ตั้งใจทดสอบ
"คุณเป็นประธานคนใหม่ของรีสอร์ทบ่อน้ำพุร้อนจงไห่งั้นหรือคะ?" เฉินซวนยังคงไม่เชื่อ
"ทำไมล่ะ ผมดูไม่เหมือนประธานขนาดนั้นเลยหรอ?" เย่เฟิงตั้งสติได้และถามติดตลกกลับไป
"เปล่า ฉันแค่รู้สึกแปลกใจเฉยๆ ว่าคุณซื้อกิจการไปกี่บริษัทกันแน่" เฉินซวนพูดด้วยความสงสัย
ผู้ชายคนนี้เพิ่งซื้อหุ้น 30% ในอสังหาริมทรัพย์หลิงหยุนของเธอไป และคนที่ซื้อรีสอร์ทบ่อน้ำพุร้อนจงไห่ก็กลายเป็นเขา...
นี่เป็นเพียงสิ่งที่เธอรู้ในตอนนี้เท่านั้น
และน่าจะมีเรื่องอีกมากมายที่เธอยังไม่รู้เกี่ยวกับชายคนนี้
เย่เฟิงยักไหล่ "อันที่จริงผมก็ไม่ได้มีบริษัทเยอะนักหรอกครับ ดังนั้นที่เรามาเจอกันในโอกาสแบบนี้น่าจะเป็นเพราะโชคชะตาลิขิตไว้แน่นอน"
แม้คำพูดของเขาจะดูไร้สาระมาก แต่เฉินซวนก็อดไม่ได้ที่จะใจเต้นแรง
ขณะที่เฉินซวนกำลังเขินอยู่ เธอก็รีบเหลือบมองไปทางจางหยูถิงที่อยู่ข้างๆ
เฉินซวนกลัวว่าภาพลักษณ์ของเธอที่มีต่อลูกน้องจะหายไป
แน่นอนว่าฉากนี้ได้ตกอยู่ในสายตาของจางหยูถิง แต่เธอเข้าใจผิดไปไกลเลย
เธอคิดว่าเฉินซวนกำลังจะสื่อว่าเธอนั้นเกะกะขวางทาง ดังนั้นเธอจึงขยิบตาให้เฉินซวนและลุกขึ้นยืน
"ประธษนเฉิน ฉันขอตัวไปรออยู่ข้างนอกนะคะ" หลังจากพูดจบ เธอก็หมุนตัวและเดินออกจากสำนักงานไปทันที
"นี่ เดี๋ยว..." เฉินซวนอยากจะหยุดเธอไว้ แต่มันก็สายเกินไปแล้ว
ในสำนักงานเหลือเพียงเธอและเย่เฟิงเพียงสองคนเท่านั้น
ตอนนี้เธอตื่นตระหนกอย่างสมบูรณ์
และเมื่อเธอนึกถึงฉากน่าอายที่เกิดขึ้นตอนอยู่ในห้องเดียวกันกับเย่เฟิงในครั้งก่อนก็ยิ่งทำตัวไม่ถูกหนักขึ้นไปอีก
ณ เวลานี้ใบหน้าของเฉินซวนรู้สึกร้อนผ่าวจนกลายเป็นสีแดง
แต่เย่เฟิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามเธอยังคงปกติเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น "คุณจะยืนขึ้นทำไมล่ะครับ นั่งลงสิ "
เฉินซวนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องกัดฟันและนั่งลงตามที่เย่เฟิงบอก
เย่เฟิงชงชาให้เธอและเตือนอย่างกรุณาว่า "คราวนี้อย่าทำหกใส่ตัวเองอีกล่ะ"
มือของเฉินซวนสั่นทันทีเมื่อได้ยินคำพูดนี้ และเธอก็เกือบจะทำชาหกอีกครั้ง
เย่เฟิงไม่แกล้งเธออีกต่อไป "เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า บอกจุดประสงค์ของคุณในการมาที่นี่ได้เลย"
เฉินซวนรีบสะสางความรู้สึกอื่นๆ หยิบเอกสารปึกหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเอกสาร แล้วยื่นให้เย่เฟิง
"ฉันวางแผนที่จะให้อสังหาริมทรัพย์หลิงหยุนและรีสอร์ทบ่อน้ำพุร้อนจงไห่ร่วมมือกันสร้างคอมเพล็กซ์เชิงนิเวศ-เชิงพาณิชย์ที่ผสมผสานระหว่างการบริโภค การพักผ่อน ความบันเทิง และการใช้ชีวิตเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ลูกค้าได้เพลิดเพลินกับสภาพแวดล้อมจากการบริการที่สุดยอด..."
แผนของเฉินซวนมีรายละเอียดชัดเจนมาก
และเมื่อเธอต้องเผชิญหน้ากับคำถามของเย่เฟิง เธอก็สามารถตอบกลับมาได้อย่างไร้ที่ติ
เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเธอนั้นทำการบ้านในเรื่องนี้มาพอสมควร
หลังจากที่เย่เฟิงได้รู้เรื่องทุกอย่าง เขาก็เคาะนิ้วบนโต๊ะโดยไม่พูดอะไรสักคำ
เฉินซวนมองเขาอย่างประหม่า เธอไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่
ผ่านไปครู๋หนึ่ง เขาก็ยังไม่ตอบกลับมา
เมื่อเห็นเช่นนี้ เธอก็กำลังจะอธิบายต่ออีกสองสามข้อเพื่อหวังจะเพิ่มโอกาสให้การเจรจาร่วมมือประสบความสำเร็จ
แต่ทันใดนั้นเย่เฟิงก็พูดตัดหน้าขึ้นมา "คุณเฉินซวนนำสัญญามาด้วยหรือเปล่าครับ"
เฉินซวนตกตะลึงทันที
เดิมทีเธอคิดว่าจะต้องเผชิญกับโครงการเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่
แม้ว่าอีกฝ่ายจะสนใจในโครงการ แต่ตามหลักแล้วก็ต้องใช้เวลาในการคิดนานพอสมควร
เธอไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าอีกฝ่ายจะถามหาสัญญาหลังจากที่ฟังคำอธิบายของเธอจบลง?
นี่มันไม่ผิดปกติเกินไปหรอ?
เย่เฟิงเห็นว่าเธอเงียบเป็นเวลานานจึงพูดขึ้นอีกครั้ง "ผมขอถามอีกรอบนะครับ คุณได้เอาสัญญามาด้วยหรือเปล่า ถ้าคุณมีสัญญามา เราจะได้เซ็นสัญญากันตอนนี้เลย"
ประโยคนี้ทำให้เฉินซวนได้สติกลับคืน เธอรีบพยักหน้าอย่างรวดเร็ว "ฉันเอาสัญญามาค่ะ"
ขณะที่เธอพูดอยู่ เธอก็รีบหยิบสัญญาปึกหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเอกสาร
เย่เฟิงเปิดสัญญาดูอย่างละเอียด
เมื่อไม่พบเห็นสิ่งผิดปกติ เขาก็หยิบปากกาออกมาจากที่วางปากกาบนโต๊ะและเซ็นชื่อของเขาทันที
จากนั้นเขาก็ยื่นสัญญาและปากกาให้เฉินซวน "เชิญเซ็นได้เลยครับ"
เฉินซวนจับปากกาและเซ็นสัญญาด้วยความงุนงง
ก่อนหน้านี้เธอคิดมาตลอดว่าจะต้องทำยังไงให้เขาเข้าร่วมโครงการของเธอ
แต่มันกลับกลายเป็นว่าเขาตกลงเซ็นสัญญาในพริบตา
ทำไมเขาถึงตัดสินใจง่ายจัง?
เธอเงยหน้าขึ้นและจ้องไปที่เย่เฟิงอย่างว่างเปล่า "คุณเย่ ฉันขอถามได้หรือเปล่า ทำไมคุณถึง..."
"ทำไมคุณถึงตกลงเซ็นสัญญากับฉันง่ายจังล่ะ"
เย่เฟิงเซ็นสัญญาเสร็จแล้วก็ยิ้มอย่างมั่นใจ "ทำไมน่ะหรอ ก็เพราะรีสอร์ทบ่อน้ำพุร้อนจงไห่และคุณ...เป็นของผมยังไงครับ"
"ฉึก!"
คำพูดประโยคนี้ทำให้หัวสมองของเฉินซวนถึงกับขาวโพลน และปากกาที่ถืออยู่ก็หลุดออกจากมือของเธอ
ปลายปากกาแทงขาของเธอก่อนจะตกลงพื้น
และหมึกสีดำก็เปื้อนถุงน่องสีเนื้อของเธอเป็นวงกว้าง
"อ๊า…"
เฉินซวนร้องด้วยความเจ็บปวด
จากนั้นเธอก็รีบดึงกระดาษทิชชู่สองสามแผ่นตรงโต๊ะมาเช็ดถุงน่องที่เปื้อนหมึกสีดำด้วยความตื่นตระหนก
และเพราะตื่นตระหนก เธอก็เลยใช้กำลังมากเกินไปโดยไม่รู้ตัว
หลังจากเช็ดไปได้ไม่กี่ครั้ง เสียง "แคว่ก" ก็ดังขึ้นมาพร้อมกับปรากฏรอยขาดขนาดใหญ่บนถุงน่อง
ผิวที่ขาวเนียนราวกับหิมะถูกเปิดเผย
ตอนนี้เธอตกใจมากและไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อดี
เย่เฟิงเองก็รู้สึกตกใจเช่นกัน
สิ่งที่เขาหมายถึงก็คือทั้งรีสอร์ทบ่อน้ำพุร้อนจงไห่และอสังหาริมทรัพย์หลิงหยุนของเธอเป็นของเขา แล้วทำไมเธอถึงต้องตกใจขนาดนั้นด้วยล่ะ?
เขาพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อถอนสายตาออกมาจากขาที่ขาวเนียน ไอสองครั้ง และชี้ไปที่ห้องน้ำในสำนักงาน "ตรงนั้นเป็นห้องน้ำพิเศษในสำนักงานของผม คุณเข้าไปใช้ได้เลยครับ"
"ขอโทษด้วยนะคะ และก็ขอบคุณมากเลยค่ะ" ในที่สุดเฉินซวนก็รู้สึกตัว เธอรีบขอโทษและขอบคุณก่อนจะเอามือมาปิดถุงน่องที่ขาดแล้วรีบวิ่งไปซ่อนตัวในห้องน้ำ
ยังไม่ทันที่ประตูห้องน้ำจะปิดสนิท เธอก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
จากนั้นเธอก็ยกมือขึ้นมาปิดหน้าตัวเองเหมือนกับว่าอยากจะร้องไห้
ทำไมต้องเกิดเรื่องน่าอายขึ้นทุกครั้งที่ได้พบเจอกับเขาด้วย?
ผู้ชายคนนี้เป็นตัวซวยใช่ไหม?
หลังจากคร่ำครวญและถอนหายใจสักพัก เฉินซวนก็มองลงไปยังถุงน่องที่มีรูอีกครั้ง
ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามันใส่ไม่ได้แล้ว ดังนั้นเธอจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องถอดมันออก
…
ในขณะนี้ จางหยูถิงซึ่งอยู่นอกประตูสำนักงานก็มีใบหน้าแดงเช่นกัน
เธอได้ยินเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของเฉินซวนและเสียงของบางอย่างฉีกขาดในสำนักงานอย่างชัดเจน
เป็นไปได้ไหมว่าสองคนนั้นกำลังทำอะไรร่วมกันอีกแล้ว?
สิ่งนี้ทำให้เธอพูดไม่ออก
ทำไมต้องในออฟฟิศทุกครั้งด้วยล่ะ?
มันช่วยเพิ่มความตื่นเต้นอย่างงั้นหรอ?
ในเวลาเดียวกัน เย่เฟิงก็กำลังคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
โดยเฉพาะตอนที่ถุงน่องของเฉินซวนขาด ฉากนั้นทำให้เขาแทบกลายเป็นบ้า
แต่โชคดีที่ช่วงนี้เขาจัดการอารมณ์เก่ง สถานการณ์จึงไม่ได้ยุ่งเหยิงไปมากกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตอนนี้เขาจะยังสงบอยู่ แต่เย่เฟิงก็อดไม่ได้ที่จะมีคำถามในใจ
ทำไมถึงมีอุบัติเหตุที่นำพาไปสู่ความล่อแหลมเกิดขึ้นอย่างกะทันหันกับเฉินซวนตลอดเละล่ะ?
ผู้หญิงคนนี้คงไม่ได้กำลังจงใจทดสอบตัวเขาอยู่ใช่ไหม?