ฉันไม่สนใจเรื่องเงิน
ตามหลักแล้วถ้ามีโอกาสทุกคนก็คงจะเรียกร้องเงินจำนวนมาก
แต่ผู้ชายคนนี้กลับไม่ทำ
ทั้งคุณหม่าและหลินเฉียนเฉียนต่างก็สับสนมึนงง
เย่เฟิงยิ้มอย่างกล้าหาญ "เทียบกับเรื่องเงินแล้ว ผมสนใจที่จะทำความรู้จักกับคุณหม่ามากกว่า เพราะอันที่จริงผมเองก็ชอบดาราศาสตร์เหมือนกัน"
หลังจากพูดแบบนี้ออกไป เขาก็รู้สึกคลื่นไส้จนอยากจะอ้วกออกมา
เขาไม่มีความรู้แม้แต่น้อยเกี่ยวกับดาราศาสตร์
เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีดาวเคราะห์กี่ดวงในระบบสุริยะ
แต่ที่ทำแบบนี้ไปก็เพื่อการผูกมิตร
แน่นอน เมื่อคุณหม่าได้ยินเช่นนี้ก็เริ่มรู้สึกสนใจเขาขึ้นมาทันที
"คุณเย่สนใจดาราศาสตร์ด้วยเหรอ? เยี่ยมจริงๆ ในอนาคตเราจะต้องมีโอกาสได้คุยเกี่ยวกับเรื่องนี้กันแน่นอน"
เย่เฟิงยิ้มอย่างเร่งรีบ "ใชครับ!"
คุณหม่าจับมือของเย่เฟิงอย่างอบอุ่นราวกับเป็นคนที่สนิทกันมานาน
"ถึงคุณเย่จะอยากทำความรู้จักกับฉัน แต่ฉันก็ไม่ควรเอาเปรียบอยู่ดี ยังไงราคาที่ฉันจะขอซื้อบ้านหมายเลข 7 ก็ยังเป็น 200 ล้านหยวนเหมือนเดิม"
เย่เฟิงกำลังจะเปิดปากโต้แย้งกลับไป
แต่คุณหม่ารีบพูดดักขึ้นมาก่อนว่า "ถ้าคุณเย่ไม่ตกลง ฉันก็จะไม่ซื้อมัน"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เย่เฟิงก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องจำยอม "เอาตามนั้นก็ได้ครับ ผมอายุน้อยกว่าคุณหม่า เรียกผมว่าเสี่ยวเฟิงก็ได้"
คุณหม่ายิ้มด้วยความพอใจ "โอเค ฉันจะเรียกคุณว่าเสี่ยวเฟิง ส่วนคุณก็เรียกฉันว่าพี่หม่า จากนี้ไปเราจะเป็นเพื่อนบ้านกัน"
"โอเคครับ"
เย่เฟิงตอบตกลงอย่างง่ายดาย
จากนั้นทั้งสองก็ทำเรื่องโอนอสังหาริมทรัพย์
บ้านหมายเลข 7 ของเย่เฟิงถูกโอนทะเบียนบ้านไปยังชื่อคุณหม่าอย่างเป็นทางการ และบัญชีธนาคารของเขาก็ได้รับเงิน 200 ล้านหยวน
เรียกได้ว่าต่างฝ่ายต่างได้ผลประโยชน์
เนื่องจากคุณหม่ายังมีงานที่ต้องทำต่อ เขาจึงคุยกับเย่เฟิงอีกนิดหน่อยและเดินจากไป
หลังจากนั้นไม่นาน เย่เฟิงก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบ
"ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำภารกิจสำเร็จ! รางวัลที่ได้คือ 'โรงแรมห้าดาวเทียนเหอ' มูลค่าหนึ่งพันล้านหยวน"
เมื่อได้ยินการแจ้งเตือนของระบบ เย่เฟิงก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ
คุณหม่าเป็นคนนำโชคมาให้อย่างแท้จริง
เขาไม่เพียงแต่ซื้อบ้านของเราในราคาสองเท่าของราคาตลาดเท่านั้น
แต่ยังทำให้เราได้รับโรงแรมห้าดาวด้วยอีก
"ฉันไม่นึกไม่ฝันเลยว่าจะได้เจอกับคุณหม่าตัวจริง และฉันก็ได้คุยกับเขามากมายด้วย"
แม้คุณหม่าจะจากไปแล้วพักหนึ่ง แต่หลินเฉียนเฉียนก็ยังคงไม่หายตื่นเต้นดีใจ
เย่เฟิงจ้องมองเธอด้วยความน้อยใจ "อย่าลืมสิว่าทั้งหมดเป็นเพราะผมนะ ให้ความสำคัญกับผมแบบคุณหม่าบ้างสิ"
หลังจากพูดจบ เขาก็ส่ายหัวและเดินจากไปทันที
…
ในขณะที่เย่เฟิงกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้อง
จู่ๆ วีแชทก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นมา
เขาถูกดึงให้เข้าร่วมกลุ่มชั่วคราวโดยเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมปลาย
โดยในกลุ่มนี้มีประมาณหกถึงเจ็ดคน และทั้งหมดก็ล้วนเป็นเพื่อนร่วมชั้นของเขา
หลังจากจบมัธยมปลาย พวกเขาก็แยกย้ายกันไปเรียนที่อื่นและไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย
"เย่เฟิง ตอนนี้เรากำลังคุยกันอยู่ เนื่องจากอีกสองจะวันเป็นวันชาติ เราจึงวางแผนจะไปเล่นที่จงไห่ นายมารับพวกเราได้มั้ย"
ชายที่ชื่อ "หนิวฮ่าวหราน" ส่งข้อความเข้ามา
"ได้สิ จงไห่ยินดีต้อนรับ" เย่เฟิงตอบกลับทันที
"ถ้าอย่างนั้นก็เป็นอันตกลงนะ ว่าแต่นายพอจะช่วยหาที่พักให้พวกเราได้หรือเปล่า" หนิวฮ่าวหรานส่งข้อความอีกครั้ง
ก่อนที่เย่เฟิงจะทันได้ตอบ หญิงสาวที่ชื่อ "เมิ่งเสวี่ย" ก็ส่งข้อความแทรกมา
"หนิวฮ่าวหราน นายก็น่าจะรู้สถานะทางบ้านของเย่เฟิงไม่ใช่หรอ ทำไมถึงได้ขอแบบนั้นอีก?"
เมิ่งเสวี่ยเป็นสาวงามของโรงเรียนในตอนมัธยม
หนิวฮ่าวหรานไล่ตามจีบเธอมาสามปี แต่เขาล้มเหลวอย่างสมบูรณ์
ดังนั้นเมื่อเห็นเธอส่งข้อความแบบนี้า เขาจึงปรับเปลี่ยนความคิดใหม่ทันที
"ฉันแค่ล้อเล่นเฉยๆ พวกเราทุกคนรู้ดีว่าสภาพครอบครัวของเย่เฟิงนั้นย่ำแย่ แล้วฉันจะขอให้เขาจ่ายเงินค่าที่พักได้ยังไงล่ะ"
เย่เฟิงยิ้มมุมปาก "ไม่เป็นไร ตอนนี้ฉันพอมีเงินอยู่น่ะ"
หนิวฮ่าวหรานส่งข้อความ "เย่เฟิง นายอย่าฝืนเลย อีกอย่างฐานะของฉันก็ดีกว่านาย ดังนั้นฉันคงจะปล่อยให้นายเป็ฯฝ่ายจ่ายไม่ได้ ครั้งนี้ฉันจะจ่ายค่าอาหารและที่พักทั้งหมดเอง"
"โอ้ ขอบคุณหนิวฮ่าวหรานจริงๆที่ช่วยให้เราประหยัดเงินได้เยอะเลย"
"ครอบครัวของหนิวฮ่าวหรานเป็นเจ้าของโรงเบียร์ สำหรับเขาแล้ว เงินเหล่านี้เป็นเพียงเศษกระดาษเท่านั้นแหละ"
"เราต้องขอบคุณเมิ่งเสวี่ยด้วย เพราะถ้าไม่มีเธอ หนิวฮ่าวหรานก็คงไม่เชิญพวกเราไปเที่ยวด้วยแน่นอน"
“ขอให้สมหวังกันไวๆ นะ”
"+1 ... "
ในขณะที่ทุกคนล้อเล่นอย่างสนุกสนาน
เมิ่งเสวี่ยก็ส่งข้อความเข้ามา "ฉันจะไม่ไปด้วยแล้วนะถ้าทุกคนยังไม่หยุดพิมพ์แบบนี้อีก"
ทุกคนสัมผัสได้ถึงความโกรธของเธออย่างชัดเจน และพวกเขาก็รีบขอโทษทันที
หลังจากนั้นไม่นาน หนิวฮ่าวหรานก็ส่งข้อความมาอีกครั้ง "โอเค ทุกคนอย่าล้อเล่นอีกนะ พรุ่งนี้เจอกันที่จงไห่"
จากนั้นทั้งกลุ่มก็ตกอยู่ในความเงียบ
เย่เฟิงปิดโทรศัพท์และกำลังจะโยนโทรศัพท์ทิ้ง
แต่ทันใดนั้นเขาก็ได้รับข้อความส่วนตัวจากเมิ่งเสวี่ย
"เย่เฟิง นายหลับแล้วหรือยัง"
"ยังๆ"
เย่เฟิงตอบกลับทันที
แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ถามอีกฝ่ายว่าเป็นอย่างไรบ้าง
เขาก็ได้รับซองจดหมายสีแดงจากเมิ่งเสวี่ย
"มันคืออะไร?"
เย่เฟิงชะงักไปครู่หนึ่งและยังไม่ได้กดคลิกเข้าไปดู
"เราจะไปจงไห่ในอีกสองวัน และนายก็น่าจะต้องใช้เงินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฉันรู้ว่าฐานะครอบครัวของนายไม่ดี ดังนั้นเอาเงินของฉันไปใช้ก่อน ไว้หามาได้เมื่อไหร่แล้วค่อยคืน"
เมิ่งเสวี่ยอธิบาย
"ไม่เอา ถึงผมจะจนแค่ไหน ผมก็ไม่มีทางใช้เงินของผู้หญิงเด็ดขาด"
เย่เฟิงปฏิเสธทันที
"นี่นาย...จะดื้อรั้นไปถึงไหน"
เมิ่งเสวี่ยรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย
"ดื้อรั้นแล้วผิดด้วยหรือไง? ยังไงต่อให้ตายผมก็ไม่มีทางใช้เงินผู้หญิงหรอกนะ"
หลังจากเย่เฟิงตอบกลับ เขาก็โยนโทรศัพท์ทิ้งทันที
แม้ว่าเขาจะรู้ว่าอีกฝ่ายเจตนาดี
แต่เขาไม่ชอบอะไรแบบนี้เอาเสียเลย
เขาไม่ใช่ขอทาน
ทำไมถึงต้องใช้เงินของคนอื่นด้วย?