คุณจองโรงแรมอะไร

วันที่ 1 ตุลาคม ณ ท่าอากาศยานเมืองจงไห่

ชายหนุ่มและหญิงสาวที่แต่งตัวมีสไตล์หลายคนเดินออกมาจากทางเดิน

รูปลักษณ์ที่ดูดีของพวกเขาดึงดูดความสนใจของผู้คนมากมายในทันที

โดยเฉพาะหญิงสาวที่เดินอยู่ท่ามกลางฝูงชน

เธอสวมชุดกระโปรงสีขาว ใส่แว่นกันแดด และมีผมยาวที่ปลิวไสวไปตามสายลม

ท่าทางของการเดินของเธอก็ดูสง่างามและสูงส่งกว่าใคร ๆ

ซึ่งหลายคนก็คิดว่าเธอเป็นดาราดัง

"เมิ่งเสวี่ย เธอสวยมากจนเหมือนเราเป็นบอดี้การ์ดของเธอเลยนะ"

หนิวฮ่าวหรานที่เดินอยู่ข้างๆสังเกตเห็นสายตาของคนอื่นและอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมา

แต่เห็นได้อย่างชัดเจนว่านี่เป็นเพียงแค่การประจบสอพลอของเขาเท่านั้น

เมิ่งเสวี่ยดึงกระเป๋าเดินทางสีชมพูใบเล็กและเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว "งั้นนายก็อยู่ให้ห่างจากฉันสิ คนอื่นเขาจะได้ไม่ต้องเข้าใจผิดว่านายเป็นบอดี้การ์ดของฉัน"

หนิวฮ่าวหรานยิ้มมุมปาก "แต่ฉันชอบนะที่ได้เป็นบอดี้การ์ดของเธอ เพราะฉันอยากจะปกป้องเธอไปตลอดชีวิตเลย"

ใบหน้าสวยงามของเมิ่งเสวี่ยเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที "ถ้านายพูดแบบนี้อีกฉันจะกลับทันที"

หนิวฮ่าวหรานยอมแพ้ "ขอโทษ ฉันสัญญาว่าจะไม่พูดอะไรแบบนี้อีกแล้ว"

ฉากนี้ทำให้คนอื่นๆตเผยรอยยิ้มและหัวเราะออกมา

ต้องรู้ว่าฐานะครอบครัวของหนิวฮ่าวหรานนั้นดีมาก และเขาก็มักจะทำตัวเป็นหนุ่มเจ้าสำราญ

แต่เฉพาะที่เผชิญหน้ากับเมิ่งเสวี่ยเท่านั้นเขาจะกลายเป็นคนประจบสอพลอ

ไม่นาน พวกเขาก็เดินออกจากสนามบิน

หนิวฮ่าวหรานมองไปรอบ ๆ "เย่เฟิงอยู่ที่ไหน เราบอกให้เขามารับแล้วไม่ใช่หรือไง? หรือว่าเจ้าหมอนั่นจะผิดคำพูด?"

เมิ่งเสวี่ยจ้องมองเขาด้วยความโกรธ "นายคิดว่าทุกคนจะเป็นคนผิดคำพูดเหมือนนายหรอ?"

หนิวฮ่าวหรานรีบโต้กลับทันที "ฉันผิดคำพูดตรงไหนกัน? ดูจากตอนนี้ก็ได้ ฉันบอกว่าฉันจะจ่ายอาหารและค่าที่พักทั้งหมดให้เอง แล้วฉันไม่ได้ทำตามคำพูดยังไง?"

เพื่อนๆหลายคนที่อยู่ข้างๆต่างก็พยักหน้าเมื่อได้ยินเช่นนี้

"ฮ่าวหรานพูดถูก เขาได้ทำการโรงแรมเอาไว้แล้วจริงๆ"

"ใช่ ฉันเห็นแล้วว่าเขาจองโรงแรมสามดาว ราคาคืนละมากกว่า 1,000 หยวน"

"ฉันมักจะเปิดห้องกับผู้หญิงอยู่บ่อยๆ แต่ส่วนใหญ่เป็นห้องราคาสองสามร้อยหยวนเท่านั้น ไม่คิดเลยว่าจะได้นอนห้องหรูขนาดนี้ ฮ่าวหรานสุดยอดจริงๆ"

"..."

เมื่อหนิวฮ่าวหรานได้ยินคำเยินยอของทุกคน เขาก็หัวเราะอย่างภาคภูมิใจทันที "เป็นเพื่อนกันก็ต้องช่วยเหลือกันอยู่แล้ว ฉันเป็นผู้ชายแบบนั้นแหละ"

เมิ่งเสวี่ยหันศีรษะของเธอไปด้านข้างและไม่สนใจที่จะพูดคุยอีกต่อไป

ทุกคนรออยู่พักหนึ่ง แต่ก็ยังไม่เห็นแม้แต่ร่างของเย่เฟิง

"เย่เฟิงกลัวว่าจะต้องเลี้ยงพวกเราหรือเปล่า เขาเลยไม่กล้ามา?"

"ไม่หรอก? เราคุยกันแล้วไม่ใช่หรอว่าจะไม่มีการปล่อยให้เขาจ่ายค่าอะไรในส่วนของพวกเราน่ะ"

"ถูกต้อง เราทุกคนรู้ว่าฐานะครอบครัวของเขาไม่ดี ไม่มีทางปล่อยให้เขาเป็นฝ่ายเลี้ยงเราอยู่แล้ว"

"แต่เหมือนว่าเขาจะไม่มารับเราเลยนะ ุถ้ารอแบบนี้ต่อไปมันจะเป็นการเสียเวลาเปล่ามั้ย"

ทุกคนกระซิบพูดคุยกัน

หนิวฮ่าวหรานยิ้มอย่างมั่นใจ "ไม่ต้องห่วง ฉันกะไว้อยู่แล้วว่าเย่เฟิงคาดหวังไม่ได้ ดังนั้นฉันจึงโทรหาบริษัทเช่ารถไว้ล่วงหน้า และอีกไม่นานรถก็น่าจะมาถึงในเร็วๆ นี้แล้วล่ะ"

เมื่อได้ยินคำพูดของหนิวฮ่าวหราน ทุกคนต่างก็ยกนิ้วโป้งขึ้นมาและกล่าวชื่นชมหนิวฮ่าวหรานทันที

กลับกัน เมิ่งเสวี่ยที่อยู่ข้างๆ นั้นมีความผิดหวังปรากฏในแววตาของเธอ

เย่เฟิงจะไม่กล้ามาเพราะกลัวต้องเสียเงินจริงๆน่ะหรือ?

ทันใดนั้นเอง รถซูเปอร์คาร์ไลเคน ไฮเปอร์สปอร์ตที่สวยงามก็ขับตรงมาทางนี้ด้วยความเร็วสูง

ซึ่งมันก็ทำให้ผู้คนในสนามบินต่างตกตะลึงทันที

พวกเขาเคยเห็นรถซูเปอร์คาร์สุดหรูแบบนี้แค่ในภาพยนตร์เท่านั้น

แต่ของจริงถือว่าสวยงามหลายเท่าตัว

"เอี๊ยด..."

เสียงครูดจากยางของรถสปอร์ตที่กับพื้นถนน

จากนั้นรถก็หยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าหนิวฮ่าวหราน และคนอื่นๆ

"หนิวฮ่าวหราน นี่คือรถที่นายเช่ามาใช่มั้ย"

เพื่อนร่วมชั้นชายคนหนึ่งจ้องมองไปที่รถสปอร์ตอย่างตื่นเต้น

นี่คือรถในฝันของผู้ชายทุกคน

"นี่มันอะไรกัน? พวกเขา...ส่งรถมาผิดหรือเปล่า ฉันจำได้ว่าฉันเช่ารถบูอิคไม่ใช่หรอ..."

หนิวฮ่าวหรานเองก็งงเช่นกัน

เขาไม่สามารถเช่ารถราคาแพงขนาดนี้ได้

ท่ามกลางความสงสัยและความตื่นเต้น หลังคารถสปอร์ตก็ค่อยๆเปิดออก

เสียงของกลไกการทำงานของมันเพียงพอแล้วที่จะทำให้เลือดของผู้ชายทุกคนเดือดพล่าน

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่หนิวฮ่าวหรานและคนอื่นๆจะได้ชื่นชมความงามของเทคโนโลยีคาร์ไลเคน ไฮเปอร์สปอร์ต พวกเขาก็เห็นคนที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งคนขับและตกตะลึงอีกครั้ง

"เย่เฟิง?"

ดวงตาของหนิวฮ่าวหรานเบิกกว้างทันที และใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

การแสดงออกของคนอื่นๆเองก็ไม่แตกต่างกัน

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกเลยที่พวกเขาจะตกใจ

เนื่องจากสมัยมัธยมปลาย เย่เฟิงนั้นเป็นเพียงแค่เด็กยากจน

แม้แต่เสื้อผ้าที่เขาใส่มาก็เป็นชุดเดียวกันกับที่ซื้อตั้งแต่ตอนเรียนอยู่สมัยมัธยมต้น

มันเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าครอบครัวของเขายากจนมากแค่ไหน

ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้าแม้จะได้เห็นด้วยตาของตัวเองก็ตาม

สีหน้าของเย่เฟิงดูสงบนิ่งมาก เขาเพียงแค่ยิ้มอย่างรู้สึกผิดและพูดขึ้นว่า "เมื่อกี้ฉันไปทำธุระมานิดหน่อยน่ะ ขอโทษนะที่ต้องปล่อยให้รอนาน"

ระหว่างทางที่เขามาสนามบิน เขาได้แวะไปที่โรงแรมเทียนเหอเพื่อทำตามขั้นตอนการส่งมอบ

นั่นหมายความว่าตอนนี้เขามีทรัพย์สินอยู่ในมือเพิ่มขึ้นอีกแล้ว

เมิ่งเสวี่ยถามด้วยความสงสัย "เย่เฟิง รถคันนี้เป็นของคุณงั้นหรอ"

เย่เฟิงกำลังจะตอบ

แต่หนิวฮ่าวหรานพูดแทรกขึ้นมาก่อน "ไม่มีทางหรอก อย่าลืมสิว่าเราไม่ได้เจอเย่เฟิงมาแค่ปีเดียวเองนะ แล้วคนที่ใส่ชุดนักเรียนซ้ำๆกันจะมีเงินไปซื้อรถสปอร์ตได้ยังไงล่ะ ฉันคิดว่าเขาคงจะเช่ามันมาจากบริษัทรถเช่าแน่นอน"

คนอื่นๆรู้สึกว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นสมเหตุสมผลและหันไปคุยกับเย่เฟิง

"เย่เฟิง นายไม่เห็นจำเป็นต้องใช้เงินมากมายไปเช่ารถหรูแบบนี้เพื่อมารับเราเลย"

"ใช่แล้ว พวกเรารู้สถานภาพครอบครัวของนายดี ดังนั้นถึงนายจะปั่นจักรยานมารับเราก็คงจะไม่มีใครว่านายหรอก "

"รีบเอารถไปคืนเถอะ เพราะถ้าเกิดโดนชนหรือขับชนขึ้นมานายได้ทำงานใช้หนี้ไปตลอดชีวิตแน่"

หลังจากได้ยินคำเตือนที่ดีของเพื่อนๆ เย่เฟิงก็ไม่ได้อธิบายอะไรมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ "เอาล่ะ เราหยุดคุยกันก่อนและไปที่โรงแรมกันเถอะ ฉันจองห้องเอาไว้ให้แล้ว"

หนิวฮ่าวหรานไม่พอใจ "นั่นไม่จำเป็นหรอก เพราะฉันได้จองโรงแรมสามดาวเอาไว้ ซึ่งมันก็น่าจะดีกว่าห้องของนายแน่นอน"

เย่เฟิงพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นเขาก็หันมองไปที่เมิ่งเสวี่ย "เมิ่งเสวี่ย เธออยากพักที่ไหนล่ะ"

เมิ่งเสวี่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง "ฉันขอดูห้องที่นายจองไว้ก่อนได้หรือเปล่า"

เย่เฟิงเปิดประรถ "แน่นอน ขึ้นรถมาสิ ฉันจะพาเธอไปที่นั่นเอง"

เมิ่งเสวี่ยก้าวขึ้นไปนั่งในที่นั่งข้างคนขับ

ฉากนี้ทำให้สาวๆหลายคนที่เดินผ่านไปมาอิจฉาตาร้อนทันที

จากนั้นเย่เฟิงก็สตาร์ตรถโดยไม่พูดอะไร

เมื่อเห็นเมิ่งเสวี่ยไปกับเย่เฟิง หนิวฮ่าวหรานก็รีบตะโกนถามว่า "นายจองโรงแรมอะไรไว้"

"โรงแรมเทียนเหอ"

เสียงตอบกลับของเย่เฟิงดังมาจากระยะไกล



ตอนก่อน

จบบทที่ คุณจองโรงแรมอะไร

ตอนถัดไป