาที
ในขณะนั้นเอง เย่เฟิงก็เห็นคนงานคนหนึ่งหยิบหินสีดำขึ้นมา
คนงานบ่นว่า "หินก้อนนี้มันหนักจริง ๆ ..."
เย่เฟิงพุ่งไปข้างหน้าโดยไม่พูดอะไรและคว้าหินมาจากมือของเขาทันที
ก่อนที่เขาจะเข้าไปดูใกล้ ๆ เขาก็ได้ยินเสียงของระบบดังขึ้นอีกครั้ง
"ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ด้วย ภารกิจการล่าสมบัติเสร็จสิ้นแล้ว ได้รับรางวัลระบบเพิ่มเติม: หุ้นทั้งหมดในรีสอร์ทบ่อน้ำพุร้อนจงไห่ มูลค่า 600 ล้านหยวน"
เย่เฟิงยิ้มออกมาด้วยความดีใจและรีบนำหยกมรกตจักรพรรดิใส่ลงไปกระเป๋าของตัวเอง
จากนั้นเขาก็หยิบธนบัตรปึกหนึ่งออกมาแล้วโยนให้กับเหล่าคนงานนับไม่ถ้วน หันหลังกลับ และขับเฟอร์รารี่ออกไปทันที
ปล่อยให้คนงานทั้งหมดยืนงงงวย
ฉันไม่เข้าใจโลกของคนรวย!
…
เย่เฟิงขับรถไปที่ร้านอาหารและเดินตรงมายังห้องที่ซูหมานจองไว้
เขาเห็นซูหมานดื่มชาสบาย ๆ อยู่ข้างใน
ขณะเดียวกัน เมื่อเธอเห็นเย่เฟิง เธอก็รีบทักทายด้วยความตื่นเต้นทันที "วันนี้ฉันได้เงิน 1.5 ล้านหยวนเลยนะเย่เฟิง! "
ตั้งแต่ก่อนหน้าจนถึงตอนนี้ เธอยังไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอทำเงินได้มากมายมหาศาลภายในครึ่งวัน
"แค่ 1.5 ล้านหยวนเอง พี่จะตื่นเต้นอะไรขนาดนั้นครับ" เย่เฟิงนั่งลงตรงข้ามเธออย่างใจเย็นและรินชาใส่แก้วด้านหน้า
"ถ้าเทียบกับคนรวยอย่างนาย แน่นอนว่าเงินจำนวนนี้คงไม่มีค่าอะไร แต่สำหรับคนอย่างฉัน มันเป็นเงินที่ต้องใช้เวลานานมากถึงจะหามาได้"
เมื่อเห็นว่าเย่เฟิงไม่ได้รู้สึกดีใจเหมือนกับเธอ ซูหมานก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเซ็ง
"เอาเถอะ ในอนาคตเรายังมีโอกาสทำงานอีกมากมายครับ" เย่เฟิงพูด
"นายมีข้อมูลภายในใช่หรือเปล่า" ดวงตาของซูหมานสว่างขึ้นทันที
"ความลับ" เย่เฟิงพูดด้วยรอยยิ้ม
"ก็ได้ ถึงฉันจะไม่รู้ที่มา แต่จากนี้ไปฉันจะเชื่อการตัดสินใจของนาย อย่าหนีฉันไปรวยคนเดียวล่ะ ฮึ่ม!" น้ำเสียงของซูหมานค่อนข้างน่ารักมาก
สิ่งนี้ทำให้หัวใจดวงน้อย ๆ ของเย่เฟิงเต้นแรงเป็นสองเท่า
พี่สาวคนนี้มีเสน่ห์เกินไป
"ฉันถามได้มั้ยว่าตอนนี้นายมีเงินอยู่เท่าไหร่" ซูหมานมองไปที่เย่เฟิงด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น
"ผมไม่ใช่เศรษฐีสักหน่อย เงินจำนวน 300 ล้านหยวนนั่นเป็นทรัพย์สินทั้งหมดที่ผมมีแล้วครับ" เย่เฟิงยิ้มอย่างมีเลศนัย
"จริงงั้นหรอ?" ซูหมานไม่เชื่อ
"จริงสิ ผมเหมือนคนพูดโกหกหรือไง" แววตาของเย่เฟิงจริงใจมาก
ในขณะนั้นเอง โทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะของเขาก็สั่นสองครั้ง และข้อความจากธนาคารกับข้อความในวีแชทก็ปรากฏขึ้นเกือบจะพร้อมกัน
"บัตรธนาคารของคุณที่ลงท้ายด้วยเลข 1263 ได้รับเงิน 550 ล้านหยวน!"
"ผุด~…"
ซูหมานที่กำลังดื่มน้ำชาอยู่ในปากพ่นออกมาเต็มบนใบหน้าของเย่เฟิง
ในเวลาเดียวกัน น้ำในถ้วยชาก็หกใส่หน้าอกของเธอ
"ขอโทษที…"
ซูหมานสูญเสียความสงบและรีบเอื้อมมือไปช่วยเช็ดคราบน้ำบนใบหน้าของเย่เฟิง
"พี่ไม่ร้อนหรอครับ"
เย่เฟิงรีบหยิบทิชชู่ออกมาและเช็ดคราบน้ำชาที่หกบนอกของเธอ
จากนั้นอากาศในห้องชงชาก็หนาวขึ้นอย่างบอกไม่ถูก
ทั้งสองมองหน้ากันและต่างตกอยู่ในภวังค์
"อะไร!"
หลังจากนั้นไม่นาน ซูหมานก็รู้สึกตัว เธอผลักเขาออกไปอย่างเร่งรีบและถอยกลับไปนั่งยังที่ของตัวเอง
ส่วนเย่เฟิงก็ดึงมือกลับมาด้วยความลำบากใจ
"พี่ดื่มชาสิ"
"ฉันยังไม่กระหายน้ำ"
"ถ้างั้นเราสั่งขนมมากินกันมั้ย"
"ฉันยังไม่หิว"
"..."
หลังจากฉากน่าอายเมื่อกี้
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนก็ไม่เหมือนเดิมอีกเลย
ท่ามกลางความอึดอัด จู่ๆ โทรศัพท์มือถือของเย่เฟิงก็ดังขึ้นมา
สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกโล่งใจอย่างมากและรีบสายโทรศัพท์ทันที
"ฮัลโหลครับ คุณเย่ ภาพวาดของคุณ หญิงสาวหมวกแดงได้ถูกประมูลไปแล้ว ราคาสิ้นสุดที่ 550 ล้านหยวน ทางเราได้ทำการโอนเงินทั้งหมดเข้าบัญชีธนาคารของคุณไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ไม่ทราบว่าเงินเข้าแล้วหรือยังครับ"
ซูหมานได้ยินเนื้อหาในโทรศัพท์เกือบทั้งหมดและเธอก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
เงินจำนวน 550 ล้านหยวนที่โอนเข้ามาเมื่อกี้เป็นเงินที่ได้รับจากการประมูลภาพวาดอย่างนั้นหรอ?